สัมภาษณ์พิเศษวันหยุดสุดสัปดาห์ "บิ๊กปิ่น"พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอาชญากรรม•6 พ.ย. 2564 • 04:30 น.คัดลอกลิงก์ สัมภาษณ์พิเศษวันหยุดสุดสัปดาห์.. นายพลตงฉินกับผลงานรับผิดชอบดูแลปราบปรามยาเสพติด"ผู้เสพถึงตาย ผู้ขายติดคุก"ปราบให้สิ้นเพื่อผืนแผ่นดินไทย"บิ๊กปิ่น"พล.ต.ต. นิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่าหลังจากที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ปฏิบัติหน้าที่ในสายงานที่ได้รับมอบหมายจากพล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบดูแลการปราบปรามยาเสพติด และช่วยดูแลงานแท่งด้านการจราจร งานป้องกันปราบปราม งานมั่นคง งานหลักๆคือการปราบปรามยาเสพติด และศูนย์ยาเสพติด,ศูนย์ปราบปรามเงินกู้นอกระบบ,ศูนย์ Fake News อย่างแรกที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้เน้นย้ำ ในเรื่องของการปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติด ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับสนองนโยบายพร้อมจัดทำโครงการชุมชนเข้มแข็ง โดยเน้นประชาชนมีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแล ว่ามีบุคคลแปลกหน้าเข้ามาในเขตพื้นที่หมู่บ้านของเรามีพฤติกรรมอย่างไรหรือไม่ หรือจับตาดูว่าบุคคลใดนำยาเสพติดเข้ามาเผยแพร่ในหมู่บ้าน เราต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้ชุมชนปลอดภัยจากอาชญากรรม และ ยาเสพติด รวมถึงเทคโนโลยี Smart Safety Zone ซึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานอาชญากรรม ซึ่งภายใต้การนำทีมของ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผบตร. ดูแลในการขับเคลื่อน Smart Safety Zone ตามที่ได้เปิดโครงการนำร่องไปแล้ว 15 โรงพัก แล้วกำลังจะเปิดเฟสใหม่ อีก 9 บก. ของนครบาลคงหนีไม่พ้นทั้งหมด 88 โรงพัก ที่ต้องร่วมโครงการ Smart Safety Zone ครอบคลุมทั้งหมดเป็นควบคุมความผิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความผิดเกี่ยวกับ ทรัพย์ ร่างกาย เป็นการป้องกันและป้องปรามโดยคนร้ายที่คิดว่าจะกระทำความผิด ในเขต Safety Zone ต้องคิดใหม่เสียใหม่ หากยังกระทำความผิดรับรองว่าหนีไม่รอด ส่วนตัวผมที่เข้ามามีส่วนเสริม ใน Smart Safety Zone ด้วยการจัดทำโครงการชุมชนเข้มแข็ง และยั่งยืน ปลอดภัยยาเสพติด จะเห็นได้ว่าการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ๆในแต่ละครั้งนั้นส่วนใหญ่ยาเสพติดมักจะถูกนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน นำเข้ามาพักตัดทอนตามจุดพักจังหวัดต่าง ๆ ก่อนนำเข้ามาในกรุงเทพมหานคร เพื่อกระจายเข้าสู่ชุมชน แม้ว่าสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ตั้งเป้าไว้ว่าหากมีการจับยาเสพติดได้ต้องขยายผล ยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิด ซึ่งหน่วยงาน ป.ป.ส.ได้ดำเนินการเขียนร่างปรับโครงสร้างฐานยาเสพติด โดยเน้นเรื่องของการ "ยึดทรัพย์" และรวบรวบจัดทำ พ.ร.บ.สมคบ และ ยึดทรัพย์ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติด การจับกุมยาเสพติดเยอะๆ แล้วออกมาแถลงข่าว ซึ่งมีการวิเคราะห์แล้วว่าองค์กรเครือข่ายยาเสพติด นี้อยู่ได้อย่างไร ซึ่งมีเงินทุนเข้ามาชดเชยในส่วนที่เสียไปในรูปแบบใด ทำอย่างไรก็ได้ในการจับกุมขบวนการเครือข่ายรายเล็กรายย่อย ต้องมีการรวบรวมพยานเอกสาร พยานวัตถุ การจับกุมทุกวันนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลไม่ได้ทิ้งผู้ค้ารายย่อยไปจนถึงเครือข่ายยาเสพติดตัวใหญ ตั้งแต่ผมมารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ผมรวบรวมผลงานการจับกุมยาเสพติดทั้งหมดตั้งแต่รายเล็ก รายย่อยไปจนถึงรายใหญ่เพื่อขยายผล ส่วนรายใหญ่ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 จับกุมแล้วนำมาขยายผล แต่พวกที่นำยาเสพติดเข้ามาในชุมชนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการล่อซื้อและจับกุม รวมถึงถูกการตรวจค้น จากจุดตรวจจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่สิ่งหนึ่งคือเราต้องรู้ว่าเขาเอายาเสพติดมาจากที่ใดที่ไหน และลงชุมชนใด เอามาจากใคร เพราะในแต่ละวันเราสามารถจับกุมเครือข่ายรายย่อยได้ประมาณ 40ถึง 50 รายในเขตพื้นที่ 88 สน.ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อจับคุมลูกค้ารายย่อยได้จะปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อขยายผลไปยังเอเย่นต์ ผู้จำหน่าย ที่ส่งมายังผู้ค้ารายย่อย หลายคนมองว่าผมคงทำงานด้านการปราบปรามยาเสพติดไม่ได้ ผมจะทำให้ดู อย่าลืมนะว่าคนที่นำยาเสพติดเข้ามาในชุมชนนั้นคือุคคลที่นำภัยเข้ามาคุกคาม ทำให้ลูกหลานในชุมชนติดยาเสพติด เพราะบุคคลเหล่านี้ เมื่อถูกจับกุมเราจะดำเนินการสืบทรัพย์ เพื่อทำการยึดทรัพย์ ทั้งหมดนี้จากแน่วทางตรวจสอบพบว่าขบวนการทั้งหมดจะลิงค์กัน ส่วนวิธีการตรวจสอบไม่สามารถเปิดเผยได้บอกสั้นๆ คำเดียวทุกอย่างเราทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งหลักความจริงเรารู้อยู่แล้วว่าตัวการเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติด อาศัยอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน และนำยาเสพติดเข้ามาสู่ประเทศของเรา ตามแนวตะเข็บชายแดน หรือเขตติดต่อ รวมถึงการนำเข้ามาสู่ชุมชน สุดท้ายก็หนีไม่พ้นสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจเราก็มาเจอแหล่งพักยาเสพติด และหลักฐานสามารถนำมาต่อจิ๊กซอว์ได้ทั้งหมด แต่การจับกุมยาเสพติดรายเล็ก รายย่อย ทำตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนว่าเราทำอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ว่าจับผู้กระทำความผิดมาแล้วต้องไปทำอะไรเขา ซึ่งๆแล้วไม่ต้องไปหวังผลอะไรมากมาย กับการที่จะขยายผลให้ได้ของกลางมาจำนวนเยอะๆ มันไม่จำเป็นแล้วเราแค่ถามเขาซึ่งเป็นผู้ค้ารายย่อย สำหรับการนำมาตรา 102 มาขยายผลหาข้อมูล หรือทราบทรัพย์ จากผู้ต้องหา ไม่จำเป็นต้องไปบีบบังคับผู้ต้องหา เราทำตามปกติถึงแม้ว่าเขาจะ ให้การปฏิเสธก็ตาม ขอเพียงทำตามแผนที่วางไว้ตามแนวการปฏิบัติ รวมถึงการเข้าปิดล้อมตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายทุกเรื่อง ไม่ใช่เฉพาะ ยาเสพติด อาวุธปืน หรือบุคคลเฝ้าระวัง จาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่มีอยู่มากในเขตพื้นที่ บก.น.3 และ บก.น.4 ถ้าจำไม่ไม่ผิดเมื่อประมาณปี พ.ศ.2558-59 มีการเปิดกลุ่มเสรีไทยร่มเย็น ในเขตพื้นที่ บก.น. 3 และ บก.น.4 มีการปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านสุ่มเสี่ยง ทำการเอกซเรย์ตรวจสอบพื้นเกือบหมด สำหรับยาเสพติดที่เข้ามาในประเทศช่วงนี้ประกอบด้วยเคตามีน และ ยาอี โดยเฉพาะยาเคตามีน กลับเข้ามาในรูปแบบใหม่ชนิดผงบดใส่แคปซูล สมัยก่อนเป็นขวดน้ำ เดี๋ยวนี้มาแบบสำเร็จรูป เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าเคตามีนและยาอี ไม่ได้ไปเสพแถวย่านชุมชนมัน แต่จะขึ้นตึกแท่งสูง ซึ่งตำรวจเรายังไม่สามารถเข้าถึง อย่างเช่น อพาร์ทเม้นท์และคอนโดหรูๆ ผมได้สั่งการให้ทุก สน.ไปตรวจพื้นและทำการบ้าน ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจนครบาล โดยให้หาข่าวและมีคอนแทคกับผู้จัดการคอนโด ว่ามีใครเป็นบุคคลที่ต้องสงสัยเข้าออกพื้นที่พักอาศัย หรือมีคนแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ เราต้องทำชุมชนเข้มแข็งร่วมกัน เพราะว่ายาเคตามิน และยาอี ที่ถูกนำเข้ามา ในเขตพื้นที่ชุมชนเพื่อปาร์ตี้ ตราบใดที่ กทม.กำหนดให้นั่งรับประทานอาหารได้ถึง 21:00 น ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารได้เลย แต่ก็ยังมีโรงแรม เกสเฮ้าส์ และ คอนโด รวมถึงอพาร์ทเม้นท์ ที่ห่างไกลจากสายตรวจ ยังฝ่าฝืนกฏระเบียบ หากถ้าเรามี Contact Point หรือแหล่งข่าวเราจะสามารถรู้ได้เลยว่า มีคนแปลกหน้าเข้ามาเช่าอาศัย ซึ่งไม่ใช่ลูกบ้านประจำ เราก็จะทำการเข้าตรวจค้น หรือใช้วิธีการต่าง ๆ เช่นการดักสอยจับกุมคน ที่นำยาเสพติดเข้ามาเติมนี่คือแนวดิ่งที่เรายังไม่ได้ทำ ที่ผ่านมาทำแต่แนวราบโดยเฉพาะชุมชนผู้ใหญ่บ้าน ,ตำรวจบ้าน,ชุมชนสัมพันธ์ ส่วนกลุ่ม 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้ดำเนินการเก็บดีเอ็นเอไว้ตรวจสอบ ส่วนตัวไม่ได้มองว่า กลุ่มบุคคล 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่ใช่คนดี แต่เรามีความจำเป็นต้อง เก็บ DNA เนื่องจากมีการย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ในเขตพื้นที่มีนบุรี และ หนองจอก เราสแกนไว้หมดแล้ว เพื่อให้รู้ว่าบุคคลนี้อยู่ตรงไหน และให้ สน.ต่าง ๆ สแกนพื้นที่เอาไว้ รวมถึงธนาคาร ร้านทอง ตอนนี้ผมต้องช่วยงานป้องกันและปราบปราม อีกทางจึงมองเห็นว่าช่วงนี้กำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจไม่เพียงพอต่อการดูแลพี่น้องประชาชน เพราะว่าต้องไปร่วมภารกิจควบคุมฝูงชน แม้ว่าจะมีการยกเลิกมาตรการคือฟิวส์ไปแล้วก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสายปราบปรามต้องกลับเข้าโรงพัก แต่ยังไม่มีคำสั่งยกเลิกภาระกิจ จากผู้บัญชาระดับสูงและผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ขณะนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ดำเนินการ เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับ ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ซึ่งผมมีส่วนร่วมในการร่วมดูงานด้านการจราจร อีกส่วนหนึ่ง ถึงแม้ว่าตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ทาง กทม. มีมาตรการให้ประชาชนนั่งรับประทานอาหารและดื่มกินได้ไม่เกิน 21:00 น หากใครทานไม่หมดก็ต้องเอาใส่ถุงกลับบ้าน หรือไม่ก็ดื่มให้หมด แต่เมื่อดื่มหมดแล้วจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นในเขตพื้นที่นครบาล ทำให้ดูเหมือนว่าตำรวจไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งขณะนี้ทางกองบัญชาการนครบาล ได้จัดเตรียมเครื่องมือตรวจวัดแอลกอฮอล์ พร้อมอัพเดทโปรแกรมใหม่ล่าสุด ให้ทันกับเหตุการณ์เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจวัด ตามจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดือนธันวาคม ผับ คานาโอเกะ และสถานบริการ ต่างๆ เตรียมเปิดให้บริการแบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าตำรวจไม่มีแบบแผนแน่วทางปฏิบัติ ขอเน้นย้ำ ว่าเปิดได้ แต่ตำรวจไม่อยากให้ เกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นในเขตนครบาล เบื้องต้นได้ทำการตรวจสอบพื้นที่แล้ว ซึ่งบางพื้นที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยว เข้ามาเที่ยวดื่มกินกันจำนวนมาก จึงได้กำชับให้ทุก สน. ที่มีพื้นรับผิดชอบที่ติดต่อกัน แบ่งวันตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนวันเดียวหลายจุดในเขตพื้นที่เดียวกัน หรืออาจมีการบูรณาการร่วมกันตรวจวัดแอลกอฮอล์ และตรวจความผิดซึ่งหน้า จึงไม่อยากให้มีการตั้งด่านจุดตรวจ ติดต่อกันเป็นการสิ้นเปลืองกำลังพลและต้องไม่มีการ เรียกรับอมิตต่างๆ จากผู้กระทำความผิด นี่คือนโยบายหลักที่จัดทำขึ้นในเขตพื้นที่นครบาล รวมถึงศูนย์มั่นคง เกี่ยวกลับผู้ ชุมนุมสร้างสถานการณ์ความไม่สงบต่างๆในนครบาล โดยเฉพาะสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งเรามีมาตรการ ในการปฏิบัติหน้าที่ ตามขั้นตอนกฎหมาย รวมถึงจัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อเสริมการปฏิบัติหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน แบบผสมผสาน ซึ่งทางตำรวจเรามีข้อมูลเบาะแสทั้งหมด สุดท้ายแล้วตำรวจต้องทำงานควบคู่กับเทคโนโลยีที่ทันยุคทันสมัยในทุกรูปแบบเข้ามาปรับใช้อย่างจริงจัง