ปิดฉากคดีเสือดำ “เจ้าสัวเปรมชัย” ชดใช้กรรม

อาชญากรรม10 ธ.ค. 2564 • 16:00 น.
ปิดฉากคดีเสือดำ “เจ้าสัวเปรมชัย” ชดใช้กรรม
เช้าวันที่ 8 ธ.ค.64 ที่ผ่านมา ถือเป็นวันปิดฉาก “คดีเสือดำ” คดีใหญ่ลงไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อ ศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา คดีหมายเลขดำที่ อ.219/61 และคดีหมายเลขแดงที่ 62/63 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดทองผาภูมิ (โจทก์) ยื่นฟ้อง “เปรมชัย กรรณสูต” อดีตประธาน กรรมการ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ , ยงค์ โดดเครือ คนขับรถ , นที เรียมแสน แม่ครัว และธานี ทุมมาศ พรานป่า เป็นจำเลยที่ 1-4 ได้ร่วมกันเข้าไปในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เขตตะวันตก จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2561 แล้วร่วมกันฆ่าเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน เพื่อเป็นอาหาร ทั้งนี้ คำพิพากษาของศาลฎีกา สั่งจำคุก เปรมชัยจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 14 เดือน จำคุกยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 เป็นเวลา 2 ปี 17 เดือน และสั่งจำคุกธานีทุมมาศจำเลยที่ 4 เป็นเวลา 2 ปี 21 เดือน ไม่รอลงอาญา ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลชั้นตัน และศาลอุทธรณ์ ภายหลังจากศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่นำตัวเปรมชัย คุมขังที่เรือนจำอำเภอทองผาภูมิ สำหรับคดีสำคัญครั้งนี้ต้องถือว่ามีความสำคัญต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมอย่างมาก อีกทั้งผู้กระทำผิดยังเป็นถึง “ซีอีโอ” บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ จึงทำให้คดีนี้ถูกจับตามาตั้งแต่ต้นว่าคดีจะจบลงอย่างไร และแล้ววันนี้ เมื่อสิ้นคำพิพากษาศาลฎีกา สั่งลงโทษจำคุกเจ้าสัวเปรมชัย โดยไม่รอลงอาญา จึงถือเป็นการปิดฉากคดีใหญ่ลง ส่วนเจ้าสัวเปรมชัย ในวัย 67ปีได้ชดใช้ความผิด ตามกระบวนการกฎหมาย เปรมชัย เกิดเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2498 เป็นบุตรชายคนสุดท้องจากจำนวนพี่น้อง 5 คนสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาจากโรงเรียนจิตรลดา จากนั้นไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ (Mining Engineering) จาก Colorado School of Mines รัฐโคโลราโด และระดับปริญญาโทด้านบริการธุรกิจ (MBA) จาก University of Southern California รัฐแคลิฟอร์เนีย ภายหลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาลงโทษเปรมชัย ในวันเดียวกัน บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แต่งตั้ง บุตรชายของเปรมชัย คือ “ธรณิศ กรรณสูต” ตำแหน่งกรรมการ รองประธานบริหารอาวุโสและผู้ช่วยประธานบริหาร ให้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานบริหารในกรณีที่ประธานบริหารไม่สามารถปฏิบัติงานได้เพื่อให้การบริหารงานของบริษัทฯ ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.64