“ปวีณา“ ประสานตำรวจช่วยเหลือหนุ่มถูกขัง

อาชญากรรม3 ก.พ. 2562 • 06:55 น.
“ปวีณา“ ประสานตำรวจช่วยเหลือหนุ่มถูกขัง
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 ก.พ. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วยพ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โชคชัย ร่วมกันนำหมายค้นเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 15/37 ตั้งอยู่บริเวณปากซอยโชคชัย ๔ ซอย 14 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ภายหลังสืบทราบว่ามีผู้ถูกกักขังอยู่ในอาคารดังกล่าวมาเป็นเวลานานหลาย 10 ปี โดยมีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลยันฮีร่วมให้การช่วยเหลือด้วยในครั้งนี้ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ปลูกติดกันหลายคูหา บริเวณหน้าบ้านจุดเกิดเหตุมีกระถางต้นไม้วางเป็นแนวรั้วให้เหลือช่องทางเดินเท้าเข้า-ออกเพียงทางเดียวพร้อมมีเศษขยะวางเกลื่อน โดยมีประตูเหล็กบานเลื่อนปิดล็อกไว้ ทางเจ้าหน้าที่จึงขอเข้าตรวจค้นก่อนพบหญิงชรา ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง อายุประมาณ 60 ปี แง้มประตูออกมา ซึ่งมีการเจรจากันอยู่สักระยะก่อนเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เมื่อเข้าไปภายในพบผู้ป่วยเพศชาย ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง อายุประมาณ 30-40 ปี สภาพพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สวมเสื้อยืดเพียงตัวเดียวนอนอยู่ที่พื้นใกล้กับประตูเหล็กบานเลื่อน นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบซากขยะส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณโดยรอบ ทางเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลยันฮีเพื่อตรวจเช็คอาการอย่างเร่งด่วน โดยมีหญิงชราเดินทางไปด้วยกัน ด้านเพื่อนบ้าน ให้การว่า บ้านหลังจุดเกิดเหตุเป็นของหญิงชราซึ่งไม่ได้ทอดทิ้งผู้ป่วย ทุกวันนี้ก็นำอาหารมาให้พร้อมทั้งอยู่ดูแลผู้ป่วยเสมอ ซึ่งอยู่ดูแลกันมานานกว่า30 ปี ทั้งนี้ไม่เคยได้ยินเสียงผู้ป่วยร้องครวญครางขอความช่วยเหลือเพราะถูกทรมานแม้แต่อย่างใด ส่วนกระถางต้นไม้หญิงชราได้นำมาตั้งไว้ เพราะก่อนหน้านี้มีคนมายืนหลบฝนหน้าบ้าน แล้วถูกผู้ป่วยเอื้อมมือออกมาจับขาจนได้รับความตกใจ นางปวีณา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีผู้ถูกกักขังไว้ในบ้านหลังดังกล่าว โดยส่งเสียงร้องออกมา และบางคนที่ไปยืนหลบฝนก็ถูกมือยื่นออกมาจากประตูกรงเหล็กก่อนจับขา นอกจากนี้ยังพบหญิงชรานำอาหารมาแขวนไว้ที่ประตูก่อนจะมีมือเอื้อมออกจากด้านในมาหยิบไป จึงประสานทางสน.โชคชัย ให้เข้าร่วมตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริง ด้านพ.ต.อ.สุพล เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบผู้ป่วยเพศชายนอนอยู่ที่พื้นบริเวณชั้นแรก ทางเจ้าหน้าที่จึงให้การช่วยเหลือในทันที โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องตรวจสอบว่าหญิงชรานั้นเป็นอะไรกับผู้ป่วย ซึ่งคาดว่าเป็นแม่ลูกกัน หากตรวจสอบพบว่ามีลักษณะเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยวก็สามารถดำเนินคดีได้ แม้จะเป็นแม่ลูกกันก็ตามซึ่งทางกฎหมายไม่ได้ละเว้น นอกจากนี้จะประสานทางสำนักงานเขตลาดพร้าวเข้าตรวจสอบเรื่องของสุขอนามัยสถานที่จุดเกิดเหตุ ในส่วนของผู้ป่วยนั้นต้องให้ทางโรงพยาบาลยันฮีตรวจเช็คให้แน่ชัดว่าป่วยเป็นโรคอะไรเพื่อให้การรักษาต่อไป