พี่สาวยื่นหนังสือกองปรามรับโอนคดี หลังน้องชายถูกขาใหญ่ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา นครศรีธรรมราช ยิงเสียชีวิต หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

อาชญากรรม11 ส.ค. 2564 • 12:07 น.
พี่สาวยื่นหนังสือกองปรามรับโอนคดี หลังน้องชายถูกขาใหญ่ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา นครศรีธรรมราช ยิงเสียชีวิต หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม
จากกรณีพบศพนายติณศรุต มากช่วย อายุ 28 ปี ชาวจ.นครศรีธรรมราช ถูกขาใหญ่ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา ใช้อาวุธปืนยิง นอนเสียชีวิตใกล้สี่แยกท่าศาลา ในจ.นครศรีธรรมราช สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าหน้าอก ลำคอ ลำตัวเกือบ 10 นัด และยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่จำนวนมากถึง 16 ปลอก โดยการก่อเหตุครั้งนี้ถือว่าอุกอาจเป็นอย่างมากเนื่องจากอยู่กลางเมืองซึ่งและอยู่ไม่ไกลกับโรงพักท่าศาลา ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. ( วันนี้ ) นางสาวธัญยภรรณ มากช่วย อายุ 42 ปี พี่สาวของ นายติณศรุต มากช่วย อายุ 28 ปี ที่ถูกยิงเสียชีวิต พร้อมด้วยนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ นำคลิปและพยานหลักฐานเพิ่มเติม เข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบกราม เพื่อร้องขอความเป็นธรรม พร้อมทั้งขอให้มีการโอนสำนวนคดี ที่น้องชายถูกยิงเสียชีวิต ในพื้นที่ สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มาให้ กองปราบปราม เป็นผู้ดำเนินการแทน เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมา ถึงแม้ว่า ผู้ต้องหา จะเข้ามอบตัวแล้ว 2 คนก็ตาม แต่ในข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามภาพวงจรปิด ยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง แต่ตำรวจท้องที่ กลับไม่มีการดำเนินการ รวมทั้ง เกรงว่าผู้ต้องหาที่ เข้ามอบตัว อาจจะเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เนื่องจากทำงานกับนักการเมืองท้องถิ่น โดยมีพ.ต.ท.สุชาติ อิ่มสวัสดิ์ รอง ผกก.( สอบสวน ) กก.5 บก.ป. เป็นผู้รับหนังสือ นางสาวธัญพรรณ มากช่วย พี่สาว เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุอดีตแฟนสาวของนายติณศรุต น้องชายได้โทรศัพท์นัดให้น้องชายขับรถไปหา เมื่อน้องชายไปถึงก็พาอดีตแฟนสาวขับรถมาจอดที่หน้าร้านน้ำชาของตนเองเพื่อทำธุระ จากนั้นแฟนใหม่ของอดีตแฟนสาว น้องชายก็ขับรถจักรยานยนต์ตามมาจอด เพื่อพูดคุยกับฝ่ายหญิง พร้อมกับโทรศัพท์เรียกพวกให้ตามมายังที่เกิดเหตุ จากนั้นไม่นานพวกของฝ่ายผู้ก่อเหตุก็ได้นำปืนมาให้ ก่อนจะยิงน้องชายจนเสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหด ที่เกิดเหตุก็อยู่ห่างโรงพักเพียงเล็กน้อย อีกทั้งการสืบสวนของตำรวจพื้นที่ ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของกล้องวงจรปิด ทำให้เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า สำหรับผู้ก่อเหตุยิงมี 2 คน ใช้อาวุธปืนคนละกระบอกยิงน้องชายจนหมดแม็กกาซีน ซึ่งก่อนหลบหนียังได้เหยียบศีรษะน้องชายด้วย โดยผู้ก่อเหตุทั้งสองเป็นคนขับรถของ นายก อบต.ท่าศาลา และคนขับรถของรองนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุทั้งสองได้เข้ามอบตัวแล้ว แต่เกรงว่าคดีจะไปไม่สุดทางเนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นผู้มีอิทธิพล จึงอยากให้กองปราบปรามลงไปทำคดีแทน อีกทั้งยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงอยากให้มีการทำคดีนี้อย่างละเอียด ด้านนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ เปิดเผยว่า จากพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุถือว่าเข้าข่ายความผิดข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีโทษสูงสุดคือประหารชีวิต เพราะมีการเรียกพวกให้นำปืนมาให้เพื่อก่อเหตุ ไม่ได้เป็นการบันดาลโทสะ ขณะที่พนักงานสอบสวนกองปราบปรามก็ได้รับเรื่องไว้ เพื่อพิจารณาต่อไปว่าจะรับทำคดีหรือไม่อย่างไร อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมานายสุรพงศ์ ทองเกิด หรือบอย และ นายอรรถพล คุ้มเดช หรืออรรถ (แฟนใหม่) ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอันสมควร ซึ่งทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วน น.ส.อุ้ม แฟนเก่านายติณศรุต ผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่ตำรวจกันไว้เป็นพยาน