กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากร ยื่นถามความคืบหน้า ขอให้ปธ.ก.อ.สอบอดีต อสส.ไม่ดำเนินคดีเหมืองทองอัครา

อาชญากรรม13 ธ.ค. 2564 • 07:25 น.
กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากร ยื่นถามความคืบหน้า ขอให้ปธ.ก.อ.สอบอดีต อสส.ไม่ดำเนินคดีเหมืองทองอัครา
กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากร ยื่นถามความคืบหน้า ขอให้ปธ.ก.อ.สอบอดีต อสส.ไม่ดำเนินคดีเหมืองทองอัครา ขอทราบผลใน7 วัน พร้อมขอให้ อสส.เปิดเผยความคืบหน้าดำเนินคดีภายหลัง ดีเอสไอส่งสำนวนมาเเล้วกว่า 3 ปี เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 64 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนน เเจ้งวัฒนะ นางวันเพ็ญ พรมรังสรรค์ ตัวแทนกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ พร้อมชาวบ้านรวม 16 คน เดินทางไปยื่นหนังสือ ถึงนายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เพื่อขอทราบผลการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่เคยยื่นเรื่องมายังท่านเพื่อให้ดำเนินการสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อดีตอัยการสูงสุด รวมถึงอัยการผู้เกี่ยวข้องกับสำนวนคดี บริษัท อัครารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) นางวันเพ็ญ กล่าวว่าขอให้นายพชร ตรวจสอบถึงอดีตอัยการสูงสุดที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีการดำเนินการสั่งฟ้อง บริษัทอัครา ไมนิ่ง จำกัด หรือบริษัทอัครา รีซอร์สเซสจำกัด ในความผิดเกี่ยวกับการเข้าดำเนินธุรกิจเหมืองทองคำ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ เหมืองทองอัครา โดยไม่ได้รับอนุญาต ในจังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดอื่นรวม 5 จังหวัด ต่อศาลหลังมีการส่งหลักฐานและความเห็นสมควรสั่งฟ้องมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อช่วงปลายปี 2561 แต่เมื่อเรื่องมาถึงอัยการแล้วกลับไม่มีคำสั่งใดๆ และต่อมาตนได้รับแจ้งจากพนักงานอัยการว่าอัยการสูงสุดซึ่งตั้งคณะทำงานได้พิจารณาเเล้วว่าไม่พบมูลความผิดทำให้ประเด็นการบุกรุก ถนนสาธาณะทำเหมือง ไม่ถูกนำมาดำเนินคดี เเละขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆ ออกมาชัดเจน โดยตนเกรงว่าหากล่าช้ากว่านี้คดีจะหมดสิ้นอายุความอันจะทำให้เกิดความเสียหายกับชาติบ้านเมือง ซึ่งคดีนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะก่อนหน้านี้ตนก็เคยนำพยานหลักฐานเอกสารสไคัญซึ่งเป็นภาพถ่ายดาวเทียมเเละเอกสารอื่นๆยื่นถึงอดีต อสส.เเต่กลับไม่มีการพิจารณาสั่งคดี “โดยขอทราบว่าประธาน ก.อ.ได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วถึงไหนอย่างไรจึงขอให้โปรดชี้แจงข้อเท็จจริงต่อตนเเละคณะเพื่อให้ทราบด่วนที่สุดภายใน 7วัน” พร้อมกันนี้ นางวันเพ็ญ ยังทำหนังสือ อีกฉบับยื่นถึง อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน เพื่อขอติดตามความคืบหน้า ในคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีการส่งความเห็นสั่งฟ้อง ในประเด็นอื่นหลังพบว่าบริษัทดังกล่าวทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ทางหลวง รวม 4 ข้อหา ซึ่งมีการส่งเรื่องมาตั้งแต่ปี 2561 เช่นกัน แต่จนถึงขณะนี้ทราบว่ามีการเปลี่ยนอัยการเจ้าของสำนวนมาแล้ว 3 ชุด ในวันนี้ จึงเดินทางเพื่อความทราบผลความคืบหน้าในทั้งสองประเด็น โดยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษก สำนักงานอัยการสูงสุด ได้เดินทางมารับ หนังสือไว้ พร้อมแจ้งว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนเกี่ยวกับการส่งหนังสือไปถึงอัยการสูงสุดโดยเร็ว ภายหลังการยื่นหนังสือ นางวันเพ็ญ ยังระบุอีกว่า ส่วนตัวหลังมีการยื่นหนังสือในวันนี้แล้วรู้สึกสบายใจว่าเรื่องการติดตาม จะมีความคืบหน้า เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้มีการยื่นหนังสือตรงกับท่านรองโฆษก จนทำให้เรื่องเงียบหายไป แต่วันนี้ ท่านรองโฆษกลงมาเป็นผู้รับเอง จึงเชื่อว่าจะมีความคืบหน้า วันนี้ในช่วงเช้าที่ผ่านมาที่ได้เดินทางไปยื่นหนังสือ ให้ ปปช. ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อกับเรื่องดังกล่าว ที่มีทั้งอดีตอัยการสูงสุดเเละคณะ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และข้าราชการในตำแหน่งอื่นๆอีกหลายคน ว่าเข้าข่ายการละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ ที่ไม่ยอมดำเนินการนำตัวคนทำผิดมาดำเนินคดีหรือไม่ ก็ทราบว่าการดำเนินการมีผลความคืบหน้าไปในทิศทางที่ดี เช่นกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือที่ยื่นต่ออัยการสูงสุดคนปัจจุบันมีใจความสรุปว่า “เคยยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดให้ดำเนินการเอาผิดกับ บริษัท อัครารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) มาตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2562 แต่กลับพบว่าอัยการสูงสุดในขณะนั้นไม่ดำเนินคดีเอาผิดกับ บริษัท อัคราฯ ให้ครบถ้วน แต่อย่างใดรวมถึงยังไม่ดำเนินการสั่งฟ้องคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องมายังอัยการตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค.61 ซึ่งข้าพเจ้ากับพวกได้ทราบว่ากรณีดังกล่าวอัยการยังไม่มีการสั่งฟ้องไปสู่ศาลและยังอยู่ระหว่างให้ความเป็นธรรมกับ บริษัท อัคราฯ ผู้ต้องหาจนถึงวันที่ 11 มิ.ย.64 ซึ่งข้าพเจ้าและคณะเห็นว่าเป็นการล่าช้าสมควรเกินกว่าเหตุอันเป็นเหตุให้ข้าพเจ้ากับพวกจึงได้ส่งเรื่องยังดังกล่าวทั้งหมดนี้มายังท่านเพื่อพิจารณาดำเนินการและพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงข้าพเจ้ายังได้ติดตามทวงถามมายังท่านก่อนหน้าโดยรายละเอียดปรากฏตามหนังสือกราบเรียนมายังท่านเพื่อดำเนินการและหนังสือติดตามทวงถามความคืบหน้าผลการดำเนินการความท่านทราบแล้วนั้น แต่ยังไม่ปรากฏว่าท่านได้แจ้งข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดไปยังข้าพเจ้าและคณะเพื่อทราบผลการดำเนินการดังกล่าวของท่าน