ภัยสังคม! หญิงเร่ร่อนสติหลุดกระโดดตบป้าร่วง ขณะเดินซื้อของย่านสำเพ็ง
ภัยอันตรายจากคนสติไม่สมประกอบ ซึ่งเดินเร่ร่อนอยู่ตามพื้นที่สำคัญในกรุงเทพมหานคร เกิดขึ้นอีกแล้ว ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ย่านเยาวราช เมื่อคุณป้าอายุประมาณ 55-60 ปี เดินจับจ่ายซื้อสินค้าย่านสำเพ็ง พบหญิงสติไม่สมประกอบ ตบหน้าทำร้ายจนเสียหลักล้ม ได้รับบาดเจ็บ
นี่คือภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณริมฟุตบาท หน้าร้านทองตั้งเฮงเฮง เยื้องห้างโลตัส สาขาไชน่าทาวน์ ถนนเยาวราช แขวง-เขตสัมพันธวงค์ กทม. ใกล้ป้อมตำรวจจราจร สน.จักรวรรดิ ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ วินาที หญิงไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงขาสั้น สีเหลือง-น้ำเงิน เนื้อตัวมอมแมม ไม่สวมหน้ากากอนามัย เดินมาตามทางเท้า ซึ่งในจังหวะที่มีคุณป้า อายุ 55-60 ปี กำลังเดินสวน หญิงเสื้อแดงได้ง้างมือขวากระโดดตบเข้าเต็มปากคุณป้าคนดังกล่าว จนหน้าสะบัด เสียหลักล้มบั้นท้ายและแผ่นหลังกระแทกกระถางตั้งไม้ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางเท้า ส่วนหญิงผู้ก่อเหตุเดินแสดงท่าทางคล้ายอารมณ์ดี หายไป
หลังจากนั้น ชาวบ้านได้ออกมาช่วยกันประคองร่างของผู้เสียหายให้ลุกขึ้นและพาไปนั่งพักที่แผงขายสินค้า พร้อมดูแลอาการบาดเจ็บ ซึ่งเบื้องต้นคุณป้ายอมรับว่า มีอาการปากแตก ปวดหลังและขา ซึ่งเจ้าตัวยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายวชิระ รุธิรพงษ์ เจ้าของร้านทองในที่เกิดเหตุ เล่าว่า ผู้เสียหายเดินมาตามทางเท้าจนถึงหน้าร้านของตน ในจังหวะเดินสวนกัน ผู้ก่อเหตุกระโดดตบเข้าที่ริมฝีปากของผู้เสียหาย จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ สำหรับหญิงผู้ก่อเหตุไม่เคบพบเห็นมาก่อน แต่คาดว่าอาจเป็นคนสติไม่ดีและมาเดินเตร็ดเตร่ในย่านนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา ในย่านสำเพ็งและเยาวราช อาจมีคนสติไม่ดีมาเดินเร่ร่อนบ่อยครั้ง หากแต่ไม่เคยเกิดเรื่องทำร้ายร่างกายคนทั่วไป
ต่อมาไม่นาน ด.ต.มงคล สิทธิขจรสกุล ผบ.หมู่งาน( ป ) สน.จักรวรรดิ สามารถควบคุมตัวหญิงผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ หลังจากไปยืนอยู่ริมถนน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร เบื้องต้นให้การวกไปวนมาคล้ายมีอาการทางประสาท จึงประสานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งดูแลกลุ่มคนไร้บ้านมารับตัวเพื่อไปดูแลในสถานที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุการณ์นี้ เจ้าหน้าที่เตรียมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ กลุ่มคนเร่ร่อนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อน
ขณะเดียวกันเตรียมประสานหน่วยงานสาธารณสุข เข้าตรวจสอบกลุ่มคนเร่ร่อนด้วยเช่นกัน เนื่องจากบางส่วนไม่มีการสวมหน้ากากอนามัย หรือดูแลป้องกันตนเอง ตามมาตรการโควิด-19