"ผู้ปกครองเด็กพิเศษ" บุกร้อง "ปคม."ช่วยเหลือ หลัง "ครูพี่เลี้ยง" ทารุณมีแผลเต็มตัว
วันที่ 21 มิ.ย.65 เวลา 09.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาคุณแม่เด็กพิเศษที่ถูกครูพี่เลี้ยงทารุณกรรมจากศูนย์รับเลี้ยงกระตุ้นพัฒนาการเด็ก ใน จ.สมุทรปราการ เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.ปคม. เนื่องจากคดีถูกผู้มีอิทธิพลแทรกแซง เชื่อว่ามีเด็กคนอื่นถูกกระทำทารุณอีกหลายราย โดยมี พงส.บก.ปคม.เป็นผู้รับเรื่อง โดยนำหลักฐานประกอบด้วย 1.สำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจภูธรบางแก้วฉบับลงวันที่ 5 พฤษภาคม 65 2.สำเนาใบรับรองแพทย์ของโรงพยาบาลลำปาง ฉบับลงวันที่ 29 เมษายน 2565
ผู้เสียหายกรณีเข้ารับการดูแลจากสถานรับเลี้ยงดูเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาแห่งหนึ่ง มีค่าใช้จ่ายต่อเดือนอยู่ที่ 20,000 บาท เป็นศูนย์แบบเข้าอยู่ประจำ โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยแรกเริ่มสามารถไปเยี่ยมและพาบุตรกลับบ้านได้เป็นครั้งคราว แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทางศูนย์จึงงดเยี่ยม และมีการติดตามพัฒนาการผ่านทางระบบออนไลน์ เช่น การวีดีโอคอล และการส่งภาพถ่าย โดยที่ศูนย์ฯ แจ้งว่าบุตรไม่ค่อยรับประทานอาหาร ต่อมาเนื่องจากเป็นเวลาร่วมปีแล้วแต่บุตรยังมีพัฒนาการไม่มากเท่าเด็กคนอื่นที่อยู่ในศูนย์เดียวกัน เลยคิดจะหาศูนย์ดูแลใหม่ จึงแจ้งไปยังศูนย์ฯ ว่าจะพาบุตรออกจากศูนย์
แต่เมื่อไปรับบุตรพบว่า บุตรมีบาดแผลที่ข้อเท้าและบาดแผลคล้ายแผลติดเชื้อบริเวณทวารหนักแลบริเวณโดยรอบ เมื่อสอบถามจากทางศูนย์ฯแจ้งว่าบาดแผลบริเวณข้อเท้าเกิดจากการใช้ถุงทรายถ่วงเพื่อให้ทรงตัวและบาดแผลบริเวณทวารหนักเกิดจากการแพ้ผ้าอ้อมสำหรับเด็กและเกาจนเกิดแผลบริเวณโดยรอบ จึงพาบุตรไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลลำปาง โดยใบรับรองแพทย์ระบุว่า 1.ผอม น้ำหนักตัวน้อย ขาดสารโปรตีน 2.มีกลุ่มแผลติดเชื้อเก่าบริเวณอวัยวะเพศ และทวารหนัก 3.มีกลุ่มแผลเป็นเก่าคล้ายรอยเล็บที่โคนต้นแขนสองข้าง และโคนขาด้านขวา 4 แผลเป็นที่หางคิ้ว 5.แผลถลอกสะเก็ดลอกที่โหนกแก้มขวา 6.แผลเป็นสีคล้ำขนาดกว้าง 1.5 เซนติเมตร บริเวณเหนือรอบข้อเท้าขวาและกลุ่มแผลเป็นสีจางเส้นบางหลายแผลบริเวณเหนือข้อเท้าซ้าย คล้ายรอยผูกมัด มีความเห็นของแพทย์ ระบุว่า เด็กขาดสารอาหารและอาจมีการถูกทารุณกรรม
ทางผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรบางแก้ว และวันนี้ ได้เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อขอดำเนินการดังนี้ 1.ขอให้กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ รับทำคดีนี้ เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต่อเด็กซึ่งอยู่ในอำนาจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และ 2.เกรงว่าอาจมีผู้เสียหายจากศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็กซึ่งเป็นเด็กพิเศษอีกหลายรายกระจายอยู่หลายพื้นที่ ทั่วประเทศ ซึ่งเกินกำลังของสถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ อาจทำให้คดีมีความล่าช้า จึงอยากให้กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ดำเนินการสืบสวนสอบสวนจะทำให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายด้วย