"บิ๊กอวบ" ร่วมกับ "บิ๊กโอ๋" กวาดล้างแก๊งลักรถภาค 1

อาชญากรรม23 ธ.ค. 2560 • 06:42 น.
"บิ๊กอวบ" ร่วมกับ  "บิ๊กโอ๋" กวาดล้างแก๊งลักรถภาค 1
วันศุกร์ที่ 22 ธ.ค.60 ที่บริเวณด้านหน้าหอประชุมอมรวิวัฒน์ บช.ภ.1/พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 / รอง ผอ.ศปจร.ภ.1 พล.ต.ต.อำนาจ จันทร์เจริญ รอง ผบช.ภ.1 (สส) พล.ต.ต.สุรินทร์ ทับพันบุบผา ผบก.ภ.จว.อ่างทอง พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 แถลงข่าวผลการปฏิบัติงานของ ศปจร.ภ.1 กรณีการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาและเครือข่าย แก๊งโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รายใหญ่ ในพื้นที่ ภ.1 จำนวน 3 ราย รายที่ 1จับกุมนายศักดิ์ดา หรือดา หรือวิน เส็งรอดรัด อายุ 42 ปี และ.นายคมสันต์ หรือใหม่ ศรีม่วง อายุ 30 ปี ของกลาง รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน บย-5381 สุพรรณบุรี จำนวน 1 คัน,รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน ฌข-3960 กรุงเทพมหานคร (ใช้ในการก่อเหตุ),รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน ผค-5468 นครปฐม,อุปกรณ์ในการโจรกรรมรถ ประกอบด้วย ไขควง คีม กุณแจประดิษฐ์ขึ้นเอง พล.ต.ต.ธนายุตม์ พฤติการณ์การก่อเหตุ ตามวันเวลาที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายร่วมกันก่อเหตุลัก รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน บย-5381 สุพรรณบุรี ที่บริเวณลานจอดรถห้างบิ๊กซี สาขาอ่างทอง แล้วหลบหนีไป ต่อมาได้ทำการสืบสวนทราบว่า นายศักดิ์ดา เส็งรอดรัด เป็นผู้ก่อเหตุ จึงได้สืบสวนติดตามตัวจนพบ นายศักดิ์ดาฯ และ นายคมสันต์ ศรีม่วง พร้อมรถยนต์ของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ และรถยนต์คันที่ถูกโจรกรรม พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน จากการขยายผล ผู้ต้องหาให้การรับว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุลักรถยนต์ ในพื้นที่ นครบาล,ภ.1,ภ.2,ภ.3,ภ.7 รวมกว่า 16 ครั้งจึงแจ้งข้อหา"ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะฯ หรือรับของโจร"นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ดำเนินคดีต่อไป รายที่ 2 จับกุมนายชลัมกรณ์ วรรณชาติ,นายสิทธิชัย หรือเข้ม เย็นสุข ,นายธีรเจต หรือเก่ง ยอดประโคน และนายเข็มชาติ หรือเอ๋ ทับทิม ของกลาง รถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว ทะเบียน 6กฐ-2250 กทม. จำนวน 1 คัน,รถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นรีโว้ สีขาว ป้ายแดงทะเบียน บ-2583 กทม. จำนวน 1 คัน,รถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นยาริส สีดำ ทะเบียน 3กข-6272 กทม. จำนวน 1 คัน,รถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น ดีแม็ก สีขาว ทะเบียน 1ฒถ-9601 กทม. จำนวน 1 คัน พฤติการณ์กล่าวคือ ตามวันเวลาที่เกิดเหตุได้มีผู้เสียหายแจ้งเหตุรถยนต์ถูกคนร้ายลักไป โดยจอดไว้ที่บริเวณคอนโดเมืองทองธานี ต่อมาจึงได้สืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิด จนสามารถจับกุมตัว นายชลัมกรณ์ฯ ได้พร้อมรถยนต์ของกลางดังกล่าว โดยรับว่าได้ซื้อรถยนต์มาจาก นายเข็มชาติหรือเอ๋ ทับทิม จึงได้ดำเนินการขอหมายจับนายเข็มชาติฯ ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี และสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา พร้อมทั้งทำการตรวจยึดรถยนต์ของกลางที่แจ้งหายไว้เพิ่มเติม ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าได้ร่วมกับนายชาญณรงค์หรือใหม่ฯ และนายธีรเจต หรือเก่ง ยอดประโคน ทำการลักรถดังกล่าวจริง ซึ่งสามารถสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ในเวลาต่อมา โดยจากการสืบสวนแล้วเชื่อว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวข้างต้น เป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุลัก รถยนต์ในหลายท้องที่ แล้วนำรถยนต์ไปขายให้กับนายเข็มชาติหรือเอ๋ฯ จึงแจ้งข้อหา“ร่วมกันทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะฯ หรือรับของโจร” นำตัวผู้ต้องหาส่ง พงส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย รายที่ 3 จับกุมนายประภพ หรือพี แดงแตง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.615/2560 ลง 8 ธ.ค.2560 โดยกล่าวหาว่า "รับของโจร" พฤติการณ์กล่าวคือ ตามที่ได้มีคนร้ายก่อเหตุลักรถยนต์ ในเขตพื้นที่ ภ.1 และ ภ.7 จำนวนหลายครั้ง ของกลางรถยนต์กระบะ อีซูซุ ทะเบียน ถก-9276 กทม. เหตุเกิดที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี,รถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ ทะเบียน ผจ-3742 นครปฐม เหตุเกิดที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม,รถยนต์กระบะ อีซูซุ สีดำ ทะเบียน ฒง-5982 กทม. เหตุเกิดที่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ,.รถยนต์กระบะ อีซูซุ ทะเบียน ถษ-6099 กทม. เหตุเกิดที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมคนร้ายอย่างต่อเนื่องตลอดมา จนกระทั่งสามารถร่วมกันจับกุมนายประภพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวได้ที่ อู่ซ่อมรถยนต์ไม่มีชื่อ อ./จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจากการตรวจสอบพบรถอยู่ในอู่จำนวนมาก จึงได้ตรวจยึดรถยนต์ต้องสงสัยที่ไม่มีหลักฐานมาแสดงไว้เพื่อทำการตรวจสอบจำนวน 7 คัน โดยจากการสืบสวนทราบว่า นายประภพฯ ผู้ต้องหา เป็นผู้รับซื้อรถยนต์ที่ถูกกลุ่มแกงค์คนร้ายโจรกรรมมาขาย และจะนำมาจำหน่ายในราคาคันละประมาณ 50,000 บาท จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะฯ หรือรับของโจร” นำตัวผู้ต้องหาส่ง พงส. ดำเนินคดีต่อไป พล.ต.ต.ธนายุตม์ กล่าวขอบคุณถึงการปฏิบัติในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปจร.ภ.1 และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันบูรณาการกำลังสืบสวนตามหลักการ "กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก" อย่างไม่ย่อท้อ จนสามารถติดตามจับกุมตัวกลุ่มแก๊งผู้ต้องหาได้ภายในเวลาต่อมา ซึ่งกลุ่มของผู้ต้องหกาถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมที่เป็นภัยสังคม ตระเวนก่อเหตุอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย การปฏิบัติในครั้งนี้จึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในการพิทักษ์และรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง ในนามของตำรวจภูธรภาค1 จึงขอชมเชยและขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป