ยื่นกว่า 13,839 รายชื่อ ถึงประธานศาลฎีกา "ขอศาลยืนหยัดข้างประชาชน ปล่อยบุ้ง ใบปอ และนักโทษการเมือง" หลังถูกขังนาน 91 วัน
ยื่นกว่า 13,839 รายชื่อ ถึงประธานศาลฎีกา "ขอศาลยืนหยัดข้างประชาชน ปล่อยบุ้ง ใบปอ และนักโทษการเมือง" หลังถูกขังนาน 91 วัน อดอาหารเรียกร้องสิทธิประกันตัวจนร่างกายวิกฤตแล้ว 61 วัน
วันนี้ (1 ส.ค.) ที่ สำนักงานประธานศาลฎีกา (สนามหลวง) คณะบรรณาธิการ, นักวิชาการ, นักศึกษา, นักสิทธิมนุษยชน, ศิลปิน, และประชาชน อาทิ สุชาติ สวัสดิ์ศรี อดีตศิลปินแห่งชาติ ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน บ้านกาญจนาภิเษก วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ สื่อมวลชนอิสระ อดีตรองผู้อำนวยการด้านข่าวและรายการ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ตัวแทนจากสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฯลฯ นำ 13,839 กว่ารายชื่อของประชาชนจากแคมเปญ "ขอศาลยืนหยัดข้างประชาชน ปล่อยบุ้ง ใบปอ และนักโทษการเมือง" บน Change.org/FreeOurFriends2022 และจดหมายเปิดผนึกยื่นต่อปียกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลฎีกา (หรือตัวแทน) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
ตามที่ ใบปอ-ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ และบุ้ง-เนดิพร เสน่ห์สังคม สองนักกิจกรรมจากกลุ่มทะลุวังทำโพลสำรวจความคิดเห็น ตั้งคำถาม "ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่ ?" จนเป็นเหตุให้ทั้งสองถูกตั้งข้อหาว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2565 ต่อมาทั้งสองได้แสดงจุดยืนต่อศาลที่มีคำสั่งไม่ให้สิทธิประกันตัวโดยการอดอาหาร และในวันที่ 1 สิงหาคม 2565 นี้ ทั้งใบปอ และบุ้ง อดอาหารรวมแล้ว 61 วัน และถูกคุมขัง 91 วัน
ร่างกายของทั้งสองเผชิญอาการวิกฤต กล่าวคือ ขณะนี้บุ้งมีภาวะโพแทสเซียมต่ำจนอาจเป็นผลให้กล้ามเนื้อหัวใจอาจตายเฉียบพลันและหัวใจวายได้ บุ้งถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์กลางดึกถึงสองครั้งด้วยอาการหมดสติ หายใจเองปกติไม่สะดวกต้องหายใจทางปากร่วมด้วย
ส่วนใบปอที่อายุเพียง 20 ปี และกำลังศึกษาอยู่ปีการศึกษาที่หนึ่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่สามารถประคองตัวเองเพื่อเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกแล้ว ต้องมีผู้ช่วยพยุง ปวดแสบท้องและอาเจียนอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งการถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรมกว่าสามเดือนยังส่งผลให้ใบปอต้องขาดสอบและกำลังจะพ้นสถานะนักศึกษา
คณะทนายความได้ยื่นประกันตัวทั้งสองมาแล้ว 7 ครั้ง ทว่าศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งไม่ให้ประกัน โดยมี
ใจความสำคัญ เช่น ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองมีสุขภาพทรุดโทรมจนอาจถึงอันตรายแก่ชีวิต, โรงพยาบาลราชทัณฑ์มีแพทย์ที่สามารถดูแลและรักษาผู้ต้องขังที่ป่วยได้อย่างดีอยู่แล้ว, สุขภาพโดยรวมของจำเลยทั้งสองยังเป็นปกติตามบันทึกข้อความของแพทย์ผู้ตรวจรักษา, กรณียังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงให้ยกคำร้อง ทั้งๆ ที่พยาบาลผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์เบิกความต่อศาล ยืนยันว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์ หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีความจำเป็นต้องส่งตัวผู้ป่วยไปตรวจรักษายังโรงพยาบาลข้างนอก
นอกจากบุ้งและใบปอ ยังมีศึกษาและประชาชนไม่ต่ำกว่า 31 คนที่ถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรมในขณะนี้ เราเห็นว่า ศาลพึงยึดมั่นหลักสันนิษฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 29 วรรค 2 และวรรค 3 ได้บัญญัติรับรองสิทธิว่า "ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้"
การใช้ดุลพินิจของศาล ไม่ว่าจะเป็นคดีใดควรเที่ยงตรงด้วยเกียรติของข้าราชการตุลาการและดำรงสถานะกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน ศาลพึงยึดมั่นหลักการที่เชื่อว่าผู้ต้องหาต้องเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะถูกตัดสินว่ามีความผิด และให้สิทธิการปล่อยตัวชั่วคราวอย่างเป็นธรรม ไม่สองมาตรฐานกับคดีการเมือง ไม่ละเมิดกฎหมายหรือละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือใช้ดุลพินิจตีความกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน
พวกเราจึงขอเรียกร้องให้ศาลยืนหยัดนำพาเหล่าผู้พิพากษาคุ้มครองสิทธิประชาชนให้เห็นเป็นประจักษ์อย่างกล้าหาญและปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของกฎหมายด้วยการปล่อยตัวชั่วคราวบุ้ง ใบปอ และนักโทษการเมืองทุกคนที่คดียังไม่ถูกตัดสินว่ามีความผิด ทุกการตัดสินใจและคำวินิจฉัยของท่านจะได้รับการบันทึกในประวัติศาสตร์ของประเทศชาติและประวัติศาสตร์ของสถาบันตุลาการต่อไป
ด้วยความเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย เกียรติของสถาบันตุลาการ