บก.ทท.1 รวบสาวเดนคุกตระเวนลักทรัพย์นักท่องเที่ยวตามสนามบินและห้างดัง

อาชญากรรม26 เม.ย. 2566 • 02:19 น.
บก.ทท.1 รวบสาวเดนคุกตระเวนลักทรัพย์นักท่องเที่ยวตามสนามบินและห้างดัง

 

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 26 เม.ย. พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผบช.ทท. สั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.1 บก.ทท.1 พ.ต.ท.มนพร ลิขิตมานนท์ รอง ผกก.1 บก.ทท.1 และ พ.ต.ท.นิมิตร จรรยาลักษณ์ สว.กก.1 บก.ทท.1 นำกำลังจับกุมตัว น.ส.พรทิพย์ หรง(สงวนนามสกุล)​อายุ 53 ปี พร้อมของกลาง กระเป๋าสตางค์ของผู้เสียหาย 1 ใบ ภายในมีเงินสดสกุลเปโซของประเทศฟิลิปปินส์ จำนวน 23,000 เปโซ หรือประมาณ 14,230 ไทย โดยจับกุมตัวได้ขณะนั่งรับประทานอาหารอยู่ภายในร้านเบอร์เกอร์คิง ย่านสยามสแควร์ ถนนพระราม 1 แขวงและเขตปทุมวัน กทม. ก่อนขยายผลไปตรวจค้นที่ห้องพักผู้ต้องหา ภายในซอยประชาร่วมใจ 62 ท้องที่ สน.มีนบุรี ยึดยาบ้าได้อีก 293 เม็ด และไอซ์ หนัก 1.26 กรัม

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ว่า ถูกคนร้ายลักทรัพย์เป็นกระเป๋าถือแบบผู้หญิงสีขาวยี่ห้อ YSL ซึ่งเผลอวางเอาไว้บนกระเป๋าเดินทาง ขณะกำลังเเวะซื้อของ ในร้านสะดวกซื้อบริเวณประตู 8 ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยในกระเป๋าถือดังกล่าวมีเงินไทยประมาณ 15,000 บาท เงินสกุลมาเก๊า จำนวน 16,000 ดอลลาร์ฮ่องกง และทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่าเกือบ 100,000 บาทไทย ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ลงพื้นที่แกะรอยสืบสวนจากกล้องวงจรปิด ภายในสนามบิน พบว่า น.ส.พรทิพย์ เป็นผู้ก่อเหตุ โดย น.ส.พรทิพย์นั้น มีประวัติเคยถูกจับกุม คดีลักทรัพย์นักท่องเที่ยวและผู้เสียหาย ในสนามบินรวมถึงห้างสรรพสินค้าหลายแห่งมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2564 ก็มาลงมือก่อเหตุอีก

กระทั่งเมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 เม.ย. ชุดจับกุมติดตาม พบตัว น.ส.พรทิพย์ มาปรากฏกายอยู่ในย่านสยามสแควร์ จึงเข้าทำการขออนุญาตตรวจค้น พบว่าเพิ่งลงมือก่อเหตุล้วงเอากระเป๋าเงิน จากผู้เสียหายชาวฟิลิปปินส์รายหนึ่งมาหมาดๆ จึงจนมุมพร้อมของกลางขณะกำลังนั่งรับประทานอาหาร จากการตรวจสอบข้อมูล ยังไม่พบว่าเจ้าของกระเป๋าเงิน เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด จึงประสานสถานทูตฟิลิปปินส์เพื่อติดตามหาตัวผู้เสียหาย ให้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนอายัดตัวดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติม 

จากการสอบสวน น.ส.พรทิพย์ ยอมรับว่า ถูกตำรวจจับดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง ก่อนที่จะพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2564 ได้สามี 1 คน แต่ก็พากันเสพยา ตั้งตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้าและยาไอซ์ ให้กับวัยรุ่นย่านมีนบุรี จนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สามีถูกจับพร้อมยาเสพติด ทำให้ต้องอยู่ลำพัง เงินขาดมือไม่มีรายได้ จึงตัดสินใจมาหาล้วงกระเป๋าและลักทรัพย์ผู้เสียหายนักท่องเที่ยว ตามสนามบินและนักท่องเที่ยว ที่มาเดินตามห้างสรรพสินค้าชื่อดัง นำเงินไปใช้จ่ายรายวัน

จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ เดินทางไปตรวจสอบที่ห้องพัก ของ น.ส.พรทิพย์ ก็พบยาเสพติดของกลางและอุปกรณ์การเสพ นอกจากนี้ยังพบว่าเจ้าตัวมีหมายจับคดีลักทรัพย์ ในท้องที่ สน.ปทุมวัน และสน.มีนบุรี ติดตัวอยู่ด้วย จึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์, ครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย และข้อหาเสพยา แก่ น.ส.พรทิพย์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน และติดต่อพนักงานสอบสวน ท้องที่ที่พบการกระทำความผิดมาอายัดตัวไปดำเนินคดีต่อไป.