คดีคนร้ายมือบอนใช้หนังสติ๊กยิงใส่รถชาวบ้านนับ 10 ราย ยังไม่คืบ

อาชญากรรม27 เม.ย. 2564 • 16:16 น.
คดีคนร้ายมือบอนใช้หนังสติ๊กยิงใส่รถชาวบ้านนับ 10 ราย ยังไม่คืบ
กรณีมีมือบอนใช้หนังสติ๊กใส่ลูกหินยิงใส่รถชาวบ้าน ร้านค้า คนขี่รถจยย.บาดเจ็บ ผู้เสียหายมีเกือบ 10 ราย ทั้งสาวทันตแพทย์ หนุ่มทำโฆษณา เหตุเกิด บนถนนรัชดาภิเษก ถนนลาดพร้าว และถนนราชปรารภ ในพื้นที่รับผิดชอบคาบเกี่ยวกันของ สน.สุทธิสาร สน.พหลโยธิน และสน.ดินแดง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 27 เม.ย.64 นายธีธัช ชุมทอง อายุ 22 ปี นศ. ปี3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม. หอการค้าไทย 1 ในผู้เสียหาย ที่ถูกมือดีคาดใช้หนังสติ๊กยิงบาดเจ็บเป็นแแผลรูลึกที่ไหปลาร้าด้านขวา ขณะขี่จยย.ผ่านขึ้นพ้นอุโมงค์รัชดาสุทธิสาร ถนนรัชดาภิเษก แขวงรัขดา เขตดินแดง กทม.แล้วมุ่งหน้ากลับที่พักคอนโด ซอยรัชดาภิเษก 19 เหตุเกิดเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา เข้าพบ ร.ต.ท.วัชรากร ศรีสว่าง รอง สว.(สอบสวน)สน.สุทธิสาร เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีมือมีดดังกล่าว นายธีธัชกล่าวว่า สาเหตุที่เพิ่งเข้าแจ้งความเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุรถเหยียบหินกระเด็นใส่ แต่เมื่อได้อ่านโพสต์เฟซบุ๊กของนายมณธนัฐ ติสสพงษ์กุล หรือแบงค์ อายุ 29 ปี ผู้เสียหายที่โพสต์เตือนภัย จึงมาคิดทบทวนน่าจะถูกหนังสติ๊กยิงใส่เช่นกัน ทั้งนี้ในส่วนของความเป็นไปได้ทิศทางวิถีการยิงน่าจะเกิดจากรถที่วิ่งสวนกันหรือคนร้ายยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนลักษณะเฉียงกันเพราะทิศทางก้อนหินพุ่งมาจากข้างหน้า ขณะที่ช่วงเวลาเกิดเหตุ รถวิ่งข้างหน้าตนไม่มี ภายหลังได้รับบาดเจ็บตนยังไม่ได้ไปพบแพทย์รักษาเพียงแค่ให้แฟนสาวปฐมพยาบาลบาดแผลให้เท่านั้น ขณะเดียวกันนายดำรงค์รักษ์ มาศศิริ อายุ 39 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวภายหลังเข้าให้ปากคำกับฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ว่า ตนเป็นเจ้าของร้านมะหมี่บ้านโป่งเจ๊แดง ตั้งอยู่ริมถนนระหว่างซอยลาดพร้าว15 และซอยลาดพร้าว17 ถูกคนร้ายใช้หนังสติ๊กใส่หินยิงใส่ร้าน 3 ครั้ง ช่วงเวลา 21.00 น.-22.00 น. ต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา แจ้งความไว้ที่ สน.พหลโยธิน ให้ข้อมูลกับฝ่ายสืบสวนสน.พหลโยธินไปเเล้ว วันนี้มาให้ข้อมูลกับฝ่ายสืบสวนสน.สุทธิสาร เพื่อเป็นข้อมูลติดตามคนร้าย ภายหลังเกิดเหตุตนได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่สะโพก คนงานหญิงถูกยิงที่แขนสาวเป็นแผลปูดบวมแดง ข้าวของในร้านเสียหาย และพบเป็นหินสีขาว กลมมน คล้ายกับหินประดับตกเเต่งหรือหินตู้ปลาที่พบในรถผู้เสียหายที่ถูกยิงใส่ จึงให้พนักงานคอยเฝ้าสังเกตหน้าร้านตั้งแต่ครั้งแรกพบว่า ทุกครั้งพนักงานยืนยันว่าขณะเกิดเหตุมักจะมีรถเเท็กซี่สีชมพูต้องสงสัยขับชะลอผ่านหน้าร้าน เเละเปิดกระจกหน้าต่างฝั่งข้างคนขับทิ้งไว้ทุกครั้ง เเต่ละครั้งที่เกิดเหตุเเม้จะเป็นเเท็กซี่สีชมพูเหมือนกัน เเต่เเถบสีคาดข้างรถจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นรถเช่า นอกจากนี้สอบถามเพื่อนร้านค้าละเเวกใกล้เคียงยังพบว่า มีอีก2ร้าน ได้เเก่ร้านน้ำปั่น เเละร้านอาหารตามสั่ง ที่โดนลักษณะเดียวกันตั้งเเต่ปากซอยลาดพร้าว1 ยาวไล่จนถึงเเยกรัชดา-ลาดพร้าวอีกด้วย ทั้งนี้ยอมรับว่ากังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น กลัวว่าลูกค้าที่มานั่งกินอาหารในร้านจะโดนลูกหลงไปด้วย ด้าน พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.สุทธิสาร กล่าวว่า กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า เบื้องต้นพบรถต้องสงสัยหลายคัน โดยเฉพาะรถแท็กซี่สีชมพู ที่มีข้อมูลจากหลายพื้นที่ แต่จากการตรวจสอบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่า หลักฐานที่อยู่ของแท็กซี่ไม่สอดคล้องกับวันเวลาที่เกิดเหตุ ตำรวจจึงตัดออกจากกลุ่มผู้ต้องสงสัย ซึ่งขณะนี้ตำรวจจอยู่ระหว่างตรวจสอบรถหลายคัน ซึ่งที่ผ่านมาจากการสอบปากคำผู้เสียหายมีแนวโน้ม ว่าขณะก่อเหตุการคนร้ายไม่ลงจากรถทำให้ไม่มีกล้องวงจรปิด หรือพยานเห็นตัวบุคคลหรือใบหน้าผู้ต้องสงสัย โดย สน.สุทธิสาร จะประสานข้อมูล กับท้องที่เกิดเหตุใกล้เคียง โดยรวบรวมการก่อเหตุของคนร้ายเกิดขึ้นใน 4 พื้นที่ คือ สน.พหลโยธิน 2-3 คดี สน.ดินแดง 3 คดี สน. สุทธิสาร 6 คดี และสน.ห้วยขวาง 2 ครั้ง รายงานให้พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์ เภตรา ผบช.น. รับทราบแล้วเตรียมตั้งชุดสืบสวนร่วมติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี เนื่องจากเป็นคดีที่มีการก่อเหตุในหลายพื้นที่