ตร.สอบมาริโอ้เอี่ยวสวมทะเบียนรถซ้ำ

อาชญากรรม6 ส.ค. 2566 • 16:16 น.
ตร.สอบมาริโอ้เอี่ยวสวมทะเบียนรถซ้ำ

ตำรวจไซเบอร์ จ่อเรียก ดาราระดับพระเอก"มาริโอ้"ให้การเพิ่ม หลังมีชื่อเชื่อมโยงแก๊งสวมทะเบียนรถ พร้อมให้นำหลักฐานมาแสดงสัปดาห์หน้า พร้อมขยายผลก๊วนรถโบราณแอบสวมทะเบียนอีกกว่า 50 คัน

     จากกรณีชุด พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกรมขนส่งทางบก และตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.) เปิดปฏิบัติการ "พลิกถนนล่า รหัสโจรกรรม" จับกุม 2 ผู้ต้องหาแก๊งสวมทะเบียนรถ โดยแอบใช้รหัสยูสเซอร์เนม-พาสเวิร์ดของเจ้าหน้าที่ขนส่ง เข้าไปเจาะข้อมูลเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลรถยนต์ จากนั้นไปแจ้งหายเพื่อทำเล่มทะเบียนใหม่ ก่อนนำไปจำนำหรือขาย โดยปูพรมยึดรถได้ 65 คัน มูลค่ากว่า 77 ล้านบาท


     โดยลูกค้าส่วนใหญ่มีทั้งดารานักแสดงดัง ในจำนวนนี้มีพระเอกชื่อดังอักษรย่อ ม กลุ่มไฮโซและคนเล่นรถโบราณ เบื้องต้นตำรวจได้ออกหมายเรียกตาราคนดังกล่าวมาสอบปากคำ ก่อนที่ต่อมาทาง มาริโอ้ เมาเร่อ  หรือนายณัฐวุฒิ สุวรรณรัตน์ อายุ 34 ปี นักแสดงชื่อดังได้ออกมายอมรับว่าเป็นดารา ม ที่มีชื่อเกี่ยวโยงแก๊งดังกล่าว หลังซื้อรถมาจากรุ่นพี่ที่รู้จัก พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ใจเตรียมเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนตามที่เสนอข่าวไปนั้น


     ผู้สื่อข่าวรายงาน ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ส.ค.66  พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. เปิดเผยว่า ทางชุดทำงานได้มีการออกหมายเรียกนายนัฐวุฒิหรือมาริโอ้ นักแสดงหนุ่มเข้าให้ปากคำแล้วตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา และยังไม่ได้มีการให้การเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระหว่างนั้นได้มีการพูดคุยให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนในเบื้องต้นว่า ซื้อรถต่อมาอีกทอดหนึ่ง ไม่ใช่การซื้อซากรถแล้วนำมาประกอบ โดยซื้อรถมาพร้อมกับเอกสารทะเบียนเล่ม จึงไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม เพื่อความชัดเจนจะต้องเรียกนักแสดงหนุ่มให้ปากคำพร้อมนำเอกสารหลักฐานมาแสดงอีกครั้งหนึ่ง ส่วนจะเป็นวันเวลาใดนั้นอยู่ระหว่างการประสาน


     พล.ต.ต.อำนาจ กล่าวต่อว่า ต้องสอบพยานแวดล้อมรวมทั้งบุคคลที่สามที่ดาราหนุ่มอ้างว่ามีการติดต่อซื้อขายกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อนำมาดูด้วยว่ามีเจตนาว่าซื้อโดยไม่รู้ว่ารถคันนี้เป็นรถไม่ถูกต้อง หรือรู้อยู่แล้วแต่ตั้งใจ จงใจซื้อ โดยยังไม่เชื่อในคำให้การทั้งหมดของนักแสดงหนุ่ม อย่างไรก็ตามการขยายผลขณะนี้พบว่ามีกลุ่มที่มีรถโบราณที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถเถื่อน และแอบสวมทะเบียนทำผิดกฎหมายจำนวนกว่า 50 คัน ชุดพนักงานสืบสวนสอบสวนกำลังขยายผลจับกุม โดยจะจับกุมเครือข่ายรายใหญ่ให้ได้ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มักจะนำซากมาจากที่อื่น แล้วนำมาประกอบก่อนจะจดทะเบียนปลอม และขายให้กับผู้ที่ชื่นชอบ ทั้งที่รู้ว่าผิดกฎหมาย ซึ่งในวันที่ 7 ส.ค. จะเรียกชุดทำงานและพนักงานสอบสวน หารือวางแนวทางในการขยายผล เพื่อที่จะสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง 


     คดีนี้ทาง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ขยายผลการจับกุม พร้อมเน้นย้ำให้ชุดทำงานดำเนินการรัดกุม ทำงานตรงไปตรงมา หากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปที่กลุ่มบุคคลใดที่ส่อไปในการกระทำผิด ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป