"บิ๊กโจ๊ก" ช่วยยายวัย 64 ถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบยึดบ้าน

อาชญากรรม3 มี.ค. 2565 • 14:24 น.
"บิ๊กโจ๊ก" ช่วยยายวัย 64 ถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบยึดบ้าน
วันที่ 3 มี.ค.65 ที่ บช.ภ.4 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำหนดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพี่น้องประชาชนเป็นวาระแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง โดยพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) โดยมี พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าจากปฏิบัติการ “สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำหยุดการข่มขู่เอารัดเอาเปรียบประชาชน ” ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 ประกอบด้วยในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ,จ.อุดรธานี, จ.หนองคาย และ จ.นครพนม นอกจากนี้ได้เข้าเยี่ยมคุณยายอุทัย แสนศิลา อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่279/1 ม.19 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พักอาศัยจริงที่ ห้องเช่าบ้านมาลี 157/15 ซ.กสิกรทุ่งสร้าง 13/7ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่าคุณยายอุทัย ต้องมาค่าเช่าห้องเช่าบ้านมาลี เสียรายเดือนๆละ 1,200 บาท ส่วนสามี เสียชีวิตแล้วและมีบุตรชาย 1 คน คือ นายวุฒิชัย แสนศิลา อายุ29 ปี เป็นผู้ป่วยมีอาการทางจิต และพักอาศัย อยู่กับ คุณยายอุทัยฯ ซึ่งประกอบอาชีพ ค้าขาย โดยทำขนมสาคู ออกขายในตลาดย่านกสิกรทุ่งสร้าง หากวันใดพอขายได้ ก็จะมีรายได้ วันละประมาณ 100 บาทนำมาพอได้เป็นค่าอาหาร สำหรับตคุณยายฯ กับบุตรชาย และเก็บไว้สำหรับ จ่ายเป็นค่าเช่าห้องพักในปลายเดือนนอกจากนี้ คุณยายอุทัยฯ ก็ไม่มีทรัพย์สินมีค่าอื่นใด ทั้งเหตุที่ต้องมาอยู่ห้องพัก ก็เนื่องจากบ้านตามทะเบียนบ้านของคุณยายอุทัยฯ ได้ถูกน้องชายนำไปจำนองกับนายทุน และถูกยึดไปแล้ว สำหรับข้อมูลการถูกข่มขู่จากแก็งค์ปล่อยเงินกู้เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 65คุณยายอุทัยฯ มีความต้องการเงินทุน เห็นนามบัตร "ฉลองเงินทุน" จึงโทรติดต่อตามหมายเลขโทรศัพท์ตามนามบัตรดังกล่าว มีนายเซียนฯ แสดงตัวเป็นตัวแทน พูดคุยติดต่อเพื่อกู้ยืมเงิน จนตกลงกู้ยืมเงิน จำนวน 5,000บ. เพื่อนำไปลงทุน ทำขนมสาคูขาย โดยนายเซียนฯ ได้ให้คุณยายอุทัยฯ ชำระเงินต้นดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย รายวันๆละ 250 บาท จำนวน 25 วัน รวมเป็นเงินจำนวน 6,250 บาท (ร้อยละ 25 ต่อรอบ25วัน) โดยนายเซียนฯเป็นผู้มาเก็บเงิน ซึ่ง คุณยายอุทัยฯ ชำระหนี้รายวันดังกล่าวมาโดยตลอด ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ก.พ.65 คุณยายอุทัยฯไม่มีเงินพอชำระดอก จึงได้จ่ายเงินให้กับนายเซียนฯไป 100 บาท ซึ่งทำให้นายเซียนฯไม่พอใจ พูดข่มขู่จะทำร้าย และได้วาดภาพหนึ่ง ลงใน สมุดบันทึกของคุณยายอุทัยฯ ซึ่งผู้แจ้งไม่เข้าใจว่าคืออะไร แต่เชื่อว่าเป็นการขู่จะทำอันตรายถ้าไม่ชำระดอกเบี้ย และเงินต้นให้ครบ จากนั้น นายเซียนฯ ก็ยังโทรมาหาทั้งข่มขู่ คุณยายอุทัยฯ อีก จนเกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น นอกจากการกู้ยืม จาก นายทุนราย "ฉลองเงินทุน" แล้ว คุณยายอุทัยฯ ยังได้กู้ยืมเงินจาก นายทุน “บัง บอส” และ “ยายดา” โดยทั้งหมดถูกจับกุมดำเนินดดีตามกฎหมายแล้ว