กองปราบ รวบสาวแสบเครือข่าย "แก๊งค์กำถั่ว" หลอกตุ๋นหญิงชรา พบเหยื่ออีกนับร้อยสูญเงินกว่า 80 ล.

อาชญากรรม26 ม.ค. 2565 • 06:51 น.
กองปราบ รวบสาวแสบเครือข่าย "แก๊งค์กำถั่ว" หลอกตุ๋นหญิงชรา พบเหยื่ออีกนับร้อยสูญเงินกว่า 80 ล.
วันที่ 26 ม.ค.65 ที่กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม น.ส.ชณัชชา สังสีมา อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาขบวนการ “แก๊งกําถั่ว” ตามหมายจับ หมายจับศาลแขวงนครปฐม ที่ 283/2562 ลง 27 ธ.ค.2562 ข้อหา ตัวการ “ร่วมกันฉ้อโกง” หลังสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าร้านตัดผมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายรายหนึ่งเป็นหญิงชรา อายุ 75 ปี เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับทางตำรวจกองปราบฯ ให้ช่วยติดตามจับกุม น.ส.ชณัชชา ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งมีพฤติกรรมหลอกลวงผู้คนในลักษณะกลุ่มขบวนการ "แก๊งกำถั่ว" โดยเหตุเกิดเมื่อประมาณเดือน มี.ค.2561 หลังมีผู้เสียหายรายหนึ่งประกาศขายบ้านในราคา 7.5 ล้านบาท และประกาศขายแมนชั่น ในราคา 35 ล้านบาท ต่อมาไม่นานก็ได้มีนายป้อม (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ติดต่อเข้ามาขอเป็นนายหน้าก่อนจะพาหญิงสาวชื่อเจ๊เพ็ญ (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) มาพบเพื่อขอดูบ้านและแมนชั่นหลังที่ประกาศขาย อ้างว่าพาคนมาซื้อบ้านหลังดังกล่าว พล.ต.ต.มนตรี กล่าวต่อว่า หลังผู้เสียหายเริ่มไว้ใจ ผู้ต้องหาขบวนการดังกล่าวก็ได้ทำทีพาผู้เสียหายไปพบกับชายที่อ้างว่าต้องการจะซื้อบ้านคือ เสี่ยโอฬาร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ โดยนัดเจอกันที่บังกะโลรับรองแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อมาถึงทั้งหมดก็ได้ออกอุบายชักชวนเล่นพนันกำถั่ว ก่อนที่กลุ่มผู้ต้องหาจะเริ่มแผนการให้นายป้อม และ เจ๊เพ็ญ เสียพนัน แล้ว แสร้งทำทีโวยวายผู้เสียหาย อ้างว่าผู้เสียหายรู้เห็นกับเสี่ยโอฬาร โกงการพนัน เพื่อกดดันและบังคับให้ผู้เสียหายยอมชดใช้เงินพนันที่เสียไป ด้วยความกลัวผู้เสียหายจึงยอมจ่ายเงินให้รวมเป็นจำนวน 2 ล้านบาท แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านจึงเริ่มเอะใจ ก่อนพยายามติดต่อกับไปยังกลุ่มผู้ต้องหาแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ก่อนนำเรื่องเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พร้อมกับเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากกองปราบให้ช่วยติดตามจับกุมแก๊งกำถั่วขบวนการดังกล่าว พ.ต.อ.วิวัฒน์ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ขุดปฏิบัติการ กก.3 บก.ป. ลงพื้นที่ตรวจสอบโดยทันที เนื่องจากเป็นภัยต่อสังคม กระทั่งสืบทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการทำลักษณะเป็นขบวนการใหญ่ เชื่อมโยงหลายเครือข่าย แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน รวมถึงยังรูปแบบกลอุบายหลอกลวงผู้คนด้วยวิธีการหลากหลาย เช่น หลอกชักชวนให้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอม, หลอกให้มาร่วมลงทุนซื่อที่ดิน และหลอกให้มาเล่นพนันกำถั่ว ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนสูงอายุที่มีฐานะ ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อกลุ่มผู้ต้องหาขบวนการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 80 ล้านบาท เจ้าหนาที่ขุดจับกุมจึงพยายามเร่งแกะรอยสืบหาตัวกลุ่มผู้กระทำผิดกระทั่งทราบว่า น.ส.ชณัชชา ผู้ต้องหารายนี้เองก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการดังกล่าว โดยทำหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับธุระกรรมการเงิน ซึ่งปัจจุบันซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ระยอง จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว พ.ต.อ.วิวัฒน์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวน น.ส.ชณัชชา ให้การปฏิเสธ แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากตรวจสอบประวัติพบมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันตามท้องที่ต่างๆติดตัวอีก 6 หมายจับ เบื้องต้นจึงนำตัวส่ง สภ.พุทธมณฑล ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ยังเตรียมขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆรวมถึงตัวการใหญ่ของขบวนการที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป