เพจ "สายไหมต้องรอด" พาผู้เสียหายถูกดาบตำรวจข่มขืนร้อง "บิ๊กโจ๊ก"  

อาชญากรรม27 มี.ค. 2566 • 13:06 น.
เพจ "สายไหมต้องรอด" พาผู้เสียหายถูกดาบตำรวจข่มขืนร้อง "บิ๊กโจ๊ก"  

 

กรณีเมื่อวันที่ 26 มี.ค. นายอาชาน โอภาสธนากุร ผู้ร่วมก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พา น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ พัชรนิตยธรรม ผกก.สภ.คลองห้า หลังถูกดาบตำรวจในสังกัด สภ.คลองห้า พาเข้าโรงแรมบังคับขืนใจจนสำเร็จความใคร่ ก่อนพนักงานสอบสวนได้พาผู้เสียหายไปตรวจสอบที่โรงแรมที่ถูกดาบตำรวจพาไปข่มขืน , หน้าร้านเหล้าย่านคลองหกที่เพื่อนของผู้เสียหายลงไปจองโต๊ะ เป็นจุดที่ทางดาบตำรวจขับรถออกไปกับผู้เสียหาย และ บ้านเพื่อนย่านคลอง 4 ธัญบุรีที่ดาบตำรวจพาผู้เสียหายไปส่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา 

ความคืบหน้าคดีนี้ ที่สโมสรตำรวจถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 27 มี.ค. นายอาชาน โอภาสธนากุร ผู้ร่วมก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พา น.ส.บี ผู้เสียหายที่ถูกดาบตำรวจกระทำชำเราไปร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีดังกล่าว 

โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่ส ทางเพจสายไหมต้องรอด ได้ประสานขอให้ดำเนินคดีกับดายตำรวจ ที่ถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุ กระทำชำเราผู้เสียหาย ทราบว่าดาบตำรวจคนดังกล่าวเป็นเจ้าของสถานบันเทิงด้วย แต่เรื่องนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน คดีนี้ไม่ยาก เพราะมีผู้เสียหายอยู่แล้ว ผิดถูกว่าไปตามข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ที่ผ่านมาทางผู้เสียหายเกรงกลัว ว่าจะแบล็กเมล์ และข่มขู่ และผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจในพื้นทรา จึงร้องขอความเป็นธรรม ตนยืนยันจะทำคดีให้เกิดความเป็นธรรม ขอให้ผู้เสียหายเชื่อมั่นและอุ่นใจ ทั้งนี้ต้องขอดูรายละเอียดก่อน ในฐานะผู้บังคับบัญชา ย่อมต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ส่วนโทษทางอาญาและวินัยนั้น ต้องขอดูพฤติการแห่งคดีก่อน ว่าจะมีโทษ มีความผิดสถานใด หรือไม่ 

จากนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.ได้ทำการสอบสวนผู้เสียหายด้วยตนเอง โดยฝ่ายผู้เสียหายไม่ขอให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนแต่อย่างใด