นครบาลแถลงข่าว จับยาเสพติด 3 รายรวด

อาชญากรรม10 ส.ค. 2565 • 16:09 น.
นครบาลแถลงข่าว จับยาเสพติด 3 รายรวด

วันที่ 10 ส.ค.65 ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาลพล.ต.ท.สำราญ  นวลมา ผบช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์  แก้วแสงเอก . พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม ., พล.ต.ต.นิธิธร  จินตกานนท์  พล.ต.ต.โชคชัย  งามวงศ์ , พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง , พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.น. แถลงข่าวคดีฉ้อโกง หลอกทำบุญ และ จับกุมขบวนการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดเครือข่ายนนทบุรี

พล.ต.ท.สำราญ  กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม นายธนวิทย์ฯ อายุ 48 ปี สถานที่จับกุม บริเวณหน้าตึกแถว หมู่ที่ 3 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นฟอซ่า 350 สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน, เสื้อ – กางเกง ( สวมใส่ ก่อน - หลังก่อนเหตุ ) จำนวน 3 ตัว,อุปกรณ์อะไหล่รถยนต์ ( นำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดมาซื้อ ) โดยกล่าวหาว่า  “ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น“ 

พล.ต.ท.สำราญ   กล่าวว่าเนื่องด้วยเมื่อวันที่ 19 ก.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพงพาง ได้รับแจ้งเหตุ คนร้ายหลอกให้ผู้เสียหายผู้เป็นเจ้าของบริษัทฯ ย่านพระราม 3 โดย คนร้ายแสดงตัวเป็น เจ้าของบริษัทฯ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน จากนั้นเชิญชวนทำบุญ โดยใช้อุบายว่าจะนำเงินไปสร้างห้องเรียนให้นักเรียนด้อยโอกาสในพื้นที่ต่างจังหวัด เป็นเงินจำนวน 90,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายทราบว่าตนถูกหลอกจึงไปแจ้งความ สน.บางโพงพาง


เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางหนีของคนร้าย ทำให้ทราบตำหนิรูปพรรณคนร้าย ยานพาหนะและเส้นทางหลบหนีจากที่เกิดเหตุ ไปจนถึงที่พักของคนร้ายบริเวณ อำเภอพุทธมณฑล ต่อมาจากการตรวจสอบแผนประทุษกรรมเก่าจากข่าว ทราบว่าคนร้ายเคยก่อเหตุในพื้นที่ สน.เทียนทะเล จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เทียนทะเล จึงทราบชื่อสกุลคนร้าย นำไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่าคนร้ายมีหมายจับค้างเก่าของสน.บางโพงพาง และมีตำหนิรูปพรรณตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดตามเหตุเมื่อวันที่ 19 ก.ค.65


เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไปตรวจสอบที่บริเวณหน้าที่พัก พบยานพาหนะที่คนร้ายใช้ และพบว่าที่พักดังกล่าวเป็นร้านขายอะไหล่รถยนต์จึงวางกำลังซุ่มดูบริเวณโดยรอบ ต่อมาพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ 


จากการสอบสวน คนร้ายให้การว่า หลังจากพ้นโทษ ปลายปี พ.ศ.2563 ได้ก่อเหตุในลักษณะนี้มาประมาณ 50 ครั้ง บริเวณพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร, สมุทรสาคร, สมุทรปราการ, นครปฐม, ปทุมธานี และ นนทบุรี ซึ่งเป็นแหล่งธุรกิจของบริษัทอุตสาหกรรม เมื่อได้เงินจากการหลอกผู้เสียาย จะนำเงินไปซื้ออุปกรณ์แต่งรถ เพื่อนำมาขายที่ร้าน รวมถึงเล่นการพนันซื้อยาเสพติดบางส่วน

คดีที่ 2 จับกุมขบวนการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดเครือข่ายนนทบุรี ผลงาน กก.2 บก.สส.บช.น. วันที่  8 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายธนวัฒน์ อายุ 26 ปี,นายขจร อายุ 28 ปี  พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 450,000  เม็ด,ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 38.6 กก.,ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน ) น้ำหนักรวมประมาณ 3,700  กรัม (จำนวน 10 แท่ง),ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)แบบผงบรรจุซองสีแดง จำนวน 25 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 400 กรัม,ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (คีตามีน) น้ำหนักรวมประมาณ 32.40 กก.,ไฟร์ ไฟร์ (แผงละ 10 เม็ด) รวม 10,900 เม็ด,ยาอี  3,000 เม็ด,.สาร THC แบบเม็ด จำนวน 30 เม็ด,อาวุธปืน .38  จำนวน 1 กระบอก กระสุน 2 นัด,โทรศัพท์ 3 เครื่อง,.ตรวจยึดรถยนต์  2 คันได้ที่บริเวณลานจอดรถหน้า อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ต่อเนื่อง เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1(เมทแอมเฟตามีน ยาบ้า ไอซ์ เฮโรอีน) อันเป็นการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปและร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่รับอนุญาต”

สืบเนื่องจาก ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. ได้ทำการจับกุม นายเอกชัยฯ พร้อมพวก 3 นาย เมื่อวันที่ 6 ก.ค.65 จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลเรื่อยมาจนพบว่า มีกลุ่มของนายธนวัฒน์ฯ กับพวก มีพฤติการณ์ส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าย่านจังหวัดนนทบุรี และกรุงเทพมหานคร และพักอาศัยย่านนครอินทร์ โดยไปรับยาเสพติดมาจากย่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนที่นำจะพักไว้ในห้องเช่า อพาร์ตเมนต์ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ข้างวัดไทยเจริญ (บ้านจีน) ก่อนที่จะนำส่งให้กับลูกค้าโดยใช้รถยนต์ฮอนด้า CRV สีดำ ทะเบียน กรุงเทพฯ ในการส่งยาเสพติด จึงได้ทำการเฝ้าติดตามพฤติกรรมเรื่อยมา   


จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่ารถยนต์ของกลุ่มดังกล่าวเดินทางออกจากบ้านพักย่านนครอินทร์ มุ่งหน้าวงแหวนตะวันตก และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้สั่งการให้นำกำลังไปเฝ้าสังเกตุการณ์บริเวณห้องพัก อพาร์ตเมนต์ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี และบริเวณใกล้เคียง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 03.30 น.พบรถยนต์ฮอนด้า CRV สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 ขฆ-873 กรุงเทพฯ ขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดด้านหน้าห้องพักจินดา อพาร์ตเมนต์ ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่เห็นเหตุการณ์โดยตลอด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าแสดงตัวตรวจค้นจับกุมพบของกลางดังกล่าว จากการสอบถาม นายธนวัฒน์ฯ และนายขจรฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยนายธนวัฒน์ฯ รับว่าตนเองทำมาแล้วประมาณ 1 ปี ทั้งนี้ตนเองนั้นไม่มีอาชีพที่แน่นอน ส่วนนายขจรฯ รับว่าตนเองทำมาแล้วประมาณ 6 เดือน ก่อนหน้าที่จะมาส่งยาเสพติดทำงานร้านสะดวกซื้อมาก่อน จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    
คดีที่ 3  เมื่อวันที่ 6 ส.ค.65 เวลา 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมนายบรรณเจิด หรือโน๊ต (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี  ,นายสุระวุฒิ หรืออ้วน (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และนายสุระวุฒิ “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 
มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี, ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ไฟว์-ไฟว์, เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนัก 50 กิโลกรัม,ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) น้ำหนัก 170 กรัมยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) จำนวน 5,100 เม็ด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (Five Five) จำนวน 7,290 เม็ด ,วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีนชนิดเกล็ด) น้ำหนัก 290 กรัม ,รถกระบะ จำนวน 2 คัน ,โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่องรวมมูลค่ายาเสพติดที่ตรวจยึดได้ 7,322,500 บาทโดยจับกลุ่มได้ ที่หมู่ 11 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และถนนภายในหมู่บ้านกรีน 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 สืบสวนขยายผลสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดจากผลจับกุมที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 6 ส.ค.65 ช่วงเช้า จับกุมนายบรรณเจิด หรือโน๊ต (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาที่ 1 และ นายสุระวุฒิ หรืออ้วน (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาที่ 2 ร่วมกันใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ก สีเทา และรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่นแรนเจอร์ สีดำ นำยาเสพติดจำนวนมากมาเก็บซุกซ่อนไว้ที่บ้าน หมู่ 11 ต.ลาดสวาย 
อ.ลำลูกกา ปทุมธานี    เจ้าหน้าที่ตำรวจไปเฝ้าสังเกตุการณ์ จนกระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. ได้พบ นายบรรเจิด หรือโน๊ตฯ ผู้ต้องหายกกระสอบสีขาว ภายในบรรจุสิ่งของมีน้ำหนัก จากภายในบ้าน มาใส่ไว้ในรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็ก โดยมีท่าทางเป็นพิรุธคล้ายผู้กระทำผิด หรือมีสิ่งของผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าสิ่งของในกระสอบดังกล่าวเป็นยาเสพติดที่กำลังจะนำส่งให้กับลูกค้า จึงเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 16 ห่อ ห่อละ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 16 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในกระสอบสีขาวภายในรถกระบะอีซูซุ รุ่นดีแม็ก สีเทา จากนั้นผู้ต้องหาที่ 1 ได้นำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นภายในบ้านพัก โดยในบริเวณชั้นที่ 2 พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 34 ห่อ ห่อละ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 34 กิโลกรัม เก็บไว้ภายในห้องพักในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจค้นบ้าน ได้มีรถกระบะฟอร์ด รุ่นแรนเจอร์ สีดำ ขับผ่านบริเวณหน้าบ้านไป โดยมีลักษณะการขับขี่ที่มีพิรุธต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น โดยมีนายสุระวุฒิ หรืออ้วน (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาเป็นผู้ขับขี่ จากการตรวจค้นพบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) น้ำหนัก 170 กรัม, ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) จำนวน 5,100 เม็ด, วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (Five Five) จำนวน 7,290 เม็ด, วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีนชนิดเกล็ด) น้ำหนัก 290 กรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ 


จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การ “รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา” โดยยาเสพติดดังกล่าวได้จัดเตรียมไว้เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าเพื่อรับนำไปจำหน่ายให้กับลูกค้ารายย่อยอีกทอดหนึ่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปทำการซักถามและขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป ในการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นไม่พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองเคยมีประวัติในการกระทำความผิดมาก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป