สกู๊ปพิเศษ...พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ มือปราบยุค 4G แก้ปัญหาการคอรัปชั่นวงการตำรวจไทย

อาชญากรรม29 ธ.ค. 2564 • 01:25 น.
สกู๊ปพิเศษ...พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ มือปราบยุค 4G แก้ปัญหาการคอรัปชั่นวงการตำรวจไทย
เมื่อเอ่ยถึงชื่อมือปราบในยุทธจักรโล่เงิน เมื่อหลายปีก่อนหลายคนต้องรู้จัก พล.ต.อ.เผ่าศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจในยุค พ. ศ.2494 -2500 เจ้าของคำขวัญ"ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ในทางที่ไม่ขัดต่อศีลธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามและกฎหมายบ้านเมือง" ....เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้แล้ว "ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน" ปัจจุบันสังคมอาจได้ยินการทำงานของจเรตำรวจ ที่ปรากฏตามสื่อต่างๆในช่วงนี้อยู่บ่อยครั้ง และหลายคนสงสัยว่างานจเรตำรวจคืองานอะไร ซึ่งความจริงแล้วงานจเรตำรวจ มีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของตำรวจ มีภารกิจหลัก 4 ด้าน คือ ด้านการตรวจราชการ เพื่อติดตามผลการทำงาน ด้านการร้องเรียนร้องทุกข์จากประชาชนในการให้ความเป็นธรรมของตำรวจ ด้านระเบียบและจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมตำรวจ และ ด้านการป้องกันและแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ของตำรวจโดย "บิ๊กหิน"พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ( จตช.) ทันทีที่รับตำแหน่งหน้าที่ประเดิมงานแรก "ปมทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 "หลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนมีการประกาศ พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ตั้งแต่ต้นปี 2563 ตำรวจเริ่มมีบทบาทสำคัญในการตรวจตราพื้นที่และสกัดกั้นการแพร่ระบาดร่วมกับฝ่ายปกครองและ สาธารณสุข งานจเรตำรวจ จำเป็นต้องเข้าไปมีบทบาทกับสถานการณ์โควิด-19 นี้ ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกัน โดย หลังเข้ารับตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติ ไม่เกินสัปดาห์ เกิดกรณีมีข่าวเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ กรณีมีตำรวจหลายโรงพักร้องว่า ถูกอมเบี้ยเลี้ยงจากการร่วมภารกิจสกัดกั้นโควิด-19 ทั้งๆ ที่เพิ่งกำชับไม่ให้บกพร่องเรื่องเบี้ยเลี้ยงในวันมอบนโยบายด้านงานจเรตำรวจ ให้กับบรรดานายพลทั่วประเทศ ร่วมกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. ท่านอื่นๆ เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2563 และเป็นหนึ่งใน Flagship 19 ข้อ ของพล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ จเรตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานโดยด่วน ถือเป็นการประเดิมงานจเรตำรวจ ที่ใหญ่ระดับประเทศ เพราะเรื่องนี้ รัฐบาล โดยเฉพาะ พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญ เนื่องจากรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อตอบแทนตำรวจ ที่ร่วมปฏิบัติงานสกัดกั้นการแพร่ระบาดในช่วงวิกฤติ ตั้งแต่ 27 มี.ค. - 30 มิ.ย.2563 จำนวนกว่า 2,521 ล้านบาท แต่กลับถึงมือผู้ปฏิบัติอย่างไม่ทั่วถึง ตนพร้อมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับทีมจเรตำรวจ โดย พล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุขศรี รอง จตช. พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จเรตำรวจ(หน.) และคณะจเรตำรวจกองตรวจต่างๆ ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น ควบคู่ จเรตำรวจจากทุก บช. ซึ่ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร. ได้มาประชุมติดตามด้วยตัวเองถึง 2 ครั้ง โดยให้หลักการไว้ 3 ข้อ คือ .คืนความเป็นธรรมเยียวยา ถูกต้องตามระเบียบ และทุกคนรวมถึงสังคมพอใจ งานนี้ ถือเป็นงานใหญ่ที่ต้องเดิมพันด้วยความเชื่อถือศรัทธาของสังคมและตำรวจชั้นผู้น้อยที่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ ที่รอดูว่าจเรตำรวจจะสามารถตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับตำรวจด้วยกันเองได้จริงหรือไม่ ผลจากการตรวจสอบของจเรตำรวจ นำไปสู่การดำเนินการทางวินัยตำรวจในสังกัด บช.น และ ภ.1-9 รวม 23 จังหวัด ทั้งสิ้น 189 นาย มีระดับ บก. ภ.จว. และ ระดับ สถานีตำรวจ รวม 73 หน่วย เป็นระดับนายพล 5 นาย รอง ผบก. 3 นาย ผกก. 45 นาย นอกนั้นเป็นระดับ รอง ผกก. สว. รอง สว. และ ผบ.หมู่ รวม 136 นาย โดยมีการพิจารณาโทษตามแต่มูลเจตนาของผู้กระทำผิดตั้งแต่ เบาไปถึงหนัก ทั้งว่ากล่าว ภาคฑัณฑ์ กักขัง ตัดเงินเดือน บางส่วนกำลังสืบสวนข้อเท็จจริงทางวินัย ถ้ามีมูลก็ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยต่อไป พร้อมดำเนินการทางการปกครอง อีกส่วนหนึ่ง และ พล.ต.อ.วิสนุฯ ได้ประชุมกำชับไม่ให้มีการย้ายผู้ที่ถูกย้าย กลับไปที่เดิมโดยเด็ดขาด ถือเป็นการยืนยันให้สังคมและตำรวจด้วยกันเห็นว่า จเรตำรวจ ทำงานตรงไปตรงมา พึ่งพาได้ไม่ใช่มีไว้คอยช่วยเหลือพวกเดียวกัน สีเดียวกัน อย่างที่สื่อบางแห่งประเมินไว้ในช่วงแรกๆ ถือเป็นบทเรียน และอุทธาหรณ์ แก่ผู้บังคับบัญชาทุกหน่วย ให้ระมัดระวังใส่ใจการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกประเภทไม่ให้ผิดซ้ำรอยอีก เรื่องเบี้ยเลี้ยงโควิด ยังไม่ทันจางควัน ก็เกิดกระแสสังคม กรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยกระทรวงสาธารณสุขประกาศ Timeline ว่าติดจากบ่อนการพนันใน จว.ระยอง ชลบุรี และ มีกระแสลาม ไปถึงการพนันอื่นๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก มีการให้ข่าวจากตำรวจพื้นที่ปฏิเสธไม่ใช่บ่อนพนัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถูกสังคมรุมประณามว่า เป็นเหตุซ้ำเติมการแพร่ระบาด โควิดระลอกใหม่ไปทั่วประเทศ จึงเป็นหน้าที่ของจเรตำรวจ ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องนี้ ตามคำสั่งท่าน ผบ.ตร. เพื่อหาข้อเท็จจริงว่า ตำรวจมีส่วนรู้เห็นหรือบกพร่องอย่างไร และรายงาน ผบ.ตร. ทราบ มีการดำเนินการเข้าสู่กระบวนการทางวินัยและปกครองแก่ตำรวจตั้งแต่ระดับนายพล ถึง สารวัตร ขณะนี้ 36 นาย จาก 5 บช. โดยในจำนวนนี้ มีหน่วยงานที่กำลังถูกสืบสวนข้อเท็จจริงทางวินัยจากคณะกรรมการที่ตั้งจาก จเรตำรวจ จำนวน 12 หน่วยงาน เป็นตำรวจระดับนายพล ถึงระดับ สารวัตร จำนวน 23 คน ซึ่งหากยังมีพื้นที่ไหนพบข้อบกพร่องอีก ก็ต้องมีการดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อตอบสังคมให้ได้ พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า ที่ผ่านมา"ได้ให้นโยบายแก่จเรตำรวจ นับตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่งเมื่อ 1 ต.ค.2563 ไว้ว่า จเรตำรวจ จะต้องปรับแนวการตรวจราชการ เป็นการตรวจแบบกัลยาณมิตรดูทั้งที่ ยอดเยี่ยม และ ยอดแย่ !! คือ ไม่ได้จ้องลงไปจับผิด แต่ลงไปติดตามประเมินผล หากพบว่า ไม่ดี ก็แนะนำ ให้โอกาสปรับปรุง แก้ไข พัฒนา และติดตามผล แต่ถ้าให้โอกาสแล้ว ยังแก้ไม่ได้ก็ต้องมีผลกับการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ถ้าทำดีก็ต้องชมเชย ยกให้เป็นต้นแบบแก่หน่วยอื่น โดยเฉพาะ การบริการประชาชนในสถานีตำรวจ ซึ่งเป็นจุดแตกหักสำคัญของงานตำรวจ ดังนั้น จเรตำรวจ จะลงไปตรวจและแนะนำหน่วยได้ ก็ต้องมีความรู้และเข้าใจนโยบายพอที่จะลงตรวจเขาได้ จเรตำรวจจึงต้องหมั่นพัฒนาตนเอง โดยเริ่มต้นจากทัศนคติ ที่ตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทจเรตำรวจ และปลุกพลังความรู้ความสามารถในตัวเองออกมาขับเคลื่อน ซึ่งช่วง 3-4 เดือน ที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือจากพี่ๆ น้องๆ เป็นอย่างดี " ปัจจุบัน สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติเปิดรับเรื่องร้องเรียนอิเลกทรอนิกส์ JCoMS ตามนโยบายสำคัญเรื่องหนึ่งที่ พล.ต.อ.วิสนุ ได้ให้นโยบายไว้ และจะผลักดันให้เกิดขึ้น ในปี 2564 คือ โครงการ Jaray Complaint Management System ( JCoMS) หรือ โครงการระบบการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนของสำนักงานจเรตำรวจ ซึ่งเป็นระบบที่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตำรวจ หรือ มีเบาะแสการกระทำผิด หรือเรื่องเดือดร้อนอื่นๆ สามารถร้องทุกข์ได้ ผ่าน QR code ทางช่องทางสื่อสาร online ต่างๆ หรือ www.jaray.police.go.th ซึ่งจะมีการ report ให้ผู้แจ้งทราบว่า จนท. ของสถานีตำรวจ หรือ จนท. จเรตำรวจ คนใดเป็นเจ้าของเรื่อง เพื่อสะดวกต่อการติดตามผล รวมถึงเป็นช่องทางรับแจ้งเป็นหลักฐานเช่น สิ่งของสูญหาย ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลมาวิเคราะห์หรือค้นหาในอนาคตได้ แทนระบบเอกสาร ที่ถึงเวลากำหนดก็ถูกทำลายไป ที่สำคัญคือ จะมีระบบประมวลผลการรับแจ้ง เพื่อแสดงบนเมนู Dashboard ให้เห็นว่า พื้นที่ใด หน่วยใด มีเรื่องร้องเรียนประเภทใด เรื่องใด มากน้อยเท่าใด เป็นเครื่องสะท้อนภาพงานตำรวจ เพื่อ focus การแก้ไข ปรับปรุง จัดลำดับการดำเนินการ ได้ตรงความต้องการของประชาชน ได้ตรงจุดที่สุด เป็นการร่นเวลาเดินทาง ลดขั้นตอนทางราชการ ลดการสิ้นเปลืองทางเอกสาร ป้องกันการติดต่อสัมผัสตามแนว Physical Distancing เป็นการเปลี่ยน New Normal ให้เป็น Now Normal อย่างมีประสิทธิภาพ การตรวจสอบข้อบกพร่อง ในเรื่องระดับนโยบายประเทศติดต่อกันถึง 2 เรื่อง ในช่วงเพียงไตรมาสแรก สร้างความลำบากใจแก่ตนและทีมงานจเรตำรวจ เป็นอย่างมาก เพราะ พี่น้องตำรวจที่มีประเด็นถูกตรวจสอบก็คุ้นเคย รู้จักกันหลายท่าน แต่เมื่อผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ทำหน้าที่ในบทบาทจเรตำรวจ ก็ต้องจำแนกความสัมพันธ์ และความเป็นพวกเดียวกัน ออกจากความถูกต้องเป็นธรรม เพราะทุกอย่างถูกเดิมพันด้วยความเชื่อถือศรัทธาที่สังคมมีต่อองค์กรตำรวจ หากจเรตำรวจ ไม่สามารถเป็นที่พึ่งพา ให้ความเป็นธรรมได้ องค์กรอื่น หน่วยงานอื่นก็จะมาทำหน้าที่ตรวจสอบแทน เมื่อนั้น ความศรัทธาจากสังคมก็หมดไปการตรวจสอบ เมื่อสังคมตั้งคำถาม ก็ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย อย่างตรงไปตรงมา หากพบว่ามีมูล ก็ต้องนำไปสู่การลงโทษคนผิด ไม่ว่าจะ ตำแหน่งใด ยศใด การรักษาบทบาทตรงนี้ จึงเป็นการรักษาองค์กรตำรวจ ให้ยืนอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี เหมือนที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ฯ เคยกล่าวว่า "หากองค์กรไม่ยกย่องคนดี องค์กรก็ย่อมไม่เจริญเติบโต แต่หากไม่ลงโทษคนผิด ก็เท่ากับทำร้ายองค์กร ....นกทำรังให้ดูไม้ ข้าเลือกนายให้ดูน้ำใจ ผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด ผู้ที่มีเกียรติ คือ ผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น