ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง แจงกรณีควบคุมตัวเยาวชนวัย 15 ส่งสถานพินิจ คุ้มครองเด็กและเยาวชน บ้านปรานี
ศาลเยาวชนแบะครอบครัวกลาง ออกหนังสือชี้แจงกรณีควบคุมเยาวชนอายุ 15 ปี ส่งสถานพินิจ คุ้มครองเด็กและเยาวชน บ้านปรานี ความว่า
ตามที่เด็กหญิง ธ. ได้ถูกดำเนินคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในความผิดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒, ๓๖๘ และพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. ๒๔๙๓ มาตรา ๔ และมีการสื่อในสังคมออนไลน์กล่าวถึงการใช้ดุลพินิจของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ในการออกหมายจับและการควบคุมตัวเด็กหญิง ธ. ว่ากระทำไปโดยไม่ชอบนั้น
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบดังต่อไปนี้
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอ ออกหมายจับ เด็กหญิง ธ. ต่อศาลเยาวชน และครอบครัวกลาง โดยอ้างว่าเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๖ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกครั้งที่ ๑ ให้เด็กหญิง ธ. มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา แต่เด็กหญิง ธ. ไม่ไปพบตามหมายเรียกและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ให้เด็กหญิง ธ. ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา โดยในครั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) ได้มีหนังสือ เรื่อง ขอแจ้ง เหตุขัดข้องไม่อาจมาพบพนักงานสอบสวนได้ โดยให้เหตุผลว่า เด็กหญิง ธ. อยู่ระหว่างการเตรียมและสอบวัดผล ปลายภาคเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ต่อเนื่องรายงานตัวเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ทภให้ไม่สามารถไปพบพนักงานสอบสวนได้ และขอเลื่อนออกไปเป็นวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา แต่กลับปรากฏว่าหลังจากขอเลื่อนเพียง 3 วัน คือ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เวลาประมาณ ๑๕ นาฬิกา เด็กหญิง ธ. ได้ไปทำกิจกรรมบริเวณหน้าสภนักงานองค์การสหประชาชาติ อันแสดงให้ เห็นว่าการขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนในครั้งที่ 2 เป็นการประวิงเวลา ศาลพิจารณาตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖๖ และพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณา คดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๖๗ แล้ว เห็นว่ากรณีมีเหตุให้ออกหมายจับ จึงอนุญาตให้ออก หมายจับเด็กหญิง ธ. ตามขอ อันเป็นการออกหมายจับโดยชอบ
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖
ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๖ เด็กหญิง ธ. ถูกเจ้าพนักงานตารวจจับกุมและถูกควบคุมตัวมายัง ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๖ ศาลได้ตรวจสอบการจับตามพระราชบัญญัติ ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 73 โดยศาลตั้ง ที่ปรึกษากฎหมายแก่เด็กหญิง ธ. แม้เด็กหญิง ธ. ปฏิเสธการลงลายมือชื่อในใบแต่งตั้งที่ปรึกษากฎหมาย แต่ถือว่า ศาลได้ตั้งที่ปรึกษากฎหมายให้ตามกฎหมายแล้ว และเห็นว่า การจับและปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนเป็นไปโดยชอบ ด้วยกฎหมาย ในวันตรวจสอบการจับ เด็กหญิง ธ. ไม่มีบิดา มารดา ผู้ปกครอง บุคคลหรือองค์การ ซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วยมาศาล คงมีเพียงนาย ส. แถลงต่อศาลว่าเป็นคนรู้จักกับเด็กหญิง ธ. และเป็นบุคคลที่เด็กหญิง ธ. ไว้วางใจและมาทภหน้าที่เป็นผู้ปกครองชั่วคราว เนื่องจากมารดาของ เด็กหญิง ธ. เจ็บป่วยไม่สามารถมาศาลในวันดังกล่าว จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดเจนว่าเด็กหญิง ธ. อยู่ในความปกครองของมารดา ไม่ปรากฏว่านาย ส. เป็นผู้ปกครองตามกฎหมายหรือเป็นบุคคล ที่เด็กหญิงธ.อาศัยอยู่ด้วยศาลย่อมไม่อาจมอบตัวเด็กหญิงธ.ให้แก่บิดามารดาผู้ปกครองบุคคลซึ่งเด็กหญิงธ. อาศัยอยู่ด้วยตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มาตรา ๗๓ ได้ ศาลจึงมีคาสั่งให้ส่งเด็กหญิง ธ. ไปยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน บ้านปรานี ข้อเท็จจริงยังปรากฏ ต่อมาว่า นับตั้งแต่วันตรวจจับจนถึงปัจจุบันนี้ มารดาของเด็กหญิง ธ. ไม่เคยมาศาล เพื่อติดต่อขอรับตัว เด็กหญิง ธ. ไปดูแล ทั้งยังไม่มีบุคคลใดมายื่นคาร้องขอปล่อยตัวเด็กหญิง ธ. ชั่วคราว การควบคุมตัวเด็กหญิง ธ. จึงเป็นไปโดยชอบ
อนึ่ง เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิเด็กหรือเยาวชน คดีนี้บิดา มารดา ผู้ปกครอง บุคคลหรือองค์การ ซึ่งเด็กหญิง ธ. อาศัยอยู่ด้วยสามารถมาแสดงตนขอรับตัวเด็กหญิง ธ. ไปอยู่ในความดูแลตามพระราชบัญญัติ ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา ๗๓ นอกจากนี้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็กหญิง ธ. ก็มีสิทธิยื่นคาร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวเด็กหญิง ธ. ได้ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๐๖