สำนักงานอัยการสูงสุดแจงเหตุไม่ดำเนินคดี "สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ" คดีปลอมเอกสารสำนักทรัพย์สินฯ

อาชญากรรม9 ธ.ค. 2563 • 04:58 น.
สำนักงานอัยการสูงสุดแจงเหตุไม่ดำเนินคดี "สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ" คดีปลอมเอกสารสำนักทรัพย์สินฯ
สำนักงานอัยการสูงสุดชี้แจงเหตุที่ไม่ดำเนินคดี นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ คดีปลอมแปลงเอกสารสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เพราะตำรวจยังรวบรวมพยานหลักฐานไม่เสร็จสิ้น และเสนอแยกฟ้องเป็นอีกคดี หลังจากที่มีกระแสสังคมตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุที่อัยการสูงสุด ไม่ฟ้อง นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเกี่ยวพันกับคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาโทษเจ้าหน้าที่ฝ่ายโครงการพิเศษสำนักงานทรัพย์สินฯ และนายหน้าที่ดิน รวม 2 นาย ฐานปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารราชการปลอม เพื่อเตรียมปล่อยสิทธิการเช่าที่ดินระยะยาว 2 แปลง ภายในซอยร่วมฤดี และบริเวณองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ย่านชิดลม มูลค่า 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ โดยนายสกุลธร ถูกซัดทอดว่ามีการจ่ายเงิน 20 ล้านบาท ให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ได้รับสิทธิในการเช่า นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และคณะโฆษก ได้แถลงชี้แจงเรื่องนี้ว่า คดีนี้กองปราบปรามเป็นเจ้าของสำนวนคดี รับสำนวนคำร้องจากตัวแทนสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นชื่อเดิม ณ ขณะนั้นเมื่อปี 2560 ว่ามีเจ้าหน้าที่และผู้ร่วมกระทำผิดปลอมแปลงและใช้เอกสารทางราชการปลอม ตำรวจจึงสืบสวนจับกุมดำเนินคดี และส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.พิจารณาไปเมื่อเดือนเมษายนปี 2562 จากนั้น ป.ป.ช. ได้มอบอำนาจให้กองปราบสอบสวนขยายผลต่อ ซึ่งตามท้ายรายงานที่ส่งให้อัยการพิจารณา ระบุว่า กรณีที่พบว่า นายสกุลธร มีการจ่ายเงินให้กับนายสุรกิจ ตั้งวิทูวนิช ซึ่งเป็นนายหน้าอิสระ 3 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท เพื่อให้ประสานกับนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เจ้าหน้าที่ฝ่ายโครงการพิเศษสำนักงานทรัพย์สินฯ ช่วยเหลือเพื่อได้มาซึ่งสิทธิในการเช่าที่ดินระยะยาว ไม่น่าเข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย ซึ่งจะรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีแยกต่างหาก ทำให้ในสำนวนคดีแรกมีรายชื่อปรากฎผู้ต้องหาเพียง 2 คน เป็นการฟ้องข้อเท็จจริงในคดีนี้ และเนื่องจากตำรวจระบุชัดเจนว่าจะแยกดำเนินคดีเพิ่ม อัยการจึงไม่ได้เห็นแย้งในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับนายสกุลธร จนถึงขณะนี้ยังปรากฎข้อเท็จจริงตามคำให้การของนายสุรกิจ ซึ่งเป็นนายหน้า ว่าได้มอบเงินให้ไปดำเนินการ แต่ในชั้นศาลยังไม่มีการพิสูจน์ว่าข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร ก็ต้องรอให้ตำรวจกองปราบปราม สอบสวนสรุปสำนวนส่งฟ้องมาก่อน จึงจะพิจารณาต่อไปได้ว่า เข้าข่ายกระทำความผิดฐานเป็นผู้ให้สินบน หรือไม่