ปิดเกมส์คนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง อ.บ้านฉาง อ้างหาเงินเพื่อไปบวชทดแทนคุณ
จากกรณีเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2564 เวลาประมาณ 14.29 น.มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30 ปีเศษ สวมแมสสีขาวปิดบังใบหน้า ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกสั้นออโตเมติก จี้ชิงทรัพย์ร้านทองแม่จรินทร์ 4 อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้ทรัพย์สินไปเป็น สร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาทจำนวน 4 เส้น พร้อมด้วยเงินสด จำนวน 15,000 บาท รวมมูลค่าประมาณ 130,000 บาท หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 , พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 และ พล.ต.ต.วรา เวชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.ระยอง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 , กก.สส.ภ.จว.ระยอง และ สภ.บ้านฉาง จว.ระยอง สืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญของประชาชน
ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2564 เวลาประมาณ 23.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รอง ผบก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.บัญชา คล้ายน้อย ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ , พ.ต.ท.สุวัฒน์ บริรักษ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ , พ.ต.ท.ประจักษ์พงษ์ สุริยา รอง ผกก.สืบสวน 1ฯ , พ.ต.ท.อุกฤษ พันธ์คงชื่น รอง ผกก.สืบสวน 2ฯ , พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.สืบสวน 2 กับพวก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.ระยอง ประกอบด้วย พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว.ระยอง , พ.ต.อ.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ รอง ผบก.ฯ , พ.ต.อ.จักรพันธุ์ กิตติสิริพรกุล รอง ผบก.ฯ , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.สืบสวน ภ.จว.ระยอง , พ.ต.อ.ไพทูรย์ ปาปะคัง ผกก.สภ.บ้านฉาง , พ.ต.ท.สถาบัน ซึมกลาง รอง ผกก.สส.ฯ กับพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.บึงกาฬ ประกอบด้วย พล.ต.ต.ธรรมจักร คงมลคล ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ , พ.ต.อ. โชคชัย อินทนิน รอง ผบก.ฯ , พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ บำรุงสวัสดิ์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ กับพวกร่วมกันจับกุมตัว นายนพคุณ ภิรมอยู่ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 ม.1 ต.สระจรเข้ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลจังหวัดระยอง ที่ 283/2564 ลงวันที่ 29 ธ.ค.2564จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ บ้านเลขที่ 376/2 ม.1 ถ.ประกอบบูรณะ ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ พร้อมของกลาง เงินสดที่ได้มาจากการชิงทรัพย์ คงเหลือ 4,800 บาท (จากทั้งหมด 15,000 บาท),รถยนต์กระบะ ยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว ทะเบียน ผข 4683 ระยอง จำนวน 1 คัน,รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มิโอ125ไอ สีขาว น้ำเงิน ทะเบียน คงจ 365 ระยอง (ใช้ก่อเหตุ)โดยกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดและพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ
พฤติการณ์จับกุม หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ระยอง และสภ.บ้านฉาง ร่วมกันสืบสวนหาตัวคนร้ายตลอดมา จนพบหลักฐานแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ของคนร้ายจากกล้องวงจรปิด เป็นรถยามาฮ่า สีขาวน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน คงจ 365 ระยอง ซึ่งเป็นรถของ น.ส.พรประจักร์ ขอสงวนนามสกุล ซึ่งเป็นภรรยาของ นายนพคุณ ให้ข้อมูลว่า นายนพคุณ เป็นผู้นำรถไปใช้ในวันเกิดเหตุ แล้วนำรถไปจอดไว้ที่หอพักที่ จ.ระยอง แล้วได้ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว หลบหนีต่อไป พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับผู้ต้องหาต่อศาลไว้แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันออกสืบสวนติดตามหาตัว นายนพคุณฯ ตลอดมา จนกระทั่งต่อมาสืบสวนจนทราบว่า นายนพคุณฯ ได้หลบหนีมาซุกซ่อนตัวอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว จึงเข้าตรวจสอบพบรถยนต์กระบะและตัวผู้ต้องหาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวจริง ตรวจค้นตัวพบเงินสด ที่เหลือจากการชิงทรัพย์ 4,800 บาท จึงจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านฉาง ดำเนินคดีตามกฏหมาย
จากสอบสวน นายนพคุณฯ ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ในคดีนี้จริง โดยสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท 4 เส้น และอาวุธืนพกสั้นดัดแปลง ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก (ซื้อมาจากออนไลน์) ที่ใช้ในการก่อเหตุ ได้โยนทิ้งไปข้างถนนระหว่างเส้นทางหลบหนี เนื่องจากได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากภรรยาว่ามีตำรวจมาตามหาตัว จึงกลัวว่าหากถูกตำรวจตรวจพบจะมีหลักฐานที่ตัว ส่วนเงินที่ชิงทรัพย์มา จำนวน 15,000 บาท ได้ใช้จ่ายไปในระหว่างหลบหนีจนเหลืออยู่แค่ 4,800 บาท สำหรับมูลเหตุการณ์ก่อเหตุในครั้งนี้ นายนพคุณฯ อ้างว่า เนื่องจากต้องการหาเงินไปใช้หนี้เพื่อนร่วมงาน และติดหนี้พนันไก่ชน ประกอบกับต้องการหาเงินไปใช้ในการจัดงานบวชของตนเองที่บ้านพ่อแม่ที่โคราช ในวันที่ 30 ธ.ค.64 นี้ จึงตัดสินใจก่อเหตุครั้งนี้
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีอุกอาจ คนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองโดยมีอาวุธปืน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนหาตัวคนร้ายได้รวดเร็ว จากกล้องวงจรปิดตามโครงการ สมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 ( Smart Safety Zone 4.0 ) เป็นนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.และ พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 จึงจัดกำลังตำรวจ บก.สส.ภ.2 จำนวนหลายชุดออกติดตามคนร้าย จนสามารถจับกุมได้ในครั้งนี้ สุดท้ายอยากขอเตือนสติ อย่าคิดหลงผิดกระทำผิดเพราะนอกจากจะหนีไม่รอดแล้ว จะต้องติดคุก และไม่ได้ใช้เงินอย่างที่คิด