ภาค 1 รวบ 6 ผู้ต้องหาแก๊งตระเวนลักสายไฟ
ตำรวจ บก.สส.ภาค 1 ร่วมกับ ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ติดตามจับกุม 6 ผตห.แก๊งตระเวนลักสายไฟ ตามไซด์งานก่อสร้าง คอนโด และโปรเจคโรงแรมหรู ในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 และในเขตพื้นที่ใกล้เคียง
วันนี้ (20 มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ กองบังคับการตำรวจภูธร ภาค 1 พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.วรชาติ แสนคำ รอง ลงมาผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ชินโชติ วัฒนธนานพ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.อาสาฬห์ ถมยา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน บก.สส.ภ.1 ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.อ่างทอง, พ.ต.อ. ประภาส มั่งคั่ง รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง, พ.ต.อ. พีรพันธ์ จันทร์เทียน รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ได้ทำการแถลงผลการจับกุมผู้กระทำความผิดก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์ (สายไฟ) ตามไซด์งานก่อสร้าง คอนโด และโปรเจคโรงแรมหรู ในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 และในเขตพื้นที่ใกล้เคียง และสามารถสืบสวนติดตามจับกุมได้ รวม 6 ราย พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ประกอบด้วย นายจตุรชัย จูเทพ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดอ่างทองที่ 82/2565 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” และมีหมายจับค้างเก่า อีก 3 หมาย คือ 1.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 767/2561 ลงวันที่ 27 กันยายน 2561 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ, 2.หมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ 361/2563 ลงวันที่ 14 กันยายน 2563 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคลคลหรือทรัพย์ และ 3.หมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 17/2565 ลงวันที่ 7 มกราคม 2565 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ ) รายที่ 2.นายธนวิชญ์ แสงสมบัติ อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 81/2565 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” และมีหมายจับค้างเก่าอยู่ 1 หมายเป็นหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 765/2565 ลงวันที่ 27 กันยายน 2561 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะฯ ) 3.นายทินพันธุ์ ทาดาจันทร์ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 83/2565 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” มีหมายจับค้างเก่า 1 หมาย คือหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 818/2564 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2564 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะฯ ) 4.นายกัมปนาท น่วมคง อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 85/2565 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” 5.นายสำเริง อบรมชอบ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 86/2565 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2565 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” และ 6.นายสมพงษ์ สิทธิจันทร์ อายุ 61 ปี ผูต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 84/2565 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ในข้อหา “รับของโจร” พร้อมด้วยของกลางรถยนต์กระบะสีขาว ทะเบียน 3 ฒจ-6562 กทม. 1 คัน รถกระบะสีฟ้า ทะเบียน 8 กษ 4821 กทม. อีก 1 คัน, คีมตัดเหล็กด้ามสีแดง จำนวน 1 อัน, คีมตัดสายไฟด้ามสีเหลือง จำนวน 1 อัน, คีมล็อคเหล็ก จำนวน 1 อัน, ปะแจ เหลื่อน 1 อัน, ท่อนเหล็ก 1 ท่อน, เหล็กงัดยาง 1 อัน, โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง, เสื้อกั๊กสะท้อนแสง 1 ตัว
และผ้าคลุมสีน้ำเงิน 1ผืน (ใช้วันก่อเหตุ)
พล.ต.ท.จิรพัฒน์ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 เวลาประมาณ 06.00 น. ได้มีคนร้ายจำนวน 5 คน ทราบชื่อภายหลัง คือ 1.นายจตุรเทพ จูเทพ, 2.นายธนวิชญ์ แสงสมบัติ, 3.นายทินพันธุ์ ทาดาจันทร์, 4.นายกัมปนาท น่วมคง และ5.นายสำเริง อบรมชอบได้เข้าไปก่อเหตุลักม้วนสายไฟ จำนวน 3 ม้วน บริเวณโรงแรมเอสแอล แกรนโฮเทล ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นไซด์งานก่อสร้างโปรเจคโรงแรมหรูใจกลางเมืองอ่างทอง มูลค่าความเสียหายประมาณ 800,000 บาท จากนั้นนำม้วนสายไฟ จำนวน 1 ม้วน ขึ้นรถยนต์กระบะสีขาว ทะเบียน 3ฒจ-6562 กทม และนำม้วนสายไฟ จำนวน 2 ม้วน ขึ้นรถยนต์กระบะสีฟ้า ทะเบียน 8กษ-4821 กทม. ก่อนขับหลบหนีไป จากนั้นนำม้วนสายไฟที่ลักได้มาไปขายที่ร้านขายของเก่า ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี มีนายสมพงษ์ สิทธิจันทร์ เจ้าของร้านรับซื้อไว้ในราคา 290,000 บาท เมื่อขายเสร็จได้ทำการแบ่งเงินกันและได้แยกย้ายกันหลบหนี
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันสืบสวน หาข่าว จนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปที่ใด จึงได้ออกติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาครบตาม จำนวนทั้งสิ้น 6 คน โดยคนร้ายได้ตระเวนลักทรัพย์ตามไซด์งานก่อสร้าง คอนโด โปรเจคโรงแรมหรูต่างๆในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 และพื้นที่ใกล้เคียง จำนวนหลายครั้ง จึงได้ทำการจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและระวังป้องกันภัยจากการถูกลักสายไฟและทรัพย์อื่นๆ จึงแนะนำให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดในสถานที่ที่เสี่ยงต่อการถูกกลุ่มคนร้ายลักเอาทรัพย์สินไปได้ โดยคนร้ายมักจะเลือกลักเอาทรัพย์สินที่อยู่ในที่ลับตาผู้คน หรือสถานที่ที่ไม่มีการรักษาความปลอดภัย ซึ่งง่ายต่อการก่อเหตุลักทรัพย์ ทั้งนี้ทางตำรวจภูธรภาค 1 จะดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว โดยใช้มาตราการลงโทษทางกฏหมายในฐานความผิดขั้นสูงสุด เพื่อเป็นแบบอย่างมิให้การกระกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว และจะดำเนินการจับกุมการกระทำความผิดลักษณะดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนสืบไป