“บิ๊กบัว”สั่งล้อมคอกเหตุนักเรียนตีกัน-จ่อออกหมายจับมือยิงเด็กเทคโนฯ
จากกรณีนักเรียนทะเลาะวิวาทเป็นเหตุให้ นายชณาทิพย์ หรือมอส เปี่ยมอยู่ อายุ 17 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 1 สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 3 นัดเสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บริเวณถนนศรีนครินทร์ แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ ขณะทั้งหมดซ้อนท้ายรถ จยย.กลับบ้าน คาดกลุ่มนักศึกษาผู้ก่อเหตุเข้าใจผิด เพราะชุดแต่งกายคล้ายกับสถาบันคู่อริ ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 23 ก.ค.62 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางนา พ.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ ทองงามตระกูล รอง ผกก.สส.สน.บางนา พ.ต.อ.ปนาถพล ปุณศรี ผกก.สส.บก.น.5. ชุดสืบสวน สน.บางนา และ บก.น.5 ร่วมประชุมความคืบหน้าของคดีใช้เวลา 1 ชั่วโมงแล้วเสร็จ
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้สอบปากคำไปได้หลายปากพอสมควร มั่นใจว่าจะวามารถติดตามจับกุมได้แน่นอน ขอเวลาประมาณ 2 วัน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นคาดว่าจะออกหมายจับไม่ต่ำกว่า 2 ราย ทางตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว มูลเหตุการณ์ก่อเหตุตนยังไม่ขอเปิดเผย แต่ทราบว่าเจตนามาทำร้ายแน่นอน จะยิงผิดตัวหรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ ส่วนทั้ง 2 กลุ่มรู้จักกันมาก่อนหรือเป็นเรื่องระหว่างสถาบัน ตนขอให้เป็นแนวทางการสืบสวนไว้ก่อน ข้อมูลของผู้ก่อเหตุว่ามีถึง 30 คนหรือไม่ อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ เพราะผู้ก่อเหตุใส่หมวกกันน็อก แต่มีบางคนที่เราสามารถดำเนินการแล้วพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ ซึ่งผู้ที่ถูกออกหมายจับมีส่วนในการใช้อาวุธปืน เท่าที่ทราบมีผู้ใช้อาวุธปืนมากกว่า 1 ราย และอาจจะมีมากกว่านั้น อยู่ระหว่างดำเนินการ ขอเวลาให้ชุดคลี่คลายทำงานสักระยะหนึ่ง
ส่วนมีความเชื่อมโยงกับเหตุทะเลาะวิวาทก่อนหน้านี้พื้นที่ สน.พระโขนง นั้น ยังไม่ค่อยแน่ชัดแต่มีแนวทางที่เชื่อมกันว่าอาจจะเป็นกลุ่มเดียวกัน อาจจะไม่ใช่การล้างแค้นแต่เกิดจากความคึกคะนองก็เป็นได้ แต่ที่แน่ชัดทั้ง 2 จุดเป็นเด็กนักเรียนแน่นอน ตนยังตอบไม่ได้ว่ากลุ่มล่าสุดเคยก่อเหตุมาก่อน และเป็นกลุ่มสถาบันเดียวกันหรือไม่ ขอเวลา 2 วันในการทำงานถึงจะให้คำตอบได้
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวถึงมาตรการป้องกันว่า โดยปกติแล้วทาง บก.น.1-9 ได้มีการเข้าไปพูดคุยหรือหารือกับทางสถานศึกษา ต้องเรียนให้ทราบหากตนพูดไปก็คิดว่าตำรวจแก้ตัว ขอยืนยันว่ามิได้แก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่ากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเรา จะปรากฎกายอยู่บนท้องถนนเพื่อเฝ้าระวังป้องกันเหตุ ซึ่งเขาเจตนาหรือไม่ได้เจตนาเจอใครก็ตีเจอใครก็ยิง คือในสภาพอย่างนี้มันก็ยากลำบาก แต่พอเกิดเหตุแล้วตนก็ต้องติดตาม แล้วมาเร่งรัดทีมงานของตนเพื่อติดตามจับกุมให้ได้ ตนอยากจะฝากแต่ละสถานบันอย่างเช่นเรื่องของกล้องวงจรปิด บางสถาบันเท่าที่ทราบมาก็ไม่มีแม้กระทั้งบริเวณทางเข้าออก ก็ขอความกรุณาเครื่องมือในการที่จะช่วยการเฝ้าระวัง อย่าได้บอกว่าเฝ้าติดตามเลยดีกว่า ใช้คำว่าเฝ้าระวังกลุ่มนักเรียนที่จะสาดยิงกันบนท้องถนนหรือทางเข้าออก สถาบันจะอยู่ในกรุงเทพฯหรือไม่ก็ตาม ตนขอพูดในภาพรวมเพราะที่ก่อเหตุกันอาจจะไม่ใช่สถาบันในกรุงเทพฯ อาจจะเป็นปริมณฑลซึ่งมาเจอกันโดยบังเอิญ
ขอความกรุณาทางสถาบันช่วยตรวจสอบ ใครที่มีพฤติกรรมหรือมีแนวโน้มสุ่มเสี่ยง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปก็ขอความกรุณา ให้ข้อมูลในรายละเอียดหรือทำข้อมูลเก็บไว้ เพราะวันหนึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคงเข้าไปขอข้อมูลแน่นอน เพื่อใช้ช่วยเหลือในการติดตามไม่ใช่ว่าเกิดเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ติดตามจับกุม หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจของตนจะไม่ปฏิบัติหน้าที่ ขอยืนยันว่าปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งแล้วก็ไม่อยากให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้น โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ
"จะทะเลาะกันตีกันก็ไม่เป็นไร 2 สถาบันจะตีกันหรืออย่างไร ก็นัดกันไปยิงกันซะเลยดีกว่า ถ้ามันเป็นอย่างนั้น ตนเกรงว่าจะพลาดไปถูกคนอื่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ตนถึงบอกว่าให้แต่ละสถาบันช่วยตรงนี้ด้วย ตำรวจจะได้ทำงานกันมากขึ้น ติดตามกันง่ายขึ้น เพื่อป้องปรามทุกสิ่งทุกอย่าง" ผบช.น. กล่าว
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้คงไม่ถึงขั้นต้องเข้าไปตรวจค้นอาวุธภายในสถาบัน ตนได้มอบนโยบายให้ ผบก.น.1-9 ไปแล้ว ว่าพยายามเข้าไปพูดคุยหารือกับทางสถาบันให้มากที่สุด เพียงแต่ว่าถ้าเรารู้ตัวบุคคลก็จะคัดแยกออกมาจากกลุ่มนักเรียนที่ตั้งใจเรียน แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับรู้รับทราบเพื่อเป็นขอมูลไว้บ้าง ตนว่าก็จะเป็นประโยชน์กับทีมงานของตำรวจเรา ขอบอกว่าไม่ใช่เป็นการปัดความรับผิดชอบ เพียงแค่ให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นสะดวกขึ้น อย่าให้ถึงขนาดต้องให้เข้าปิดล้อมตรวจค้นภายในสถาบันกันเลย