ผบก.น.2ยันคดีอุ้มเรียกค่าไถ่เป็นเหตุเข้าใจผิด ที่แท้เรียกค่าเสียหายที่จีนตัวกลางยักยอกเงิน
จากกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ตำรวจ สน. สุทธิสาร ได้รับเเจ้งเหตุ มีชายฉกรรจ์ ลักพาตัวชาวจีน จากคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านรัชดาภิเษก จึงประสานตำรวจสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ 191 ก่อนใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง สืบทราบว่ารถคันที่ก่อเหตุไปจอดไว้หน้าอาคารพาณิชย์ ที่ตลาดสำเพ็ง 2 ย่านกัลปพฤกษ์ จึงคุมตัวไปสอบสวนข้อเท็จจริงที่ สน.สุทธิสาร แบ่งเป็นคนไทย 4 คน และคนจีน 1 คน โดยมีชาวจีนที่อ้างว่า ถูกลักพาตัวมาสอบสวนด้วยอีก 1 คน
คืบหน้าในเรื่องนี้ วันที่ 3 พ.ย. 65 เวลา 11.00 น.พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น. 2 ได้เดินทางไปสอบปากคำผู้ก่อเหตุและผู้เสียหาย ถึงที่มาที่ไปของกรณีดังกล่าว ข้อเท็จจริงจากการสอบสวนทราบว่า นายหยาง ยู่ ฟาน ได้ติดต่อกับอาเหลียง ซึ่งเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ว่าต้องการลงทุนซื้อเงินดิจิทัล สกุล USDT เป็นเงิน 3 ล้านบาท โดยได้รวบรวมเงินจากกลุ่มเพื่อน จากนั้นอาเหลียงติดต่อไปที่ นายหยู ซาน ว่ามีคนสนใจซื้อเงินดิจิทัล สกุล USDT จากนั้นนานหยู ซาน ติดต่อไปยังเถ้าแก่หยวน เจ้าของร้านอาหารหมิงติง ย่านวังทองหลาง ซึ่งรับซื้อ-ขายเงินดิจิทัล สกุล USDT
ผบก.น.2กล่าวว่า จากนั้นนายอาเหลียงก็ได้นัด นายหยูซาน และเถ้าแก่หยวน ไปทำการซื้อขายกันที่ร้านอาหารหมิงติง ซึ่งมีการบันทึกคลิปและหลักฐานว่ามีการโอนเงินดิจิทัล สกุล USDT กันจริง โดยเถ้าแก่หยวนให้รหัสการโอนเงินดิจิทัล สกุล USDT ให้กับนายอาเหลียงไป แต่ปรากฎว่านายหยาง ยู่ ฟาน เจ้าของเงินลงทุนกลับไม่ได้รับโอนเงินดิจิทัล สกุล USDT เข้าบัญชีแต่อย่างใด จึงเข้าใจว่าตนเองถูกนายหยู ซานโกงเงิน
พล.ต.ต.อรรถพลกล่าวว่า ต่อมา นายหยาง ยู่ ฟาน ได้นัดเจรจาขอเงินคืนกับ นายหยูซาน จึงพาเพื่อนคนไทยไปด้วย 1 คน และขอให้พนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่ในบริเวณนั้นมาอยู่เป็นเพื่อนเพื่อความปลอดภัย ซึ่งนายหยูซานยินดีรับผิดชอบค่าเสียหายกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงโทรศัพท์ไปบอกเพื่อนชาวจีนเพื่อขอยืมเงิน 3 ล้านบาท มาคืนให้กับ นาย หยาง ยู่ ฟาน แต่เพื่อนเข้าใจผิดคิดว่า นายหยูซานถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ จึงไปแจ้งตำรวจให้ช่วยเหลือ ทั้งที่เป็นการนัดเจรจาเพื่อชดเชยค่าเสียหายกัน
พล.ต.ต.อรรถพลกล่าวว่า เมื่อลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงทำให้ทราบว่า นายอาเหลียงมีพฤติการณ์น่าสงสัยว่าเป็นคนโกงเงินดังกล่าว เพราะบอกรหัสการโอนเงินไม่ตรงกับต้นทางทำให้ นายหยูซาน และนายหยาง ยู่ ฟาน ไม่ติดใจเอาความดำเนินคดีกัน เพราะเป็นเรื่องเข้าใจผิด กรณีนี้ยังไม่มีการใช้ความรุนแรงก่อเหตุอุ้มทวงหนี้แต่อย่างใด ซึ่งนายหยาง ยู่ ฟาน จะต้องไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายอาเหลียง ที่ สน.วังทองหลาง ต่อไป เพราะที่เกิดเหตุที่มีการนัดโอนเงินกัน อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ
ผบก.น.2 กล่าวว่า จะตรวจสอบลงลึกไปว่ากลุ่มคนจีนคู่กรณีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีที่มาที่ไปอย่างไร เกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาหรือไม่ โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย จากกรณีที่เกิดขึ้น ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันได้มีนโยบายจากผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ตรวจสอบคนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจสีเทาในประเทศไทย เพื่อไม่ให้เข้ามาสร้างปัญหาต่อไปอีก