ผบช.น.แจงยิบทุกประเด็นดำเนินคดีนายทุนจีนสีเทาไม่มีหมกเม็ดจัดการไปตามพยานหลักฐาน

อาชญากรรม15 ธ.ค. 2565 • 12:46 น.
ผบช.น.แจงยิบทุกประเด็นดำเนินคดีนายทุนจีนสีเทาไม่มีหมกเม็ดจัดการไปตามพยานหลักฐาน

ผบช.น.แจงยิบทุกประเด็นดำเนินคดีนายทุนจีนสีเทา ไม่มีหมกเม็ดเดินไปตามพยานหลักฐาน ไม่ได้ทำตามกระแส ส่ง ปปง.ตรวจสอบแล้ว ยันไม่มีมวยล้ม ระบุข้อหายาเสพติดโทษถึงประหารชีวิต

วันที่ 15 ธ.ค.65 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีผับจินหลิงที่มีความเชื่อมโยงกับนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู่ห่าว ว่า คดีนี้เกิดขึ้นปลายเดือน ต.ค.มีการสอบสวนมีความคืบหน้ามาเป็นระยะ เป็นขั้นเป็นตอนจนถึงปัจจุบัน มีความคืบหน้าพที่จะเสนอให้ภาคประชาชนที่สนใจได้รับข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เริ่มตั้งแต่การจับกุมการเข้าตรวจค้นสถานที่เกิดเหตุวันที่ 26 ต.ค. ก่อนการจับกุม บก.สืบสวน บช.น.ได้มีการสืบสวนได้ข้อมูลมาว่ามีการลักลอบเล่นการพนันและเสพยาเสพติดและเปิดเป็นสถานบันเทิงด้วย แนวทางการสืบสวนพบว่ามีการรวมกลุ่มของบุคคลจึงเข้าตรวจค้นพบบุคคลหายสัญชาติ ส่วนใหญ่เป็นสัญชาติจีน สัญชาติเวียดนาม สัญชาติกัมพูชา และสัญชาติไทยเป็นบางส่วน 

ขณะเข้าตรวจค้นเนื่องจากเป็นสถานที่ปิด มีประตู 2 ชั้น รั้วสูงมีการต่อเติม เจ้าหน้าที่พยายามหาตัวผู้ดูแลและมีผู้มาแสดงตนเป็นชาวไทย จากการซักถามเป็นคนไทยพูดภาษาจีนได้ ตรวจค้นพบมีนักเที่ยว 200 กว่าคน และยาสเพติดหลายประเภท และรถยนต์ตรวจยึดไว้ 35 คัน เจ้าหน้าที่ได้ตามหาเจ้าของในวันและมีการตรวจค้นรถโดยมีการถ่ายภาพคลิปวีดีโอไว้อย่างละเอียด หลังจากนั้นตรวจสารเสพติด พบสารเสพติดเบื้องต้น 104 ราย ที่เหลือไม่พบ ได้ดำเนินการคัดแยก และจาการตรวจค้นพบว่ามีการทำห้องไว้เก็บยาเสพติด เจ้าหน้าที่ พฐ.ได้ตรวจเก็บหลักฐานทั้งหมดพร้อมด้วยวีดีโอวงจรปิด ที่ตำรวจไม่เก็บเองต้องการให้หลักฐานในสำนวนนี้จัดเก็บโดยถูกต้องไม่ต้องการให้มีปัญหาในการต่อสู้ทางคดีว่าเราเอาพยานหลักฐานเข้าสำนวนโดยไม่ถูกต้อง พยานหลักฐานในคดีมีกล้อลวงจรปิด ภาพปรากฏใครบ้างอยู่ในสำนวน ได้มีการคัดแยกผู้เสพยา ผู้มาเที่ยว ผู้ให้บริการ คนจำหน่าย เชื่อมโยงในคดี

โดย พล.ต.ท.ธิติ  กล่าวต่อว่า สามารถแยกได้เป็นคดีเสพ 104 คน ที่ตรวจพบต้องส่งไปตรวจที่ รพ.ธัญญลักษณ์ พบว่าบุคคลที่พบสารที่ใช้ในการประกอบ 77 ราย พนักงานสอบสวนนำฟ้องคดีเสพ แต่ในระหว่างนั้นมี 1 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจและไม่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบคดี ได้นำผู้ต้องหาแยกไปฟ้องเอง 1 ราย ขณะนี้ถูกดำเนินคดีและส่ง ปปช.ดำเนินการ โดยเจ้าหน้าที่รายนี้ได้รับการติดต่อจากบุคคลภายนอก ผู้มีอิทธิพลทางการเงินใช้เงินให้เจ้าหน้าที่กระทำผิด อีก 76 ราย เจ้าหน้าที่ส่งฟ้องปฏิเสธ 11 ราย  ที่เหลือศาลตัดสิน ตม.รับตัวกลับไปที่ห้องกัก ในส่วนที่เป็นคดีเสพเราฟ้องในคดีเสพ แต่กระบวนการคู่ขนานเราสอบปากคำผู้ที่เสพไว้เป็นพยานในคดีแต่รายละเอียดลงไม่ได้เยอะ แต่เราสอบไว้ทั้งหมด ที่มีการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้นำบุคคลเหล่านี้เข้ามาในสำนวน หรือไม่ดูข้อมูลต่างๆในทางกาติดต่อสื่อสาร และไม่พยายามติดตามเส้นทางการเงินซื้อยาเสพติด เราได้สอบไว้หมด มีพยานปากสำคัญหลายปากในกลุ่ม 66 คน ให้การเป็นประโยชน์และมีความชัดเจนว่ามีรถไปรับและพามาเสพ บริการรับส่ง มีลายระเอียดภาพประกอบ

“นอกจากนี้ในสิ่งที่ตรวจค้นพบบุคคลในห้องเก็บยาเสพติดได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาในคดีที่ 794 มาประกอบกับหลักฐานที่เราได้จากการสืบสวนเส้นทางการเงินและการติดต่อสื่อสารพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุและไม่อยู่ในที่เกิดเหตุมีความเชื่อมโยงจนมีพยานหลักฐานออกหมายจับได้อีก 10 ราย ทำการจับกุมแล้ว 7 ราย ในนี้มีหน้าที่แตกต่างกัน มีหลักฐานระบุได้ว่าร่วมกันเป็นเจ้าของหรือเป็นเจ้าของแต่เพียงส่วนเดียว มีคนทำหน้าที่รวบรวมเงินแล้วส่งไปยังบัญชีของบุคคลที่เกี่ยวข้อง คนที่สาม ที่สี่ หลักฐานทางการเงินเราส่งไปยัง ปปง.ให้ตรวจสอบ ดำเนินการความผิดฟอกเงิน จากนั้นส่งหนังสือไปยัง ปปง.โดยเข้าไปพบกับประธาน ปปง.ท่านได้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนทำให้เห็นด้านหลังอีกชุดหนึ่งแต่ที่ยังไม่ได้ดำเนินการแจ้งข้อหาฟอกเงินเพราะ บช.น.ไม่ได้ทำงานหน่วยงานเดียว คดีนี้ขอความกรุณาไปยังอัยการช่วยดูประเด็นวางกรอบ ประสานไปยัง ปปส.มาวิเคราะห์ข้อกล่าวหาหรือการยึดทรัพย์ที่จำเป็นเร่งด่วน ประสาน ปปง.ที่จะดำเนินคดีฟอกเงิน หลายหน่วยงานมีกระบวนการเกี่ยวข้องกัน” ผบช.น.กล่าว

โดย พล.ต.ท.ธิติ กล่าวอีกว่า เรื่องฟอกเงินมีหนังสือไป ปปง.2 ครั้ง การจะแจ้งข้อกล่าวหาใดนั้น ความเป็นผู้ชำนาญการ ปปง.หย่อมแจ้งข้อกล่าวหาได้ครอบคลุมกว่า การทำงานร่วมกันต้องเชื่อถือหน่วยงารที่ทำงานร่วมกันด้วย แต่ทำไม 10 คนนี้จังเสนอไปยังอัยการสูงสุดพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ มีบุคคลที่เกี่ยวข้องคดีนี้หลายประเทศ หลายสัญชาติมีความเชื่อมโยงกันในการทำแต่ละหน้าที่  พิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องนี้เข้าข่ายตาม พ.ร.บ.องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ได้หารือกับฝ่ายสืบสวน หารือแนวทางกับอัยการที่เคยดำเนินการเรื่องเหล่านี้ จึงเสนอเรื่องไปยังอัยการสูงสุดพิจารณา ทุกขั้นตอน บช.น.ไม่สามารถนำข้อมูลมาเปิดเผยได้ทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้น เพราะในที่เกิดเหตุมียาเสพติดกับชาวต่างชาติ 200 กว่าคน ที่ต้องยแกวิเคราะห์ว่าคนเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างไร 

ขณะที่ หน้าที่ บช.น.ต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่าใครคือตัวการ เชื่อมโยงกันด้วยอะไร มีพยานหลักฐานอะไร มีเส้นทางการติดต่อสื่อสารอย่างไร ความพยายามของเจ้าหน้าที่คือต้องหาพยานเหล่านี้มาประกอบก่อนที่จะพูดอะไรออกไป เพราะทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีที่มาก่อนเข้าสู่กระบวนการสอบสวน หลักฐานต้องถูกต้อง การตรวจยึดต้องอยู่บนพื้นฐานของคดีที่เป็นมูลฐานความผิด จึงใช้เวลาในการรวบรวม อาจจะรู้สึกนานของคนเฝ้ารอแต่เป็นความรู้สึกที่ช้าของเจ้าหน้าที่เพราะต้องไปหาหลักฐานกว่าจะได้มาแต่ละชิ้น เขาไม่ได้ทิ้งหลักฐานไว้ในที่เกิดเหตุ เราต้องไปตามหาเอง 

สำหรับการอายัดทรัพย์สินเป็นสิ่งที่หลากกลายความคิดเห็น ทีมพนักงานสอบสวนต้องตั้งหลักหลักฐานต้องแน่น ถ้าหลักฐานไปแน่นจะไปอายึดหรือยึดไม่ได้ แต่จะทำให้แน่นช้าก็ไม่ได้ การยึดยึดได้ทั้งความผิดยาเสพติด และ พ.ร.บ.ฟอกเงิน แต่กฎหมายยาเสพติดสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว จึงร่วมกับทาง ปปส.ในการใช้อำนาจตามกฎหมาย ดำเนินการตรวจยึดได้ในระดับหนึ่ง ส่วนที่เหลือที่ดีเอสอรับเป็นคดีพิเศษเฉพาะคดีฟอกเงินแล้ว เชื่อว่าทางอธิบดีจะดำเนินการต่อไป แต่เส้นทางการเงินที่เราดำเนินการมาให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อ หากพบว่าบุคคลเหล่านั้นสมคบคดียาเสพติดเราต้องเอามาดำเนินการ เพราะมูลฐานความผิดเรื่องยาเสพติดโทษสูง โทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ข้อหาฟอกเงินโทษเพียง 5 ปี 

ส่วนคำถามทางสังคม ว่า ทำไมดำเนินคดีกับคนที่เป็น รปภ.ต้องชี้แจงว่าเขาไม่ใช่ยาม เขาเป็นคนที่ถูกจ้างไว้ดูแลสถานที่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น เขาแสดงตนเป็นผู้รับหมาย บอกเป็นคนดูแลเพราะข้างในมีแต่ชาวต่างชาติ เขาสามารถสื่อสารภาษาต่างชาติไว้จึงถูกจ้างไว้ดูแล จากการตรวจค้นพบว่ามีผู้กระทำความผิด มียาเสพติด สิ่งที่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องแจ้งข้อหาตามที่ปรากฏ ข้อเท็จจริงตามนั้น การซักถามเบื้องต้นก่อนลงบันทึก รปภ.ไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นจริง จะด้วยความกลัวหรือบิดบังปกป้อง แต่หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้สอบสวน จึงยอมให้การที่เป็นประโยชน์ ที่เกี่ยวข้องที่เชื่อมโยง พนักงานสอบสวนวิเคราะห์คำให้การเป็นประโยชน์ต่อทางคดีและไม่ใช่ตัวจริงในการกระทำความผิดในข้อหาที่แจ้ง พนักงานสอบสวนต้องสั่งไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

พร้อมกันนี้คำให้การที่เป็นประโยชน์พนักงานสอบสวนได้รวบรวมไว้ในสำนวนให้อัยการได้พิจารณา เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการไต่สวนต่อไป จะมีน้ำหนักอย่างไรพนักงานสอบสวนไม่สามารถชี้นำได้ แต่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี นำหนักขึ้นอยู่กับอัยการและผู้พิพากษาจะเห็นว่าคนนี้พูดด้วยกับสิ่งที่เขาต้องการพูดเจ้าหน้าที่ไม่ได้โน้มน้าว รายละเอียดเหล่านี้นอกจากเป็นรายลักษณ์อักษรมีการบันทึกภาพและเสียงไว้ประกอบให้เห็นว่าผู้ให้ถ้อยคำอยู่ในสถานะที่มีสติไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ว่านล้อมชักจูง แล้วแต่มุมมอง 

ในส่วนกรณีที่มีการปล่อยให้รถยนต์ตรวตยึดไว้มีผู้รับไปโดยที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร เรื่องนี้ดำเนินการ 2 ส่วน ส่วนหนึ่งตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ไปตรวจสอบมีการเก็บกล้องรายละเอียดคนมารับรถทำอะไรบ้าง แต่เป็นการดำเนินการคู่ขนานกับ บช.น.ที่ตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ เพราะเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ที่สืบสวนเป็นคณะเดียวกัน เพื่อไม่ให้เป็นประเด็นการขัดแย้ง ช่วยเหลือกัน เพราะตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.ร่องรอยการสื่อสารของผู้ต้องหาบางคนมีการติดต่อสื่อสารกับใครบางคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ วันที่ 27 ต.ค.เกิดปัญหาจ้างให้เจ้าหน้าที่เอาคนไปฟ้องก่อน ผบก.น.6 ท่านเห็น มีผู้ที่ตั้งทำให้คดีนี้เกิดความเสียหาย ตรวจพบส่ง ปปช.ไปแล้ว 3 ราย และรถยนต์ทั้งหมดทำหนังสือถึงกรมขนส่งทางบก กรมศุลกากร กรมธุรกิจทะเบียนการค้าตรวจสอบรถเหล่านี้ใครเป็นผู้สั่ง นำเข้าวิธีการใด ใครเป็นคนโอนเงินซื้อ ขายให้ใคร จดทะเบียนชื่อใครกระทั่งถึงเรื่องประกันภัย แต่เอกสารเหล่านี้เดินทางมาถึงเราช้า แต่สิ่งที่อยกได้ใครเป็นผู้สั่งนำเข้า เพราะรถบางรุ่นไม่ใช่ใครสั่งก็ได้ ทั้งหมดนี้จะสอดคล้องเป็นองค์กรอาชญากรรมใช่หรือไม่

ผบช.น.ชี้แจงต่อว่า ทั้งหมดที่พูดมาน่าจะตอบประเด็นข้อซักถามและความคืบหน้าได้ในระดับหนึ่ง คดีนี้ บช.น.ต้องการทำให้เกิดความชัดเจนไม่ได้ทำตามกระแส ทำตามขั้นตามตอนในสิ่งที่รวบรวมพยานหลักฐานมาได้และยังมีผู้ต้องหาที่ต้องออกมาจับอีก พยานหลักฐานถึงออกหมายจับหมด ณ.วันนี้สำนวนการสอบสวนรวบรวมพยานร้อยกว่าปาก ไม่รวมผู้ต้องหา เชื่อมโยงได้ทั้งพยานเอกสาร บุคคล วัตถุ เส้นทางการเงิน เท่าที่ตรวจพบในเวลานี้ ถ้าตรวจพบเพิ่มแม้เป็นเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ละเว้น คดีนี้เราตั้งใจทำให้สำนวนและไม่ต้องการให้ผู้ต้องหาหลุดพ้นเพราะคดีนี้กระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานทางสังไม่ ไม่ได้เป็นแค่คดียาเสพติดทั่วไปแลอาจจะกระทบกับโครงสร้างทางเศรษฐกิจด้วย 

อีกทั้ง ผบช.น.ตอบว่า ยืนยันไม่มีมวยล้ในคดีนี้อย่างเด็ดขาด ถามอีกว่าคดีฟอกเงินตั้งใจทำมาตั้งแต่ต้นแล้วใช่ไหม เขาตอบว่า คดีฟอกเงินเป็นสิ่งที่คนเป็นตำรวจทำคดียาเสพติดรู้อยู่แล้วว่าต้องทำ แต่การดำเนินคดีแถวหนึ่งเห็นแล้วเรายึดไว้เป็นของกลาง แต่คดีฟอกเงินต้องดูแถวต่อไป ทรัพย์สินตกโอนไปที่ไหน นั้นถึงจะเข้ามูลฐาน ส่วนที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษมองว่าเป็นการดูมีหลายหน่วยมีช่วยกันตรวจสอบความโปร่งใสการทำงาน อยากรู้ว่าผู้ต้องหาที่มีอิทธิพลด้านการเงินเราหนักแน่นขนาดไหนที่เราทำ ผมก็เชื่อมั่นในทีมงานของตนไม่มี 

ถามต่อว่ามีความขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือไม่ เพราะ รอง ผบ.ตร.ระบุไม่ใช่องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและการทำงานไปคนละทิศละทาง ผบช.น.เผยว่า ไม่เลย รองสุรเชษฐ์ไม่ได้บอกว่าเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ บอกแต่เพียงว่าไม่ใช่ความผิดนอกราชอาณาจักร แต่เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งเป็นองค์ประกอบด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อโต้แย้งของ นายชูวิทย์ ออกมาระบุว่า ไม่แจ้งข้อหาฟอกเงิน และคดีนอกราชอาณาจักร เชื่อว่าตู้ห่าวต้องหลุดคดี ผบช.น.ตอบว่าว่า ขอตัวดีกว่า จะทำงานให้ดีที่สุด ส่วนการจะเชิญนายชูวิทย์มาให้ปากคำในฐานะพยานหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับอัยการ