ลุ้นพิพากษาฎีกาคดียูฟัน "ฉ้อโกงประชาชน"

อาชญากรรม19 ก.ค. 2566 • 02:54 น.
ลุ้นพิพากษาฎีกาคดียูฟัน "ฉ้อโกงประชาชน"

วันที่ 19 ก.ค.66 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวจำเลยในคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟันสโตร์ รวม 21 คน ที่ถูกควบคุมไว้ที่เรือนจำมายังศาลอาญา เพื่อฟังศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 และผู้เสียหาย ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องนาย อภิชณัฏฐ์ แสนกล้า แม่ข่ายยูฟันสโตร์, นายนที ธีระโรจนพงษ์ หรือ "เกย์นที" นักเคลื่อนไหวความหลากหลายทางเพศกับพวก รวม 43 คน เป็นจำเลยในความผิดฐาน "ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 2556 พ.ร.บ.ขายตรงและการตลาดแบบ ตรง 2545 ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน 2527 ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550" ส่วนอีก 22 คน ที่ศาลมีคำสั่งยกฟ้องก็เดินทางมาฟังคำตัดสินในวันนี้ด้วย ที่ห้องพิจารณา 704 ในเวลา 09.00 น. 

จากกรณีเมื่อ 25 ต.ค.56-18 มิ.ย.58 บริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด ชักชวนบุคคลเข้าร่วมเครือข่ายในการ ประกอบธุรกิจน้ำผลไม้และสมุนไพรกับเครื่องสำอางผิวหน้า ทำให้หลงเชื่อว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่าย แต่กลับหลอกลวงให้ร่วมลงทุน จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลเห็นว่านาย อภิชณัฏฐ์ จำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกทำงานเป็นขั้นตอน ชักชวนให้ผู้เสียหายมาร่วมลงทุนการประกอบธุรกิจของบริษัทยูฟันฯไม่ได้เน้นการจำหน่ายสินค้าขายตรงตามที่แจ้งไว้ แต่กลับเชิญชวนให้ลงทุนยูโทเคน อ้างว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ลงทุนหาสมาชิกใหม่เพิ่มได้จะได้รับค่า ทำให้ได้รับความเสียหาย 

จึงพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 2 4 6 7 11 12 และ 13 มีความผิดตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นฉ้อโกงประชาชนฯ จำคุก 2,451 กระทง กระทงละ 5 ปีรวม 12,255 ปี และความผิดตาม พ.ร.บ.องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฯอีกคนละ 10 ปี รวมจำคุกจำเลยเป็นเวลา 12,265 ปี แต่ตามกฎหมายจำคุกได้เพียง 20 ปี  และให้จำเลยทั้ง 22 คนร่วมกันชดใช้เงิน 356,211,209 บาท ให้ผู้เสียหาย 2,451 คน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ริบเงินสดของกลาง กับให้จ่ายสินบนและเงินรางวัลนำจับให้กับผู้ชี้เบาะแสร้อยละ 25 ของค่าปรับที่จำเลยที่ 42 ต้องชำระ และยกฟ้องจำเลยที่เหลืออีก 21 คน ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้ยกฟ้อง

หลังจากนั้นจำเลยที่ 1,2,4,5,6,7,11,12,13,15,16,17,19,22,23,27,29,31,36,37,40,42 ได้ทำการยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 15-17 ,19,22,23,29,31,36,37 และ 40 ส่วนจำเลย 1,2,6,7 และ11 มีคำสั้งให้จำคุกคนละ 20 ปี   และให้ยกคำขอ 15-17 ,19,22,23,29,31,36,37 และ40 ร่วมกันคืนเงินที่กู้ยืม และฉ้อโกงแก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล