ผบ.ตร.ประชุมนโยบายเข้าระงับเหตุ หลังญาติร้องตร.ไม่คุมตัวหนุ่มคลั่งฆ่าแม่เผาบ้านจนนำมาสู่การวิสามัญ

อาชญากรรม21 ม.ค. 2564 • 14:41 น.
ผบ.ตร.ประชุมนโยบายเข้าระงับเหตุ หลังญาติร้องตร.ไม่คุมตัวหนุ่มคลั่งฆ่าแม่เผาบ้านจนนำมาสู่การวิสามัญ
กรณีตำรวจวิสามัญฯ นายนนทชัย หรือโอ๊ต กรานเคารพ อายุ 35 ปี ที่ก่อเหตุฆ่านางสุรางค์รัตน์ จ้อยเจือ อายุ 62 ปี มารดาตัวเอง ก่อนเผาบ้านตัวเองในซอยบางพรม 54 ย่านตลิ่งชัน ซึ่งญาติบอกว่าเมื่อก่อนนายนนทชัย เคยคุ้มคลั่งบ่อยครั้ง แต่เมื่อแจ้งตำรวจบางเสาธงมาควบคุมตัว กลับอ้างว่าไม่ใช่เหตุซึ่งหน้าจึงไม่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 มกราคม ที่ สน.บางเสาธง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.พร้อม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.,พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 และ พ.ต.อ.ศุภศักดิ์ โปรียานนท์ ผกก.สน.บางเสาธง ร่วมติดตามความคืบหน้ากรณีตำรวจบางเสาธงไม่คุมตัวนายนนทชัย ก่อนหน้านี้ภายหลังมีญาติผู้ตายแจ้งหลายครั้งจนมาเกิดเหตุสลดดังกล่าว พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ตามที่มีข่าวว่าเหตุครั้งนี้ มีญาติๆ แจ้งตำรวจหลายรอบแล้ว แต่ไม่มีการควบคุมตัวไปนั้น บช.น.ตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ ส่วนเรื่องการวิสามัญ มีกฎหมายเฉพาะเป็นหลักประกันความมั่นใจอยู่แล้ว หากญาติติดใจการตาย หรือตำรวจทำเกินไม่ไปหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องไปสู่ชั้นศาล ไม่ได้จบเพียงตำรวจ ซึ่งมีขั้นตอนชัดเจน โดยวันนี้ตนมาตามในเรื่องตำรวจ ในฐานะ ผบ.ตร.จึงมาดูแลเรื่องการบริหารนโยบายว่าสาเหตุเกิดมาจากอะไร เป็นที่ระบบหรือผู้ปฏิบัติ กลไกไม่ทันสมัยพอ มีข้อจำกัดใด มาจากความประพฤติส่วนตัวหรือไม่ และจะทำอย่างไรต่อไปไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ที่อื่นอีก เบื้องต้นต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล ฝั่งตำรวจเองก็มีข้อจำกัด แต่หากเหตุผลไม่เพียงพอ บช.น.มีกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่แล้ว พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า กฎหมายระบุไว้ว่าการวิสามัญ ใช้ต่อเมื่อมีอันตรายที่ใกล้จะถึงเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อชีวิตเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม จะต้องทบทวนการฝึกซ้อมการระงับเหตุ รวมถึงทบทวนความรู้ในข้อกฎหมายว่าผู้ปฏิบัติทราบหรือไม่ เช่น พ.ร.บ.สุขภาพจิต ม.24 ให้อำนาจฝ่ายปกครองหรือตำรวจนำตัวผู้ที่มีอาการส่งไปตรวจได้ ทั้งนี้ระยะเวลาการเข้าระงับเหตุนั้นปกติกำหนดไว้ที่ 3 นาที แต่ยอมรับว่าไม่เคยทำได้เต็มประสิทธิภาพ จากการฝึกซ้อมก็อยู่ที่ 7 นาที จึงต้องดูตามพื้นที่ไป พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับคดีน้องชมพู่ สัปดาห์นี้ทราบว่าจะมีการสรุปการแปรผลจากเครื่องจับเท็จแล้วจะรายงานให้ทราบ ส่วนตัวมองว่าการออกหมายจับนั้นยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ แต่ตนไม่ได้รู้อะไรไปดีกว่าชุดสืบสวนสอบสวนที่ทำงานอยู่ ใครลุ้นอยู่ก็ลุ้นต่อไป ฝากถึงคนร้ายว่าให้คิดถึงเรื่องบาปบุญ ท่านก็หนีได้ชั่วคราว หากเหนื่อยแล้วก็มานั่งจับเข่าคุยกันดีกว่าว่าเหตุเกิดจากอะไร