ผบช.น.ยันการ์ดม็อบยิงกันเองสาเหตุปัญหาส่วนตัวไม่ใช่สร้างสถานการณ์

อาชญากรรม26 พ.ย. 2563 • 15:22 น.
ผบช.น.ยันการ์ดม็อบยิงกันเองสาเหตุปัญหาส่วนตัวไม่ใช่สร้างสถานการณ์
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 26 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น./ในฐานะโฆษก บช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. ดูแลงานสืบสวน และ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนนงค์ โฆษก ตร. ร่วมแถลงข่าวกรณีการ์ดผู้ชุมนุมคณะราษฎร ยิงกันที่แยกรัชโยธินจนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย มีนายวันชัย อารีย์ อายุ 25 ปี อดีตนักศึกษาอาชีวะ จ.ปทุมธานี และนายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ อายุ 25 ปี อดีตนักศึกษาอาชีวะย่านมีนบุรี หลังประกาศยุติการชุมนุมหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ภัคพงศ์ เปิดเผยว่า กรณีที่มีเหตุทะเลาะวิวาททำให้บุคคลบาดเจ็บหลังการชุมนุมบริเวณหน้าตึกธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่นั้น มีผู้ใช้อาวุธปืนและมีอาวุธคล้ายระเบิดโยนไปบริเวณดังกล่าว โดยมีผู้ก่อเหตุ 2 ราย ทาง บช.น. ขอยืนยัน ชายทั้ง 2 คนที่ได้รับบาดเจ็บคือ นายประชากร ศักดิ์ศรีเท้า อายุ 20 ปี ใส่เสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ นำส่ง รพ.พระรามเก้า ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณที่ท้อง และนายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ อายุ 25 ปี ใส่กางเกงขาสั้นสีครีม เสื้อสีเข้ม นำส่ง รพ.เซ็นหลุยส์ ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลฟกช้ำบริเวณใบหน้า เป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง โดยทั้ง 2 คนทำหน้าที่เป็นการ์ดรักษาความปลอดภัยอยู่ในพื้นที่การชุมนุม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากความโกรธแค้นส่วนตัว ซึ่งมีปรากฏตามคลิปในสื่อโซเซี่ยลมีเดียแล้ว ส่วนการสอบปากนายภาสพงศ์นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสอบปากคำได้เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ ส่วนอยู่ในกลุ่มของราษฎรนานเท่านั้น อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นทั้ง 2 กลุ่มมาทำหน้าที่การ์ดผู้ชุมนุมดังกล่าว ส่วนที่มีกลุ่มการ์ดชี้แจงว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้สร้างสถานการณ์นั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบตามพยานหลักฐานเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นเหตุความขัดแย้งส่วนตัว ส่วนพยานหลักฐานอื่นๆ เมื่อดำเนินการตรวจสอบแล้วก็จะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง ตำรวจดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ส่วนแนวทางการดูแลการชุมนุมหลังจากนี้หลังที่มีการนำอาวุธปืนมาใช้นั้น ผบช.น. กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงหลายครั้งแล้วว่าได้มีการขอความร่วมมือกับผู้ชุมว่าการชุมนุมทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบ ปฏิบัติตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และมาตรการควบคุมโรค ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้พยายามจำกัดขอบเขตของผู้ชุมนุมให้กระทบกับประชาชนทั่วไปให้น้อยที่สุดเพื่อให้ใช้ชีวิตตามปกติได้ โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยบริเวณด้านนอก และอำนวยความสะดวกด้านเส้นทางเลี่ยง เหตุการณ์ดังกล่าวปรากฏอยู่ในสื่อ ตำรวจเข้าพื้นที่ไม่ได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมจะดูแลรักษาความปบอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามขึ้นไปพื้นที่สูงเพื่อทำการสังเกตว่ามีใครนำสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในพื้นที่การชุมนุมหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัย หากมีการให้ตั้งจุดคัดกรองทางตำรวจยินดี ถึงแม้ไม่ได้รับความร่วมมือ ขอวิงวอนให้กลุ่มผู้ชุมนุมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการรักษาความผลอดภัยบริเวณที่มีการชุมนุมได้ ส่วนกรณีที่กลุ่มการ์ดผู้ชุมนุมแถลงข่าวขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปร่วมดูแลความปลอดภัยนั้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อม ตำรวจต้องการรักษาความสงบเรียบร้อยทุกกลุ่ม ยืนยันตามที่ ผบ.ตร. กล่าวว่าตำรวจทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยเท่านั้นไม่ใช่คู่ขัดแย้งเพียงแค่ไม่อยากให้สถานการณ์ลุกลามไป เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการพิสูจน์ทราบตามพยานหลักฐานถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้าพิสูจน์ทราบว่ากระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายตามหน้าที่ ผู้จัดการชุมนุมก็ต้องร่วมกับตำรวจอำนวยความสัดวกตามกฎหมายในการจัดการชุมนุม ส่วนกรณีที่มีการพกพาอาวุธปืนไม่แค่การ์ดแต่เป็นใครก็ตามก็ถือว่าผิดกฎหมาย ตำรวจพยายามเข้าไปทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย บางครั้งเขาไปเขาก็ไม่ให้ความร่วมมือ บางครั้งเข้าพื้นที่ไม่ได้ บางครั้งเกิดความขัดแย้ง หากจะทำให้ปานปลายตำรวจก็ต้องถอยออกมาดูแลเท่าที่ทำได้ ส่วนกรณีที่โลกโซเซี่ยลมีเดียออกมาระบุว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของฝั่งตรงข้ามนั้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าความจริงต้องเป็นความจริง พี่น้องสื่อมวล ประชาชนทุกคนมีดุลยพินิจ มีความคิดเป็นตัวของตัวเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานและทำความเข้าใจทำอย่างตรงไปตรงมา ทางศาลได้ออกหมายจับผู้ก่อเหตุดังกล่าวแล้วข้อหาพยายามฆ่าและพกพาอาวุธปืนฯ แต่กรณีของพี่น้องประชาชนหรือคนที่เห็นพยานหลักฐานต้องใช้ดุลยพินิจเอาเองว่าเรื่องข้อเท็จจริงคืออะไร ตนไม่สามารถบอกให้ทุกคนต้องเชื่อตำรวจได้ หรือต้องเชื่อสื่อมวลชน ต้องเชื่อโซเซี่ยลมีเดีย เพราะนั่นไม่ใช่หน้าที่ การตัดสินเป็นสิ่งที่พี่ร้องประชาชนต้องพิจารณา ถ้าตนทำหน้าที่ไม่ดีพอประชาชนก็อาจจะเคลือบแคลงสงสัย ตนก็ต้องยอมรับแฟร์ๆ กัน ตนเชื่อว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไรต้องเป็นอย่างนั้น แต่ก็เชื่อว่าประชาชนคนไทยมีดุลยพินิจเป็นธรรม ส่วนบุคคลอื่นที่กระทำความผิดทางเจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายติดตามจับกุมต่อไป ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าวว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ มีกลุ่มชายวัยรุ่น ลักษณะเป็นพรรคพวกกันประมาณ 3-4 คน ใส่เสื้อแขนยาวสีน้ำเงินคล้ายเสื้อทีม โดยพบว่า 1 ใน ชายวัยรุ่น ที่สวมหมวกนิรภัยสีขาวเต็มใบ สวมเสื้อแขนยาวสีเข้ม กางเกงขายาวสีครีมได้ปาวัตถุคล้ายระเบิดใส่ กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณหน้าร้านแม็คโดนัล อเวนิว เมเจอร์รัชโยธิน หลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีไปทางแยกรัชโยธิน และกลุ่มผู้ก่อเหตุได้มีการใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมที่วิ่งไล่ติดตามผู้ก่อเหตุ อีกประมาณ 4 นัด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกอาวุธปืนยิงใส่ คือนายประชากร ศักดิ์ศรีเท้า อายุ 20 ปี เป็นอดีตนักศึกษาช่างกลปทุมธานี เจ้าหน้าตำรวจฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุพบว่า นายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ อายุ 25 ปี อดีตนักศึกษาช่างกลมีนบุรีโปลีเทคนิค เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บ ต่อมาได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม พรรคพวกของผู้บาดเจ็บ ได้พยายามจับตัว นายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ ไว้ จนเป็นเหตุให้ล้มลง ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณฟุตปาธถนนรัชดาภิเษกขาเข้า ข้างร้านวายเฮียร์ และได้พบอาวุธปืนที่บริเวณพื้นถนน ใกล้ตัวนายภาสพงศ์ จากนั้นจึงได้ รวบรวมพยานหลักฐานยื่นต่อศาลอาญา ซึ่งศาลอนุมัติหมายจับ นายภาสพงศ์ ตามข้อกล่าวหาดังกล่าวข้างต้น ซึ่งขณะนี้นายภาสพงศ์ ฯ ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลทางโซเซี่ยลมีเดียทั้ง 2 กลุ่มเคยมีการด่าทอกันมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 เดือน และความขัดแย้งของสถาบันทั้ง 2 แห่งก็มีมาอย่างต่อเนื่องถือเป็นสาเหตุหนึ่งในก่อเหตุ โดยผู้ก่อเหตุดังกล่าวอยู่ในการชุมนุมครั้งนี้ ส่วนกรณีที่บอกว่าเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่สวมใส่เสื้อสีเหลืองนั้น เป็นอีกหนึ่งคนที่มีการเชื่อมโยงอยู่ในโซเซี่ยลมีเดียคล้ายกับคนใส่เสื้อแขนยาวสีดำสะพายเป้แต่สรุปว่าทั้ง 3 คนที่ก่อเหตุมาด้วยกัน ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุในพื้นที่แยกเกียกกายเป็นคนละชนิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด