เสี่ยหนุ่ม ลั่นไร้คู่กรณีนัดขอโทษ-ขอขมาคดีหมิ่นประมาท
จากกรณีที่นายสำพราน หมั่นมาก อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพยอม และ นายศุภวิชญ์ กันต์สุข ทนายความ กรณีที่นายธนะโรจน์ ธนาชัยกุลไพศาล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพยอมและ นายชณะทัต ปัทมะภูวดล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพยอม กล่าวหาออกสื่อว่านายสำพราน หมั่นมาก เป็นผู้มีอิทธิพล ข่มขู่ พกปืน ทำตัวเป็นมาเฟีย จนมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย ในช่วงเดือนมกราคม 2567 ที่ผ่านมา ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น
วันที่ 26 ต.ค.67 ที่ สภ วังน้อย จ. พระนคร
ศรีอยุธยา นายสำพราน กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวทนายความของตนได้นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว และตนได้รับคำขอโทษ-ขอขมา จากนายธนะโรจน์ (สงวนนามสกุล) ตนได้ให้อภัยไม่ติดใจอะไรเพราะเป็นเพื่อนกัน แต่ในส่วนของนายชณะทัต (สงวนนามสกุล) ตนและชาวบ้านบางส่วนยังติดใจอยู่ สำหรับกรณีที่นายธนะโรจน์ (สงวนนามสกุล) นายชณะทัต (สงวนนามสกุล) ฟ้องตนข้อหาผู้มีอิทธิพล อั้งยี่ และ ข่มขืนจิตใจ เมื่อต้นปีนั้น พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเนื่องจากเรื่องดังกล่าวไม่มีมูล และไม่มีพยานหลักฐาน จึงสั่งไม่ฟ้อง และให้คู่กรณีทั้ง 2 คน มาขอขมาผู้เสียหายที่บริเวณหน้าโรงพัก สภ.วังน้อย ต่อหน้าสื่อมวลชน และหน้าประชาชนวันนี้ตนพร้อมนายศุภวิชญ์ กันต์สุข ทนายความ เดินทางมาที่ สภ.วังน้อยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อมาขอรับคำขอขมาของนายชณะทัต รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพยอม
ซึ่งวันนั้นเจราจาตกลงกันไม่ได้ วันนี้เป็นเดินทางมารอจนถึงเวลา 13.10 น. เมื่อไม่พบคู่กรณีมาที่โรงพักตามที่ตกลงกันไว้ ตามนัดหมายท่ามกลางพี่น้องสื่อมวลชนและประชาชน