ป.รวบหนุ่มใหญ่ลวงลงทุนนำเข้าปุ๋ยยูเรีย เสียหายกว่า100ลบ.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 เม.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.กรกช ยงยืน สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายส.พิเชษฐ์ พรหมรัตน์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 ซ.บางแวก 76 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ ตามหมายจับศาลแขวงสุพรรณบุรี ที่ 135/2561 ลง 29 สิงหาคม 2561 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” จับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 99/2 หมู่บ้านวิลล่าบารมี ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปี 2561 นายส.พิเชษฐ์ ได้ร่วมกับเพื่อนนักธุรกิจ ชาวอินเดีย เปิดบริษัท ไทยฟาร์มเมอร์ โปรดักส์ สักเสส จำกัด ซึ่งอ้างว่าเป็นบริษัทเกี่ยวกับการนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากประเทศรัสเซีย ก่อนจะทำทีไปติดต่อบริษัท มหาวงศ์ จำกัด เพื่อขอเสนอตัวเป็นตัวแทนนำเข้าปุ๋ยยูเรียมาขายให้กับบริษัทดังกล่าว จนบริษัทดังกล่าวหลงเชื่อยอมสั่งปุ๋ยยูเรียกับทางบริษัทของนาย ส.พิเชษฐ์จำนวน 50,000 ตัน พร้อมกับโอนเงินค่าปุ๋ยให้เป็นจำนวน 114 ล้านบาท แต่เมื่อถึงกำหนดรับส่งมอบปุ๋ย ทางนาย ส.พิเชษฐ์ กับไม่สามารถนำปุ๋ยมาส่งมอบให้ตามที่ตกลงกันไว้ ทางบริษัทผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทาง ตำรวจ สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี จนมีการออกหมายจับ กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่านาย ส.พิเชษฐ์ ได้หลบหนีมากบดานในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังไปจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบสวน นาย ส.พิเชษฐ์ ให้การรับสารภาพว่าได้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจริง แต่ตนเองมิได้มีเจตนาฉ้อโกง โดยเงินจำนวน 114 ล้านบาท ที่ได้จากบริษัท มหาวงศ์ จำกัด ตนเองได้โอนให้กับนายฮัสสัน ชาวอินเดีย ซึ่งเป็นหุ้นส่วน แต่อยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าน่าจะนำเข้ามาได้ภายในเดือน สิงหาคม 2562 ที่จะถึงนี้ ส่วนการที่ก่อนหน้านี้ตนได้ขาดหายการติดต่อไปนั้นเป็นเพราะช่วงดังกล่าวตนเองมีอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดสมองตีบ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับและจับกุมดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหารายนี้ยังมีหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวตามพื้นที่ต่างๆติดตัวอีก 7 หมายจับ อีกทั้งนายฮัสสัน ชาวอินเดีย ที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างถึงนั้น ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่ง สภ.สองพี่น้อง รับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป