ตำรวจไซเบอร์เปิดปฎิบัติการทลายรังเอเย่นต์ทุนจีนเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ Ep:2

อาชญากรรม21 มิ.ย. 2566 • 16:24 น.
ตำรวจไซเบอร์เปิดปฎิบัติการทลายรังเอเย่นต์ทุนจีนเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ Ep:2

วันที่ 21 มิ.ย.66 เวลา 14.00 น. พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์  รองผบช.สอท. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รองผบช.สอท. พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5  ร่วมก่นแถลงผลการเปิดปฎิบัติการ Shutdown Fake Loan ทลายรังเอเย่นต์ทุนจีนเครือข่ายแก๊งเงินกู้ทิพย์ออนไลน์ Ep:2 ปิดล้อมตรวจค้น 3 จุดในพื้นที่กทม. ซึ่งเป็นคอนโด,อาคารชุดย่านสุขุมวิท และจับกุมน.ส.หยวน พร้อมของกลางเป็นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ตุ๊กตาแบร์บลิค กล่องใส่นาฬิกาโรเล็กซ์ ปาเต๊ะ เครื่องประดับ Cartier  สมุดบัญชีธนาคารภายในมีเงินหมุนเวียน 2 ล้านบาท เอกสารถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุด 3 ห้อง ห้องละ24 ล้านบาท 

โดยจุดที่น่าสนใจคือการเข้าตรวจค้นคอนโดหรูใจกลางกรุง ซึ่งเป็นที่พักของผู้ต้องหาหญิงชาวจีน หลังจากวานนี้ได้ทำการจับกุมหญิงชาวจีน ได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมหลบหนี โดยหญิงคนดังกล่าวเป็นคีย์แมนสำคัญทำหน้าที่เอเย่นต์จัดทำธุรกรรมต่างๆให้กับขบวนการนี้ อย่างไรก็ตามตรวจยึดพยานวัตถุ บัญชีธนาคารต่างๆ หลายรายการ 

พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวว่า ปฎิบัติการครั้งนี้เป็นการขยาจผลการจับกุมเครือข่ายดังกล่าวที่ทางบช.สอท. ได้ออกหมายจับกุมผู้ต้องหากว่า 52 หมายจับ และจับกุมผู้ต้องหาได้ 37 ราย เมื่อปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา หลังขบวนการนี้สร้างความเสียหายหลอกเหยื่อกว่า 448ราย มูลค่าความเสียหาย 170 ล้าน ให้กู้เงินผ่านเว็บไซต์และลิ้งค์ข้อความสั้น (SMS)โดยขบวนการดังกล่าวออกอุบายโฆษณาชวนเชื่อในลักษณะให้วงเงินสูง อัตราดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเงินเร็ว และใช้เอกสารน้อย จากนั้นจะให้แอดไลน์ติดตั้งแอปพลิเคชันเงินกู้ของมิจฉาชีพ มีการอ้างว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินที่ขอกู้ยืมจริง แต่ต่อมามีเงื่อนไขต่างๆ เช่น ต้องโอนเงินมัดจำก่อน ต้องทำกรมธรรม์คุ้มครองวงเงิน ต้องจ่ายค่างวดล่วงหน้า หรือแจ้งว่ามีการกรอกเลขบัญชีธนาคารผิด ต้องจ่ายเงินเป็นค่าเครดิต เป็นค่ารหัสผ่านในการถอนเงิน เป็นต้น เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปแล้วแต่กลับไม่ได้รับเงินเเต่อย่างใด เชื่อว่าถูกหลอกลวงจึงได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย 

ทั้งนี้จากการสืบสวนพบว่าขบวนการนี้กระทำความผิดมาตั้งแต่ปี 2565 โดยมีนายทุนชาวจีนเป็นตัวการหลักส่วนสองสามีภรรยาชาวจีน คือ นายโฮ จินโชว์ และน.ส.หยวน เจียน จะเปิดบริษัทในไทย ประกอบธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอาง(บริษัท ชูราคอส (ประเทศไทย) จำกัด )  ทำหน้าที่เป็นผู้ทำธุรกรรมในลักษณะนอมินีการใช้ชื่อทำธุรกรรมซื้อทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาจากการหลอกลวง จากนั้นจะแปรสินทรัพย์ไปให้ผู้ร่วมขบวนการ  ทางชุดสืบสวนจึงได้ทำการแกะรอยจนทราบว่าทั้งสองเตรียมหลบหนี จึงได้นำกำลังไปจับกุมน.ส.หยวนได้ที่ อาคารผู้โดยสารขาออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมหลบหนีไปประเทศสิงค์โปร์  ส่วนนายโฮ ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปก่อนหน้านี้  และหลังจับกุมได้นำตัวไปค้นที่ห้องพักและอาคารชุดที่ถือครองไว้ทั้งสามห้อง ห้องละ 24 ล้าน ก่อนตรวจยึดของกลางได้ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของอาคารชุดดังกล่าวพบว่ามีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินออกไปแล้วบางส่วน เช่นรถยนต์ปอร์เช่ พานาเมร่า ราคา 11 ล้าน รถยนต์เบนซ์ นาฬิกาปาเต๊ะ และนาฬิกาโรเล็กซ์  ซึ่งจากนึ้จะทำการขยายผลและติดตามต่อไป ทั้งนี้สอบสวนยังคงให้การปฎิเสธ จึงนำส่งพนักงานสอบสวนบก.สอท.5 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป