ผู้ประกาศสาวช่องดังแจ้งความปอท.ถูกปลอมไลน์ลวงเงินบริจาคอดีตแขกรับเชิญ
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 24 มิ.ย.62 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) น.ส.กมลพร วรกุล หรือเก๋ ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องดังแห่งหนึ่ง พร้อมนายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือดีเจเคนโด้ เข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. และ ร.ต.อ.ปิยวัตน์ ปรัชญญา รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. หลังถูกมิจฉาชีพสวมรอยเป็นตนเองและอ้างชื่อรายการคนล่าฝัน ลวงผู้เสียหายผ่านทางไลน์ ขอเรี่ยไรเงินบริจาคซื้อรองเท้าและกระเป๋านักเรียน เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร และโอนเงินเข้าบัญชีของคนร้าย จากนั้นผู้เสียหายโอนเงินเสร็จก็ไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้อีก รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 2 หมื่นบาท
น.ส.กมลพร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีแขกรับเชิญในรายการคนล่าฝัน ซึ่งเคยออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์นิวส์วัน ต้นสังกัดเดิมที่เคยทำงาน ได้โทรศัพท์มาสอบถามว่า ตนได้ซื้ออุปกรณ์การเรียน เพื่อนำไปบริจาคนักเรียนที่ตลาดสำเพ็งหรือไม่ ทำให้ตนรู้สึกแปลกใจ จึงสอบถามเรื่องราวและทราบว่า ก่อนหน้านี้มีคนอ้างชื่อเก๋ กมลพร โทรศัพท์เข้ามาหาเหยื่อโดยชักชวนให้โอนเงินซื้อของบริจาคดังกล่าวและทักไลน์มาหาผู้เสียหาย ซึ่งก็ไม่ได้ติดต่อกันมานานจึงไม่เอะใจอะไร
จากนั้นมีผู้เสียหายอีก 2 ราย มาสอบถามตนและอธิบายพฤติการณ์คนร้ายเหมือนกันทั้งหมด คือจะพูดทักทายด้วยประโยคเดียวกันและมีเสียงอยู่ริมถนน รวมถึงประโยคในแชตไลน์ ซึ่งดีเจเคนโด้อ่านแล้วยังบอกว่านี่ใช่ตนหรือไม่ เพราะลักษณะการพูดคุยคล้ายกับตนมาก และดีเจเคนโด้ยังได้พยามให้เก๋ถ่ายรูปส่งมาด้วย แต่ไลน์นั้นยังได้ตอบมาว่าถ้าเก๋ไม่แต่งหน้าเก๋จะไม่ถ่ายรูป ตนยืนยันว่าตอนทำรายการตนไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์ใดทั้งสิ้น
น.ส.กมลพร กล่าวต่อ จากนั้นเมื่อตรวจสอบบัญชีเงินที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้าไป ชื่อพัชรินทร์ อนุชวลิตวงศ์ พบเป็นบุคคลเดียวกับที่แอบอ้างชื่อและรายการตี๋อ้วนชวนหิว ไปเรี่ยไรเงินบริจาคตามร้านอาหารต่างๆ ที่เคยไปออกรายการเมื่อปี 2560 รวมถึงรายการโทรทัศน์ช่องอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งเรื่องก็ผ่านมานาน และมีชื่อผู้ต้องสงสัยแล้ว จึงต้องการกระตุ้นเตือนสังคมให้เฝ้าระวังมิจฉาชีพรายนี้ เพราะเหยื่อรายหลายเป็นคนหาเช้ากินค่ำ และต้องการเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งรัดจับกุมคนผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า จากหลักฐานที่ น.ส.กมลพร นำมามอบให้พบว่า คนร้ายทำมาหลายครั้ง ลักษณะเป็นการปลอมบัญชีไลน์มาหลอกให้ทำบุญ โดยคนร้ายมีการใช้บุคลิกในการสนทนาคล้ายกับน.ส.กมลพร จนผู้เสียหายเกิดหลงเชื่อแล้วโอนเงินให้ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบข้อมูลก่อน เบื้องต้นน่าจะเข้าข่ายความผิดตาม
พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) นำเข้าข้อมูลที่เป็นเท็จหรือบิดเบือน ทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน ตนขอฝากเตือนพี่น้องประชาชน หากผู้ใดจะให้โอนเงินด้วยเหตุผลใด ขอให้ติดต่อบุคคลที่กล่าวอ้าง รวมถึงให้สังเกตเลขบัญชี ถ้าเป็นกรณีขอยืมเงินถ้าเลขบัญชีไม่ใช่หรือให้ไปซื้อบัตรเติมเงินอย่าหลงเชื่อ การยืมเงินต้องเป็นชื่อบัญชีคนที่ขอยืม หรือถ้ามีเวลาให้นำหมายเลขบัญชีไปค้นข้อมูลในกูเกิ้ล (Google) อย่างกรณีนี้ถ้าค้นดูจะพบข้อมูลว่าเป็นเลขบัญชีที่มีการโกงเงิน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป