นอนคุก! ศาลไม่ให้ประกัน "รองสารวัตร ตม."ปมรีดทรัพย์ชาวจีน

อาชญากรรม22 มี.ค. 2566 • 12:05 น.
นอนคุก! ศาลไม่ให้ประกัน "รองสารวัตร ตม."ปมรีดทรัพย์ชาวจีน

วันที่ 22 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง พนักงานสอบสวน สน.ดินเเดงนำตัว ร.ต.ท.ประวิต  รองสารวัตร กองกำกับกรสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผู้ต้องหา ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังหรือ กระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของ ผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำ ความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคน พฤติการณ์แห่งคดี 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มี.ค.2566 เวลาประมาณ 21.00น.ขณะที่ผู้กล่าวหาพักอาศัยอยู่ที่บ้าน ซอยตระกูลสุข แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ได้มีนายต้าเกอ สัญชาติจีน (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) โทรศัพท์มาหาผู้กล่าวหาโดยให้ผู้กล่าวหาช่วยเป็นล่ามแปลภาษาเพื่อไปทำหนังสือเดินทางที่กรมการกงสุล ที่แจ้งวัฒนะ โดยได้ นัดหมายให้มาเจอกันที่บ้าน  ซอยตระกูลสุข แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านของผู้กล่าวหา ในวันที่ 10 มี.ค. ต่อมาเวลาประมาณ 07.00 น. นายต้าเภอ จึงได้มาหาผู้กล่าวหาที่หน้าบ้าน และชวนกันนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง จากบริเวณหน้าโบสถ์แม่พระฟาติมา แขวงดินแดง เขต ดินแดง เดินทางไปที่กรมการกงสุล ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะโดยไปถึง เวลาประมาณ 07.30น.  หลังจากนั้นผู้กล่าวหาและนายต้าเภอ ได้ไปพบชายไทยไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ผิว ดำ สูงประมาณ 165เซนติเมตร ซึ่งผู้กล่าวหาเคยพบเห็นชายดังกล่าวมาแล้วประมาณ 2-3ครั้ง ในเวลาประมาณที่บริเวณหน้าประตูทางออกกรมการกงสุล ซึ่งจอดรถยนต์เก๋งสีบรอนซ์เงิน 

ชายคนดังกล่าวได้แจ้งให้ผู้ กล่าวหาและนายต้าเกอ นั่งรออยู่ในรถยนต์คันดังกล่าว แล้วชายคนดังกล่าวแจ้งว่าจะไปดำเนินการทำหนังสือเดินทางให้ แล้ว ก็เดินออกจากรถไป หลังจากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง ชายคนดังกล่าวได้เดินมาพร้อมกับชายไทย (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) รูปร่าง อ้วนสูงประมาณ 155 เซนติเมตร แล้วชายคนดังกล่าวก็พูดว่าให้กลับไปก่อนแล้วนัดมาทำใหม่ในวันจันทร์ หลังจากนั้น ชาย ผิวดำ ก็ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวมาส่งผู้กล่าวหาและนายต้าเกอ ที่บริเวณหลังบ้านซอยตระกูลสุข พอมาถึง แล้วผู้กล่าวหาและนายต้าเกอ ลงจากรถยนต์คันดังกล่าว ต่อมาได้มีผู้ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ซีอาร์วี สีขาว ตามหลัง มาจอดที่บริเวณหลังบ้านของผู้กล่าวหาหลังดังกล่าว

ทราบชื่อภายหลังคือ ด.ต.พีระศักดิ์ ยิ้มไพบูลย์ และได้มี ร.ต.ท.ประวิต (ทราบชื่อภายหลัง) ที่ได้นั่งรถยนต์คันดังกล่าวบริเวณด้านหน้าข้างผู้ขับขี่ จากนั้นร.ต.ท.ประวิต พลจังหรีด ได้เดิน มาหาผู้กล่าวหาและพูดว่า ไปไหนมา ไปทำอะไรมา เอาโทรศัพท์มา เอากระเป๋ามา จากนั้นผู้กล่าวหาจึงได้เดินเข้าไป ภายในบ้านหลังดังกล่าว ส่วนร.ต.ท.ประวิต พลจังหรีด ได้ยืนอยู่บริเวณหลังบ้าน ต่อจากนั้นได้มี ผู้ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ  ทราบชื่อภายหลังคือ พ.ต.ต.จิรภัทร บุญนำ ซึ่งพ.ต.ต.จิร ภัทร ได้ลงจากรถมาถ่ายรูปบริเวณหน้าบ้านของผู้กล่าวหา ต่อมา ได้มีผู้ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้อมาสด้า2  ขับตามหลังมาแล้วมาจอดที่บริเวณช่องจอดรถยนต์ฝั่งตรงข้ามเยื้องหลังบ้านของผู้กล่าวหา

หลังจากนั้นผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวคือ พ.ต.ต.สรวิศ อินทร์ลับ (ทราบชื่อสกุลภายหลัง) เดินลงจากรถแล้วเดินมาทางหลังบ้านของ ผู้กล่าวหา แล้วเดินเข้าซอยข้างบ้านไปทะลุหน้าบ้านของผู้กล่าวหา ในขณะเดียวกัน ได้มีรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ขับมาที่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่ง ขณะนั้นผู้กล่าวหาได้เดินขึ้นไปเอาเอกสารของคนงานต่างด้าวเพื่อมาชี้แจงให้กับกลุ่มชายดังกล่าวเพื่อตรวจสอบดู แต่กลุ่มชาย ดังกล่าวไม่ได้ตรวจสอบดูแต่อย่างใด ผู้กล่าวหาจึงวางเอกสารดังกล่าวไว้ที่บริเวณโต๊ะ ภายในบ้าน หลังจากนั้นผู้กล่าวหาจึงได้ เดินมาที่บริเวณหลังบ้านมาหานายต้าเกอซึ่งมีกลุ่มชายคนดังกล่าวประมาณ 3-4 คนยืนอยู่ จากนั้นมีชายไทยรูปร่างสูงซึ่งยืน อยู่ข้างตัวผู้กล่าวหาพูดว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อภายหลังว่า ร.ต.ท.สุริยะ ซึ่งขณะนั้น กลุ่มชายไทย ดังกล่าวได้มีการค้นตัวนายต้าเภอ ผลการตรวจค้นพบบัตรประจำตัวประชาชนของนายต้าเภอ แล้วจึงสั่งให้ผู้กล่าวหาเดินไปกับ นายต้าเกอ แล้วขึ้นรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ซีอาร์วี สีขาวที่จอดเลยหลัง บ้านผู้กล่าวหาไป ผู้กล่าวหาได้ขึ้นไปนั่งภายในรถบริเวณเบาะด้านหลังคนขับตรงกลางส่วนด้านซ้ายมือมี ร.ต.ท.สุริยะ นั่งอยู่ บริเวณด้านซ้ายมือและนายต้าเภอนั่งอยู่บริเวณด้านขวามือของผู้กล่าวหา และมีร.ต.ท.ประวิต พลจังหรีด นั่งอยู่บริเวณเบาะ

หลังจากนั้น ด.ต.พีระศักดิ์ได้ขับรถยนต์พาผู้กล่าวหามาที่บริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ในระหว่างเดินทาง ด.ต.พีระศักดิ์พูดว่า ถ้าพวกคุณอยากเอาตัวรอดต้องทำตามที่สั่ง คือ ให้หาหนังสือเดินทางของนายต้าเภอมาให้ และ หาก ด.ต.พีระศักดิ์ ตรวจพบว่านายต้าเกอ มีหมายแดงจะช่วยอะไรไม่ได้ หากไม่มีหมายแดงก็พอจะช่วยได้ จากนั้นนายต้า เกอได้ให้ดูภาพถ่ายหนังสือเดินทางในโทรศัพท์มือของนายต้าเกอ แล้วร.ต.ท.ประวิต พลจังหรีด ก็ใช้โทรศัพท์มือถือของ ตนเองถ่ายรูปหนังสือเดินทางของผู้กล่าวหาและนายต้าเกอเพื่อไปตรวจสอบ แล้วก็ลงจากรถ แล้วมีชายไทย (ไม่ทราบชื่อสกุล จริง) ขึ้นรถมาแล้วอ้างว่าเป็นเจ้านายของ ด.ต.พีระศักดิ์ แล้วชายคนดังกล่าวได้ตรวจค้นกระเป๋าของผู้กล่าวหาและนายต้า เกอ ในระหว่างนั้น ด.ต.พีระศักดิ์ได้ขับรถไปเรื่อยๆ โดยด.ต.พีระศักดิ์ได้พูดกับผู้กล่าวหาว่าจะเข้าไปที่ ทำการของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหรือไม่ ผู้กล่าวหาจึงได้พูดกับนายต้าเภอว่าจะเข้าไปหรือไม่ ซึ่งนายต้าเกอตอบว่าไม่เข้า และจะขอเคลียร์เงิน โดยด.ต.พีระศักดิ์พูดว่าให้เสนอมา ผู้กล่าวหาจึงถามนายตาเภอ ซึ่งนายต้าเภอเสนอให้จำนวน 3ล้านบาท ผู้กล่าวหาจึง เสนอให้กับด.ต.พีระศักดิ์เงินจำนวน 3 ล้านบาท แต่ ด.ต.พีระศักดิ์ไม่ตกลง และได้เรียกเป็นจำนวน 20ล้านบาท และมี การต่อรองกันไป โดยด.ต.พีระศักดิ์ฯ ลดให้เหลือ 15 ล้านบาท ในระหว่างนั้นนายต้าเกอมีความกังวลและกลัวว่าจะถูกจับ จึงได้เสนอให้ จำนวน 5 ล้านได้หรือไม่ 

ในขณะนั้น ด.ต.พีระศักดิ์ ได้ขับรถคันดังกล่าวไปถึงบริเวณปั้มน้ำมันเชลล์ ใกล้กับศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะแล้วจอด รถจากนั้น ด.ต.พีระศักดิ์ จึงได้ลงจากรถเพื่อไปคุยโทรศัพท์ และร.ต.ท.สุริยะ ได้ลงไปซื้อข้าว แล้วกลับมา ผู้กล่าวหาจึงบอก ว่าผู้กล่าวหาอยากเข้าห้องน้ำ จากนั้น ต.ต.พีระศักดิ์ จึงได้ขับรถวนไปที่บริเวณหน้าห้องน้ำภายในปั้มน้ำมัน ทุกคนจึงได้ลงจากรถ โดยผู้กล่าวหาได้เข้าไปที่ในห้องน้ำส่วนนายตาเภอยืนสูบบุหรี่อยู่ที่หน้าห้องน้ำ หลังจากนั้นผู้กล่าวหาได้พูดคุย กับร.ต.ท.ประวิต พลจังหรีด แล้วมีการพูดคุยว่า ผู้กล่าวหาจะเสนอให้ร.ต.ท.ประวิต พลจังหรีด 1 ล้านบาท และให้ตัวผู้ กล่าวหา 1 ล้านบาทเพื่อจะให้ตกลงในราคา 5 ล้านบาท

หลังจากนั้นร.ต.ท.ประวิต พลจังหรีด ได้มาเล่าให้กับ ด.ต.พีระศักดิ์ ฟัง เป็นเหตุให้ ด.ต.พีระศักดิ์ไม่พอใจ หลังจากนั้น ด.ต.พีระศักดิ์จึงได้ขับรถวนเข้าไปที่บริเวณสนามหญ้าภายในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ในระหว่างนั้น นายต้าเกอ ได้บอกให้ผู้กล่าวหาว่ารีบๆ ตกลงเดี๋ยวจะโอนเงินไม่ทันจะทำให้ถูกจับ หลังจากนั้น ด.ต.พีระศักดิ์ จึงได้เรียกผู้ กล่าวหาลงจากรถเพื่อไปพูดคุยเรื่องราคาแล้วตกลงกันที่ราคา 12ล้านบาท แล้วผู้กล่าวหาจึงได้สอบถามนายต้าเกอว่า 12 ล้านตกลงหรือไม่ โดยนายต้าเภอให้เสนอไปจำนวน 10 ล้านบาท แต่ผู้กล่าวหาได้พูดเสนอไปจำนวน 7-8ล้านบาท แต่ ด.ต.พีระศักดิ์ ยังไม่ตกลง ผู้กล่าวหาจึงเสนอไป 9 ล้านบาท โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้กล่าวหา แต่ ด.ต.พีระศักดิ์ ไม่พอใจเหตุใดจึงจะต้องโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้กล่าวหา ในระหว่างนั้นนายต้าเกอ ได้ติดต่อกับลูกชายที่ประเทศจีน เพื่อจะให้โอนเงินมาให้ ในระหว่างนั้นได้มีชายไทยได้มานั่งบริเวณด้านหน้าข้างคนขับ ทราบชื่อภายหลังคือ พ.ต.ต.สรวิศ อินทร์ลับ

ซึ่งในข้อตกลงดังกล่าว นายต้าเกอจะต้องจ่ายเงินจำนวน10 ล้านบาท เมื่อโอนเข้าบัญชีที่ พ.ต.ต.สรวิศให้ มาแล้ว โดย ด.ต.พีระศักดิ์ จะต้องคืนเงินให้กับผู้กล่าวหาจำนวน 1 ล้านบาทโดยให้ผู้กล่าวหาไปติดต่อกับล่ามของ ด.ต.พีระศักดิ์โดยไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น.ของวันเดียวกัน (10 มี.ค.66) ลูกชายของนายต้าเกอ ที่อยู่ที่ประเทศจีน ได้แจ้งกับ นายต้าเกอ ทราบว่ามีการโอนเงินผ่านระบบ E-TOKEN จำนวน 10ล้านบาท จากนั้นนายต้าเกอ ได้แจ้งให้ ด.ต.พีระศักดิ์ กับพวกทราบว่ามีการโอนเงินให้เรียบร้อยหลังจากนั้น ด.ต.พีระศักดิ์, พ.ต.ต.สรวิศ และ ร.ต.ท.สุริยะ ได้ พาผู้กล่าวหาและนายต้าเกอ ไปรับประทานอาหาร (ข้าวมันไก่ตอนรสเด็ดสูตรไหหลำ) บริเวณริมถนนแจ้งวัฒนะ  ต่อมาเวลาประมาณ 17.00น.ของวันเดียวกัน หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้น ด.ต.พีระศักดิ์ กับพวกได้พาผู้กล่าวหาและนายต้าเภอ ขึ้นรถยนต์ แล้วขับวนเข้าไปในลานจอดรถบริษัทธนารักษ์ พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ภายในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

จากนั้น ด.ต.พีระศักดิ์ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่นั่งข้างผู้กล่าวหาได้นำ เอกสารซึ่งคล้ายกับเอกสารรับรองเป็นพยานบางอย่าง เมื่อเซ็นเอกสารเสร็จแล้ว พ.ต.ต.สรวิศได้นำโทรศัพท์มือถือมาคืน ให้กับผู้กล่าวหา แล้วได้พาผู้กล่าวหากับนายต้าเกอ ขึ้นรถพามาส่งที่บริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แล้วผู้กล่าวหาและนายต้า เกอ ได้เรียกรถแท็กซี่เมื่อเวลาประมาณ 18.00น.ของวันเดียวกันกลับมายังบ้านพัก เเละเเจ้งความดำเนินคดีจนจับกุมตัวผู้ต้องหากับพวกได้ การกระทำผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, มาตรา 309วรรคสอง, มาตรา 310ประกอบมาตรา 83 ชั้นสอบปากคำปู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ภายหลังผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวตนเอง

ระหว่างสอบสวน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความผิดที่ผู้ต้องหาถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหามีโทษสถานหนัก พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง กระทบต่อความรู้สึกและศีลธรรมอันดีของประชาชน ประกอบกับผู้ต้องหาเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ อาศัยตำแหน่งหน้าที่การงานของตนสร้างโอกาสในการกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ทำลายความน่าเชื่อถือศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เชื่อว่าผู้ต้องหาอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว จึงยังไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ในระหว่างสอบสวน ให้ยกคำร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า สำหรับผู้ต้องหาร่วมขบวนการอีก 3 คนที่เหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจยังเอาไปขยายผลในวันที่ 23 มีนาคม จึงจะนำตัวมาฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ