ตร.เร่งพิสูจน์ทราบคู่กรณีที่ขับรถเฉี่ยวชนแล้วหนีทีจันทบุรี
วันที่ 5 มค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ขอเปิดเผยถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าว “สาวอุ้มลูกน้อยร้องสื่อตามหารถชนแล้วหนี” ในพื้นที่ สภ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี ว่า เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 62 เวลาประมาณ 17.50 น. ได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกัน บริเวณถนนสุขุมวิท ต.เขาไร่ยา อ.เมือง จว.จันทบุรี พนักงานสอบสวนจึงเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ทะเบียน 1กฌ-9510 จันทบุรี ล้มอยู่ข้างทาง ไม่พบผู้บาดเจ็บ และรถคู่กรณี จึงได้แจ้งตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บมีหน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลพระปกเกล้า เมื่อตรวจสอบที่โรงพยาบาลดังกล่าวทราบว่ามีผู้บาดเจ็บ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย สามี ภริยา และบุตร
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ขับขี่มาบนถนนสุขุมวิท จากแยกเขาไร่ยา มุ่งหน้าแยกเนินสูง ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ ถูกรถยนต์กระบะไม่ทราบยี่ห้อ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เฉี่ยวชนแล้วหลบหนีไป สอบถามเจ้าหน้าที่สายตรวจที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้น ไม่พบผู้ใดในที่เกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์จอดพลิกคว่ำ สอบถามผู้พบเห็นเหตุการณ์ ไม่มีผู้ใดจำหมายเลขทะเบียนรถได้ แต่ได้ตรวจสอบในพื้นที่เบื้องต้นแล้วพบว่าบริเวณใกล้ถนนที่เกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดของบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ซึ่งได้ประสานขอข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้พิสูจน์ทราบถึงตัวผู้กระทำความผิดและออกติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย โดย สภ.เมืองจันทบุรี ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้วตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย พยานที่เกี่ยวข้อง และได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ เพื่อถ่ายรูปที่เกิดเหตุ ทำแผนที่บริเวณที่เกิดเหตุไว้พอสังเขป เพื่อนำมาประกอบในสำนวน อีกทั้ง ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ ไล่กล้องทั้งบริเวณรอบที่เกิดเหตุและเส้นทางที่ผู้กระทำผิดใช้หลบหนี และให้ตรวจสอบทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าว หากทราบถึงทะเบียนคันดังกล่าว ให้พนักงานสอบสวนทำการออกหมายเรียกผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม หากพบว่าผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวเป็นผู้ขับขี่และหลบหนีจริง
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ต้องให้เวลากับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงาน พิสูจน์ทราบถึงตัวคู่กรณีที่เป็นผู้ขับขี่ สืบสวนสอบสวนพิสูจน์ทราบถึงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว และจะดำเนินตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ฝากถึงประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวัง ใช้ความเร็วที่เหมาะสม ไม่เล่นโทรศัพท์ระหว่างขับขี่ยานพาหนะ ไม่ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ควบคุมอารมณ์ขณะขับขี่ เมื่อเกิดอุบัติเหตุก็ขอให้ลงมาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับชื่นชมในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาของพลเมืองดีที่เข้าให้ความช่วยเหลือกับอุบัติต่างๆที่เกิดขึ้น
และฝากเตือนไปยังผู้ที่ขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ทุกชนิด หากเฉี่ยวชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ให้ลงไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บตามพ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 78 บัญญัติว่า "ผู้ขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินจะต้องหยุดรถให้ความช่วยเหลือ พร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที ไม่ว่าจะเป็นความผิดของผู้ขับขี่หรือไม่ก็ตาม"
ซึ่งหากว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วอย่ากลัว ควรปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 78 เพราะต้องมาพิจารณาสาเหตุของอุบัติเหตุอีกครั้งเพื่อหาฝ่ายผิด จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนกฎหมาย ที่จะมีประกันภัยรถยนต์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยในส่วนของการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
แต่หากหลบหนีแล้วโดนจับได้หรือเข้ามอบตัวเองในภายหลังก็จะมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 160 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 - ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 เป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัส หรือเสียชีวิต - ผู้ไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้หากผู้ใดมีข้อมูลเบาะแส ในเรื่องดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) โทร.1599 หรือ สภ.เมืองจันทบุรี โทร. 039-311-111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง