'คาร์ม็อบ'แน่นถนนรัชดา'เปิดผนึกถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเรียกร้องปล่อยนักโทษทางการเมือง 'แบม-ตะวัน'

อาชญากรรม25 ม.ค. 2566 • 11:08 น.
'คาร์ม็อบ'แน่นถนนรัชดา'เปิดผนึกถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเรียกร้องปล่อยนักโทษทางการเมือง 'แบม-ตะวัน'

'คาร์ม็อบ'แน่นถนนรัชดา'เปิดผนึกถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเรียกร้องปล่อยนักโทษทางการเมือง 'แบม-ตะวัน' พร้อมจุดเทียนไว้อาลัยให้ความยุติธรรม-ตัดกำไรอีเอ็ม


กรณีกลุ่มมวลชนรวมตัวจัดกิจกรรม'คาร์ม็อบ'นำโดยกลุ่มทะลุวัง-โมกหลวงริมน้ำ-คนรุ่นใหม่นนท์-24 มิถุนาฯ' ประกาศนัดรวมตัวบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หน้าร้านแมคโดนัล ถนนราชดำเนิน เพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแบม-ตะวัน ผู้ต้องหาคดี ม.112 ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ และอดอาหารจนอาการสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต โดยจะนำมวลชนเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าไปยังศาลอาญารัชดา ถนนรัชดาภาเษก เพื่อจัดกิจกรรมปราศรัยและเปิดผนึกตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อไปยังอธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญาฯ รวมถึงให้ปล่อยนักโทษทางการเมืองทุกคน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่บริเวณหน้าศาลอาญารัชดา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศด้านหน้าศาลฯ มีกลุ่มมวลชนที่เคลื่อนขบวนมาโดยรถยนต์จำนวนร่วม 20 คันและรถจักรยานยนต์ร่วม 50 คัน พร้อมกับติดป้ายข้อความแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ 112 เคลื่อนขบวนมาจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตามเส้นทางถนนจรัญสนิทวงศ์ โดยข้ามสะพานพระราม 7 ต่อมาเมื่อมาถึงบริเวณหน้าศาลฯ ภายหลังทางแกนนำได้ประกาศเริ่มกิจกรรมได้มีการโปรยกระดาษสีขาว จากบนสะพานลอยบริเวณหน้าศาลฯ ภายในมีข้อความระบุข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เพื่อให้มวลชนที่มาร่วมกิจกรรมนำกระดาษไปติดที่รั้วของศาลอาญารัชดา นอกจากนี้ยังมีการนำป้ายไวนิลไปติดบริเวณรั้วของศาล เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษทางการเมือง ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยมีการนำกรวยมาตั้งปิดถนนช่องทางซ้ายสุดจำนวน 1 เลนส่งผลให้การจราจรฝั่งขาออกติดขัดตลอดเส้นถนนรัชดา เนื่องจากมีกลุ่มมวลชนกว่า 100ทคน ที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ด้าน นาย 'บอย'ธัชพงศ์ แกดำ แกนนำขึ้นกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งระบุว่า" นักโทษทางการเมืองดังกล่าวที่ถูกคุมขังเพียงแค่แสดงออกทางความคิด และเป็นความคิดเห็นทางสังคมเท่านั้น ไม่ได้เป็นการฆ่าใครตาย เป็นสิทธิที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองได้ หรือศาลจะตายไปเพราะอำนาจทางการเมือง" 

ทั้งนี้เพื่อจะยื่นหนังสือ ข้อเรียกร้องถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ฯ โดยมีใจความว่า
"เรียน อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา
ตามที่ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และอรวรรณทภู่พงษ์ ได้ถอนประกันตัวเอง ศาลมีคำสั่งคุมขัง 16 มกราคม 2566 มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อคือ 1. ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองทุกคน 2. ปฏิรูปยุติธรรม ศาลเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซง 3. ประกันสิทธิเสรีภาพยกเลิกมาตรา 112 ทั้งสองคนได้เริ่มการอดอาหารน้ำดื่มจนเกิดอาการสาหัสส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์รังสิตในภาวะที่เสี่ยงอันตรายแก่ชีวิตขณะนี้สาธารณชนได้แสดงออกในการสนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อของตะวันและแบม จึงขอ ร้องเรียนข้อเท็จจริงมายังอาธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาดังต่อไปนี้

1. รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 29 วรรค 2 กำหนดไว้ว่าในคดีอาญาให้สันนิษฐานไปก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดและก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ ดังนั้นการคุมขังระหว่างคดีไม่ถึงที่สิ้นสุดจึงเป็นการขัดต่อหลักการผู้บริสุทธิ์เป็นการตัดสินล่วงหน้าว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดไปแล้วส่วนวรรค 3 ยังระบุอีกว่าการควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยให้กระทำได้เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้หลบหนีซึ่งหมายถึงศาลจะสั่งให้คุมขังได้เพียงกรณีเดียวคือการหลบหนีดังนั้นการที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ได้รับการประกันตัวหรือการปล่อยตัวชั่วคราวมีเงื่อนไขห้ามออกนอกเคหสถาน ห้ามวิจารณ์ห้ามร่วมกันชุมนุมที่วุ่นวายต้องติดกำไร EM จึงเป็นการใช้ดุลยพินิจของสถานที่เกินไปกว่ารัฐธรรมนูญกำหนดและเป็นการขัดต่อสิทธิเสรีภาพดังนั้นทั้งตะวันและแบมจึงเป็นการปฏิเสธเงื่อนไขข้อกำหนดการประกันตัวที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนดังกล่าว

2. น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์  หรือใบปอ นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง ถูกศาลมีคำสั่งถอนประกันตัวเมื่อ 9 ม.ค 66 ด้วยเหตุที่ไปเข้าร่วมการชุมนุมต่อต้านการประชุมเอเปค ในวันเดียวกันนี้ศาลได้เรียกให้อัยการและตำรวจทำการไต่สวนเพื่อถอนประกันตัวตะวันตุลานนท์เพราะไปเข้าร่วมการชุมนุมต่อต้านการประชุมเอเปคเช่นกัน แต่พนักงานอัยการและตำรวจได้แจ้งว่าไม่ได้รับรู้เรื่องนี้มาก่อนโดยศาลแจ้งว่าศาลมีอำนาจไต่สวนถอนประกันตัวได้เองแต่ทนายความแจ้งว่าไม่ได้รับทราบสำนวนการไต่สวนมาก่อนจึงเลื่อนออกไปในวันที่ 1 มีนาคม 2566 ดังนั้นในวันที่ 16 มกราคม 2566 ตะวันและแบมจึงขอถอนประกันตัวเองเพราะเห็นว่าการไต่สวนถอนประกันจากเหตุไปเข้าร่วมการชุมนุมเป็นการขัดต่อสิทธิเสรีภาพอีกทั้งอย่างไรเสียศาลก็มีคำสั่งให้ถอนประกันตัวทั้งสองคนอยู่แล้วการขอถอนประกันตัวของตะวันได้ยื่นคำร้องระบุด้วยว่าเงื่อนไขการประกันตัวขาดต่อหลักสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญพร้อมทั้งประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อดังกล่าว

3. การดำเนินคดีต่อประชาชนตามมาตรา 116 และ 112 นั้นเกิดขึ้นจากความเดือดร้อนของประชาชนจากการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาลทำให้ประชาชนออกมารวมตัวกันแสดงความคิดเห็นและชุมนุมประท้วงรัฐบาลแต่รัฐบาลกลับใช้มาตรา 112 และ 116 เพื่อคุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชนเมื่อนำคดีสู่ศาลโดยที่ศาลสั่งคุมขังและกำหนดเงื่อนไขที่ขัดต่อสิทธิเสรีภาพย่อมเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายรัฐในการควบคุมสิทธิเสรีภาพประชาชน

4. ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อในส่วนของศาลสามารถดำเนินได้ทันทีอยู่แล้วกล่าวคือ 1 ปล่อยนักโทษทางการเมืองทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกทางการเมืองเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและยังเป็นการระงับความขัดแย้งดังที่ศาลยุติธรรมในปี 2559 - 2560 ได้เคยระงับการใช้มาตรา 112 มาก่อนเพราะเป็นพระราชประสงค์ของกษัตริย์รัชกาลที่ 10 ให้งดการบังคับใช้มาตรา 112 และ2. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้ศาลเป็นอิสระปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นหลักการสำคัญและเป็นวิสัยทัศน์ของศาลยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้วดังนั้นเพียงแต่ผู้บริหารศาลประกาศขอ กำหนดให้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนการไต่สวนตัดสินใจในการอำนวยความยุติธรรมได้โดยอิสระ ปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจทั้งปวงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้สิทธิเสรีภาพตามครรลองของประชาธิปไตย 
ข้อเรียกร้องของทั้งสองคนเป็นการเรียกร้องเพียงแต่ขอให้ศาลคำนึงถึงหลักนิติธรรมหลักสิทธิมนุษยชน ปกป้องสิทธิเสรีภาพราษฎร ไม่ให้ศาลเป็นเครื่องมือการแทรกแซง การดำเนินคดีจากอิทธิพลภายนอกตามประเพณีการปกครองดังนั้นการที่ตะวันและแบมยอมใช้ชีวิตที่เจ็บปวดที่อาจถึงแก่ชีวิตก็เพื่อแสดงให้สังคมเห็นคุณค่าของคำว่าสิทธิเสรีภาพและความยุติธรรมนั้นมีความหมายยิ่งกว่าลมหายใจของตนเองเป็นความต้องการของประชาชนที่จะทำให้สังคมไทยมีความก้าวหน้าด้วย สิทธิมนุษยชนเสรีภาพและประชาธิปไตย จึงขอให้ศาลโปรดพิจารณาข้อเรียกร้องตามข้อ 1,2 ที่สามารถทำได้ทันทีเป็นการเร่งด่วนเพื่อเป็นการรักษาชีวิตทั้งสองคนและปกป้องสิทธิเสรีภาพของราษฎรทั้งปวง 
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง " 

ลงนามท้ายหนังสือโดย น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม กลุ่มทะลุวัง, น.ส.พิชญา เกตุอุดม กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ, น.ส.ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, นายเจษฎา ศรีปลั่ง เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนายนประชาธิปไตย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทั้งนี้จะมีการจัดกิจกรรมจุดเทียนและตัดกำไล EM บริเวณหน้าศาลอาญารัชดาอีกด้วย