สืบดอนเมือง รวบแม่ค้าหัวใสปลอมเฟสฯรับหิ้วสินค้าแบรนด์เนม สารภาพทำมาแล้วกว่า 50 ครั้ง มีรายได้เดือนละ 4-5 หมื่น
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 ตุลาคม พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 ได้รับรายงานจากพ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง ว่าฝ่ายสืบสวนสน.ดอนเมือง ประกอบไปด้วย พ.ต.ท.ปรัชญา บุญยืน รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง พ.ต.ท.เข็มกล้า มั่นพลับ สว.สส.สน.ดอนเมือง ร.ต.อ.ภาคิน ดอกไม้ รอง สว.สส. และกำลังฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัวน.ส.ขวัญรัตน์ หรือปุ้มปุ้ย สามสี อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 419/2563 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2563 ความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น โดยจับกุมตัวได้บริเวณหน้าบ้านเช่าลขที่ 1669/133 หมู่บ้านปิ่นเจริญ 1 ซอยสรณคมน์ 25 แยก 2-1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. เวลาประมาณ 12.00 น.
การจับกุมครั้งนนี้สือเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่าน.ส.ขวัญรัตน์ สามสี ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี หลบหนีมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านปิ่นเจริญ 1 เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ จากนั้นได้นำกำลังเข้าจรวจสอบจนพบตัวน.ส.ขวัญรัตน์ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับ ผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ก่อนถูกนำตัวมาสอบสวนสวนที่สน.ดอนเมือง โดยมีผู้เสียหายที่เคยถูกน.ส.ขวัญรัตน์ หลอกเข้าชี้ตัวด้วย
น.ส.สญารัตน์ ชัยฤกษ์ อายุ 35 ปี หนึ่งในผู้เสียหายกล่าวว่า เมื่อประมาณวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมาตนรู้จักกับน.ส.ขวัญรัตน์ ที่เปิดเฟสบุ๊กรับหิ้วของเบรนเนม ที่ลดราคาตามห้างสรรพสินค้า ตนยอมรับว่าขี้เกียจไปซื้อเองจึงตัดสินใจ ติดต่อขอซื้อรองเท้ายี่ห้อเตะ Adidas ในราคา 860 บาท เมื่อถึงกำหนดส่งของตนกลับไม่ได้รับสินค้า ตนจึงพยายามหาข้อมูลของน.ส.ขวัญรัตน์ จนพบว่ามีการเปิดเฟสบุ๊กหลอกในลักษณะนี้มีผู้เสียหายมาแล้วกว่า 50 ราย โดยจะมีการนำภาพผู้หญิงหน้าตาดี มาใช้เป็นรูปโปรไฟล์ จากนั้นก็จะนำรีวิวจากที่อื่นมาลงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตนเอง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ก็จะปิดเฟสนั้นทิ้งแล้วไปเปิดเฟสใหม่ หลังๆเมื่อโดนตามมากๆจนไม่สามารถใช้บัญชีตนเองได้ก็จะหันไปใช้บัญชีแฟนหนุ่ม มาหลอกแทน อยากฝากไปยังผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าลดราคาจากผู้ที่รับหิ้ว ทางที่ดีให้ไปซื้อด้วยตนเองจะดีกว่า เพราะให้เราตรวจเช็คให้ดียังไงเขาก็มีช่องทางหลอกเราอยู่ดี ตนไม่อยากให้คนร้ายรายนี้ไปก่อเหตุกับใครอีก ถึงมันจะเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่ถ้ารวมกันแล้วก็ถือว่าเยอะ
ด้านน.ส.ขวัญรัตน์ กล่าวว่า ตนยอมรับว่าได้ปลอมเฟสขึ้นมาเพื่อหลอกให้ผู้เสียหาโอนเงินมาจริง ซึ่นตนทำมาตั้งแต่ปี 60 กระทั่งมาถูกจับดำเนินคดีเมื่อปี 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากขั้งที่ในเรือนจำ 2 เดือนก่อนมีการไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีได้ และหลังจากออกมาจากเรือนจำตนก็ไม่รู้จะหางานอะไรทำจึงกลับมาเปิดเฟสหลอกผู้เสียหายอีก โดยมีผู้หลงเชื่อโอนเงินแล้วกว่า 100 ราย มีรายได้ตกเดือนละ 4-5 หมื่นบาท พอได้เงินมาก็จะนำใช้จ่ายและซื้อของเบรนเนมที่ตนชอบบ้าง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ประสานไปยัง สภ.ไทรน้อย ซึ่งเป็นท้องที่ออกหมายจับ มารับตัวไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป