เหยื่อกว่า10รายร้องตร.ไซเบอร์ ถูกมิจฉาชีพแฮ็คบัญชีธนาคารในมือถือแล้วโอนเงินออก บางรายเผลอคลิกลิงค์เจอเงินเกลี้ยงบัญชี
เมื่อเวลา13.30น.ของวันนี้(17 ม.ค.66)นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พาผู้เสียหาย กว่า 10 คน ที่ถูกมิจฉาชีพแฮ็คบัญชีธนาคารในโทรศัพท์มือถือแล้วโอนเงินออกไป มาร้องขอความช่วยเหลือ ที่ กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ สอท. ให้ช่วยดำเนินการติดตามมิจฉาชีพที่ก่อเหตุ
โดยนายเอกภพ กล่าวว่า กลุ่มผู้เสียหายที่มาร้องเรียนกับตนเอง ตอนนี้ มีมากเกือบ 100 คน ที่ถูกแฮ็คบัญชีธนาคารในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจากการพูดคุยเบื้องต้น ทุกคน ยืนยันว่า ไม่มีการโหลดแอพพลิเคชั่นอะไรแปลกๆมมา หรือ เข้าไปกดลิ้งค์แปลกปลอมที่ส่งเข้ามา และยืนยันว่าหลายคนไม่การเปลี่ยนสายชาร์จ หรือ ไปใช้ไวไฟที่อื่นที่อาจจะเป็นช่องโหว่ของมิจฉาชีพ รวมถึงยี่ห้อของโทรศัพท์มือถือหรือระบบปฏิบัติการของมือถือ
ด้านผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้บอกว่า เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา มีข้อความมือถือส่งเข้ามาขณะที่ตนเองอยู่บ้าน เป็นรหัส OTP ซึ่งตอนนั้นตนเองไม่ได้เข้าไปกดลิ้งค์ จากนั้นตนเองก็มารู้ตัวว่าเงินหายไป วันที่ 9 มกราคม ก็พบว่าเงินในบัญชีธนาคารหายไป จึงไปตรวจสอบรายละเอียดก็พบว่า มีการโอนเงินออกจากบัญชีตนเองไปหลังจากที่มีการส่งข้อความ OTP มา เพียง 5 นาที ซึ่งตนเองโดนโอนเงินออกไป จำนวน 2 บัญชีมูลค่ากว่า 2 แสนบาท
/ ซึ่งตนเองยืนยันว่า ไม่เคยไปกดลิ้งค์อะไรเลย และเคยมี callcenter โทรฯมาแต่ก็กดทิ้งไปไม่ได้รับสาย แต่ที่ผิดสังเกตคือ ก่อนหน้านั้นมือถือตนเองมีอาการค้างๆดูผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร
ส่วนผู้เสียหายอีกคน คือ นางสาวณภัทรศนัส รังสิมาหริวงศ์ อายุ 37 ปี บอกว่า อยู่ดีๆก็มีข้อความจาก แอพพลิเคชั่นขายของออนไลน์ยี่ห้อหนึ่ง ส่งข้อความSMS มาหาเธอ ซึ่งเธอเข้าใจว่าเป็นไลน์ทางการของแอพดังกล่าว ส่งมาบอกให้เธอกดลิ้งค์เพื่อรับโค้ดส่วนลด เธอจึงกดลิ้งค์ไป เธอยอมรับว่าประมาทกดลิ้งค์ไป แต่ที่เธอตั้งข้อสังเกตคือ การโอนเงินออกจากธนาคารที่ผิดวิสัย ปกติจะโอนในหลักหมื่น แต่ครั้งนี้มีการโอนในหลักแสน ทำไมธนาคารถึงไม่ตั้งข้อสังเกตและสอบถามมายังเจ้าของบัญชี ซึ่งเงินที่เธอถูกโอนไปเป็นเงินเก็บของลูกเธอเพื่อเป็นทุนการศึกษา / เธอยังเล่าให้เราฟังอีกว่า หลังจากที่เธอกดลิ้งค์ไปแล้ว ก็กดไม่ได้ เธอจึงตอบกลับไปว่าไม่ได้ จึงทำให้มีเจ้าหน้าที่โทรฯเข้ามา เธอจึงคุย จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ให้เธอถือสายรอ 19 นาที จากนั้นก็วางไป และเธอก็พบว่าเงินในบัญชี กว่า 4 แสนกว่านั้นหายไปหมดแล้ว
ด้านพลตำรวจตรี กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ผบก.ตอท. บอกว่า จากนี้จะนำข้อมูลของผู้เสียไปตรวจสอบ และจะทำการสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมดเพื่อตรวจอสบพฤติการณ์ของมิจฉาชีพว่ามีรูปแบบใดบ้าง เพราะกรณีในลักษณะแบบนี้ ไม่เคยเจอมาก่อน ส่วนสาเหตุหรือพฤติการณ์ของมิจฉาชีพตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ ต้องไปตรวจสอบอย่างละเอียด ยืนยันจะสามารถหาต้อตอของขบวนการดังกล่าวให้ได้ / ส่วนที่ว่าจะเป็นการเข้ารหัสจากการเล่นโซเชียลมีเดียหรือไม่นัด ยังไม่สามารถบอกได้ และได้ฝากเตือนประชาชนให้แบ่งเงิน ในส่วนเงินเก็บก็ไม่ควรจะผูกกับแอพบัญชีธนาคาร
นอกจากนี้นายเอกภพ ได้ฝากไปยัง ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ กระทรวงการคลัง และธนาคารเจ้าของบัญชี ควรจะออกมารับผิดชอบ หรือเยียวยาผู้เสียหาย และเร่งหาทางแก้ไขเบื้องต้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะประชาชนหลายคนกังวล