ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกจับร้านคาราโอเกะแฝงค้ากามเด็กกลางกรุง
วันที่ 28 มิ.ย. 2566 เวลา 00.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เข้าทำการบุกตรวจค้นจับกุม สถานประกอบการร้านคาราโอเกะ ตั้งอยู่ที่ ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม.
สืบเนื่องจากกรมการปกครอง ได้รับแจ้งจากองค์กรระหว่างประเทศด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ ว่ามีสถานประกอบการร้านคาราโอเกะ ดังกล่าวได้เปิดให้บริการในลักษณะมีการรับพนักงานหญิงซึ่งเป็นบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามาทำงานภายในร้านและอาจมีพฤติการณ์เข้าข่ายการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ดังนั้นชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง จึงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว พบว่าสถานประกอบการแห่งนี้ มีการเปิดให้บริการในลักษณะสถานบริการ และมีการแอบแฝงการขายบริการทางเพศเด็ก จึงได้วางแผนตรวจสอบจับกุม
จากการตรวจสอบจับกุมพบว่าสถานประกอบการดังกล่าว ไม่มีใบอนุญาตประกอบสถานบริการ ตาม พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509 และภายในร้านพบว่ามีพนักงานหญิงบริการ จำนวน 13 คน ตรวจสอบพบพนักงานหญิงอายุต่ำสุดเพียง 16 ปี ให้บริการลูกค้า นั่งดูแลลูกค้า ในลักษณะมีการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่นจากเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมถึงมีการแอบแฝงการขายบริการทางเพศเด็กจริง ซึ่งเข้าข่ายเป็นการค้ามนุษย์ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาหนัก ความผิดฐานค้ามนุษย์ (แสวงหาประโยชน์ทางเพศโดยมิชอบจากเด็ก) , ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร และยังเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถและรถจักรยานยนต์ในทางและการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ได้เข้าช่วยเหลือเหยื่อผู้เสียหาย จำนวน 2 คน พบเป็นเด็กอายุ 16 ปี จำนวน 1 คน อายุ 17 ปี จำนวน 1 คน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ จึงได้พาตัวไปเข้าสู่กระบวนการกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ National Referral Mechanism (NRM) สัมภาษณ์เพื่อคัดกรอง และคัดแยก โดยสหวิชาชีพ และเตรียมนำตัวส่งเข้าบ้านพักเด็กฯ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ จากการตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามุษย์ ต่อไป
โดย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง กล่าวว่า การค้ามนุษย์ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง เป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยการถือเอามนุษย์ซึ่งมีชีวิตจิตใจเป็นสินค้าในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเป็นผลประโยชน์ โดยเฉพาะการกระทำต่อเด็กและเยาวชนซึ่งยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ
อีกทั้งการค้ามนุษย์เป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทยที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหา ผู้ประกอบการสถานบันเทิงควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม สถานบริการเป็นสถานที่ต้องห้ามมิให้มีเด็กเข้าไปทำงาน รวมถึงหากพบมีพฤติการณ์แอบแฝงค้าประเวณีเด็กซึ่งเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ จะมีโทษตามกฎหมายสูงมาก ประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ขจัดการค้ามนุษย์ หากพบเห็นเบาะแส หรือการกระทำที่เข้าข่ายค้ามนุษย์ แจ้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย หมายเลขโทรศัพท์ 1567