ศาลยกฟ้องคดีฟอกเงินหลงจู๊สมชายรอดคุก!

อาชญากรรม16 พ.ค. 2566 • 04:22 น.
ศาลยกฟ้องคดีฟอกเงินหลงจู๊สมชายรอดคุก!

ศาลยกฟ้อง "หลงจู๊สมชาย" และพวกรวม 5 คน ไม่ผิดฐานฟอกเงินบ่อนพนัน จ.ระยอง ชี้เป็นเพียงพยานบอกเล่าน้ำหนักน้อย ส่วนอีก 2 คน เจอคุก 2 ปี กับ 3 ปี 6 เดือน

     ที่ศาลอาญา เมื่อวันที่ 15 พ.ค.66 ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำอ.1429/2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสมชาย จุติกิต์เดชา หรือหลงจู๊สมชาย ผู้กว้างขวางย่านภาคตะวันออก ,บริษัท เดอะแคปปิทอล จำกัด โดยนายสมชายหรือหลงจู จุติกิติ์เดชา หรือนายธนา จุติกิติ์เดชา,น.ส.จุฑามาศ วงษ์นิยม ,น.ส.อุไรวรรณ วงษ์นิยม ,นายวราวุธ วรวุฒิปรีชาเวชช์, น.ส.นภัสสร ปรุโปร่งและนายธนา จุติกิติ์เดชา บุตรชายนายสมชาย เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานร่วมกัน ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ,พ.ร.บการพนันฯ
    
 โดยศาลพิเคราะห์เห็นว่า ในส่วนจำเลยที่ 1 เเละ 7 จากพยานหลักฐานที่เบิกความต่างไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับจำเลยที่ 1 จึงเชื่อได้ตามพยานโจทก์และพยานจำเลยเบิกความว่าจำเลยที่หนึ่งประกอบอาชีพให้กู้ยืมเงินด้วยจริง ส่วนพยานโจทก์ผู้สืบสวนเส้นทางการเงินก็ล้วนเเต่เป็นการ รวบรวมคำให้การของนักพนันจึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 เเละ 7 ซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินฯ ส่วนจำเลยที่ 2 พยานโจทก์ยืนยันไม่ได้ว่าการโอนเงินจำเลยที่ 1 เเละ 7 ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 2 จะรู้ว่าเงินที่โอนผ่านเจ้าของบัญชีชื่อนายน้อย มาให้จำเลยที่ 2 ได้มาจากการเล่นพนันหรือเจตนาเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเพื่อซุกซ่อนปกปิดแหล่งที่มา ตามความผิดฟอกเงินฯ พยานหลักฐานโจทก์จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 กระทำผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน
  
   ส่วนจำเลยที่ 3,4 เมื่อพิเคราะห์ถึงจำนวนเงินโอนผ่านเจ้าของบัญชีชื่อนายน้อย ก็ฟังได้ความว่ามีอาชีพให้กู้ยืมเงินรับซื้อ-ขายที่ดิน จึงมียอดโอนเข้าบัญชีหลายรายการเมื่อตรวจดูรายการเดินบัญชีไม่พบการทำธุรกรรมด้านการเงินที่ผิดปกติ จำนวนเงินได้รับโอนไม่สูงมาก การโอนเงินจึงอาจเป็นการชำระหนี้ตามกฎหมายก็ได้พยานหลักฐานฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3-4 ได้รับเงินโดยรู้แล้วว่านายน้อยได้มาจาก การจัดให้มีการเล่นพนันหรือฟอกเงินฯ หลักฐานฟังไม่ได้ว่าร่วมกระทำความผิดส่วนจำเลยที่ 5,6 มีความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฯ มาตรา5(1),(2),60 การกระทำ จำเลย ที่5-6เป็น ความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำเลยที่ 5 กระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน สองกระทงจำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก 2 ปี จำเลยที่ 6 กระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน7 กระทงจำคุกกระทงละ1ปี รวมจำคุก 7 ปี จำเลยที่ 6 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 ปี 6 เดือน ให้ยกฟ้องจำเลย 1-4 และที่ 7