ตม.3 ทลายขบวนการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมายสระแก้ว
วันที่ 9 ก.ค.63 ที่ สตม.สวนพลู พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ , พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 แถลงข่าว ทลายขบวนการลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมาย จังหวัดสระแก้ว
พล.ต.ต.อาชยน กล่าวว่าตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด สืบเนื่องจากการจับกุมการขนคนงานเมื่อวันที่ 1 ก.ค.63 กก.สส.บก.ตม.3 ได้ร่วมกับ ตม.จว.สระแก้ว, ตชด.13, สภ.บ้านทัพไทย และเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา สืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับกับลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ซึ่งขบวนการลักลอบนำคนต่างด้าวเพื่อเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย โดยในช่วงสถานการณ์โควิดด่านชายแดนปิด บุคคลต่างด้าวกลุ่มดังกล่าวได้ลักลอบเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยไป ต่อมาได้ลักลอบเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีกครั้งตามช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดน อ.ตาพระยา จว.สระแก้ว จากการสืบสวนทราบว่าจะมีการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานดังกล่าวที่ บริเวณบ้านคลองแผง ม.10 ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จว.สระแก้ว จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาในวันที่ 8 ก.ค.63 จึงได้ร่วมกำลังกันไปสุ่มสังเกตการณ์อยู่ในบริเวณทุ่งนา ม.10 บ้านคลองแผงฯ ที่เกิดเหตุจนกระทั่งเวลาประมาณ 22.30 น.ได้เริ่มสังเกตเห็นกลุ่มคนต่างด้าว จำนวนกว่า 60 คน รวมกลุ่มมั่วสุมกันเป็นจำนวนมากไม่พบว่ามีสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือสิ่งป้องกันเชื้อโรคซึ่งอาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อโรคได้ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่คนต่างด้าวบางส่วนได้พยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจสอบหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง
พล.ต.ต.อาชยน กล่าวอีกว่า ผลการตรวจสอบพบเป็นคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 63 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มดังนี้ 1)กลุ่มมีหนังสือเดินทางจำนวน 32 คน เป็นชาย 19 คน หญิง 12 คน, 2)กลุ่มไม่มีหนังสือเดินทาง จำนวน27 คน เป็นชาย 15คน หญิง 12 คน และเป็นผู้ติดตามหรือบุตรของคนต่างด้าว อีกจำนวน จำนวน 4 คน
ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันออกเดินทางจากที่พักในประเทศกัมพูชาจะมีผู้ขับขี่รถยนต์ขนส่งไปยัง จุดบ้านบึงตะกวน โดยพำนักอยู่รวมกันอย่างแออัดเป็นเวลา 2 วัน จึงได้เดินทางข้ามฝั่งเข้ามาในราชอาณาจักรไทยจนถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ภายหลังจะมีผู้นำพาไปพักในสถานที่ใกล้เคียงเพื่อคัดแยกและจำแนกสถานที่เป้าหมายในการเดินทาง โดยเสียค่าใช้จ่ายไม่เท่ากันแล้วแต่ระยะทางเป้าหมายปลายทาง เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคตามข้อกำหนดในมาตรา 9 ฉบับที่ 1 ข้อ 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548”ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวส่ง พงส.สภ.บ้านทัพไทย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของกลุ่มขบวนการลักลอบนำพาจะได้ดำเนินการสืบสวนจับกุมต่อไป