ทลายแก๊งหลอกคนไทยกู้เงินผ่านแอป คิดดอกสูง-ทวงหนี้แบบประจานให้อับอาย
ทลายแก๊งเงินกู้ ชวนคนไทยกู้เงินผ่านแอปพลิเคชัน คิดอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายกำหนด ใช้วิธีทวงหนี้แบบประจานให้อับอาย
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 3 ก.พ. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รองผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.สตม. นำกำลังตำรวจบก.สส.สตม. เข้าตรวจค้นอาคารสามชั้น ไม่มีเลขที่ ภายในทาวน์อินทาวน์ ซ.3 ถ.ศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง หลังสืบทราบว่าสถานที่ดังกล่าวมีการเปิดเป็นสำนักงานปล่อยเงินกู้เกินกว่ากฎหมายกำหนด
โดยที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 3 ชั้น บริเวณชั้นสองและสามถูกดัดแปลงเป็นสำนักงาน เบื้องต้นจับกุมลูกจ้างชาวไทยได้ 46 ราย ผู้ดูแลซึ่งเป็นชาวจีน 4 รายและชาวสิงค์โปร์ 1 ราย พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊กและอุปกรณ์ อื่นๆ เอกสารการทวงหนี้ สมุดบันทึกการทำงาน หนังสือการว่าจ้างงาน และอื่นๆ หลายรายการ
พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดสืบสวนได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ว่าตกเป็นเหยื่อจากการกู้ยืมเงินผ่านแอพปพลิเคชัน ซึ่งมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยจะให้สินเชื่อบุคคล ตั้งแต่ 2,000 – 50,000 บาท ระยะเวลาชำระหนี้ภายใน 7 วัน โดยหากกู้เงิน 2,000 -20000บาท จะได้เงินจริงเพียง 1,200บาท หักเป็นค่าบริการ 800บาท มีการคิดอัตราดอกเบี้ย 12-14 เปอร์เซ็นต์ โดยจะใช้วิธีการให้ผู้กู้ติดตั้งแอพพลิเคชั่น ชื่อ speedwallet ลงในโทรศัพท์มือถือ จากนั้นผู้กู้จะทำตามขั้นตอนที่แนะนำผ่านลิงค์ที่ส่งให้เพื่อทำการยืนยันตัวตน ซึ่งขั้นตอนนี้ทางกลุ่มผู้ต้องหาจะดูดข้อมูลไลน์ และเบอร์ติดต่อเพื่อเป็นหลักฐานในการเก็บข้อมูล ซึ่งผู้กู้ต้องให้ความยินยอม เมื่อกู้ผ่านแล้วจะถูกหักค่าบริการออกจากเงินกู้ แต่ลูกหนี้ยังต้องชำระเงินเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระตามกำหนดเวลา จะมีการทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ ด่าทอ คุกคาม และมีการส่งข้อความเกี่ยวกับการเป็นหนี้ไปยังรายชื่อที่เก็บรวบรวมไว้ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม ทำให้ผู้กู้ได้รับความอับอาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงได้ดำเนินการสืบสวนเรื่อยมา กระทั่งสืบทราบว่าขบวนการดังกล่าวมีออฟฟิศที่ตั้งอยู่ที่อาคารดังกล่าวโดยเช่ามาในราคาเดือนละ 6 หมื่นบาท และเป็นย้ายทำเลที่ตั้งมาเพียง 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามพบมีพนักงานคนไทยทั้งชายและหญิง นั่งทำงานอยู่มีการระบุตัวคนแบ่งหน้าที่กันทำงานฝ่ายบุคคล ธุรการ ฝ่ายทวงหนี้ และผู้ประสานงานอย่างชัดเจน
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบเป็นกลุ่มทุนต่างชาติ เข้ามาหาประโยชน์เอารัดเอาเปรียบประชาชนที่กำลังเดือดร้อน มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการกระทำความผิดโดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ เพื่อให้เข้าถึงประชาชนเป็นจำนวนมากได้โดยง่าย ส่งผลให้เกิดความเสียหายในภาพรวมเป็นวงกว้าง ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบที่อยู่ในเครือข่ายนี้กว่า 8 แอพพลิเคชั้น มีลูกค้ากว่า 5000 ราย ในส่วนของคนไทยที่มาทำงานนั้นได้ค่าจ้าง 1.2 หมื่นบาท อย่างไรก็ตามในส่วนของเงินหมุนเวียนหรือความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อห่ ความผิดตามพระราชบัญญัติเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ตามมาตรา4 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองแสร บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหาเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด, กำหนดข้อความอันเป็นเท็จเรื่องจำนวนเงินกู้หรือเรื่องอื่นไว้ในหลักฐานการกู้ยืมหรือตราสารที่เปลี่ยนมือได้เพื่อปิดบังการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดหรือกำหนดจะเอาหรือรับเอาซึ่งผลประโยชน์อย่างอื่นนอกจากดอกเบี้ยไม่ว่าจะเป็นเงินหรือ สิ่งของโดยวิธีการใดใดจนเห็นได้ชัดว่าประโยชน์ที่ได้รับนั้น มากเกินส่วนอันสมควรตามเงื่อนไขแห่งการกู้ยืมเงิน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป