หมอพรทิพย์ลุยคดีแตงโม

อาชญากรรม28 มี.ค. 2565 • 17:39 น.
 หมอพรทิพย์ลุยคดีแตงโม
"สมชาย" แปลกใจ "แม่แตงโม" ขอถอนเรื่องกมธ.พิจารณาคดี ยันไม่เป็นอุปสรรคสืบหาความจริงต่อ ปัดไม่เคยแทรกแซงตร. "หมอพรทิพย์"ห่วง"แม่แตงโม" ไม่ได้รับรู้เองฟังจากคนอื่น ถืออันตราย เดินหน้าลุยคดีต่อ ขณะที่ "ดีเอสไอ"รับคดีแตงโมพิจารณาก่อนสรุปเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 28 มี.ค.65 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของน.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม นักแสดงสาวชื่อดังที่ตกเรือเสียชีวิต พร้อมด้วย นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา ประธานเครือข่ายศูนย์ทนายคลายทุกข์ จะเดินทางมายื่นให้กมธ.ถอนเรื่องการพิจารณาคำร้องการเสียชีวิตของแตงโม ว่า การที่กมธ.พิจารณารับเรื่องนี้ไว้ก็ยึด 2 สาเหตุหลักคือ1.มีผู้เดือดร้อนเป็นคดีอาชญากรรม 2.เป็นคดีอาญาแผ่นดิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นต่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้คาดว่าการพิจารณาถอนเรื่องจะเข้าสู่ที่ประชุมกมธ.ในสัปดาห์หน้า ส่วนเรื่องประโยชน์สาธารณะทางกมธ.จะพิจารณาว่าจะทำงานอย่างไรต่อไป ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ทำ เพื่อตอบข้อสงสัยในการทำงานของกระบวนการยุติธรรม เมื่อถามว่า มีอะไรแปลกๆ หรือไม่ที่อยู่ดีๆ ก็มีการขอถอนเรื่อง นายสมชาย กล่าวว่า ตนไม่ทราบ คงเหมือนกับที่สังคมก็ยังงงอยู่ ซึ่งขอไม่ก้าวล่วง เป็นสิทธิของนางภนิดาที่จะยื่นถอนเรื่องออก ยืนยันว่ากมธ.ทุกคนเป็นผู้ใหญ่ มีวุฒิภาวะ และเป็นนักกฎหมายมีหน้าที่ของตัวเองในการดำเนินการต่อ ไม่เช่นนั้นสังคมจะไม่มีหลักในเรื่องความยุติธรรมที่สังคมถามหา และประชาชนที่ต้องการรับรู้ข่าวสาร สิทธิ์ของคดีที่ต้องตรงไปตรงมา "คนๆ เดียวเมื่อเสียชีวิตก็เป็นคดีอาญาแผ่นดินอยู่แล้ว แต่ถ้ายังกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ก็เป็นหน้าที่ของส.ส.และส.ว.อย่างถูกต้อง ในฐานะกมธ. ไม่ใช่การเข้าไปแทรกแซงการทำงานแต่เป็นการติดตามการทำงานในฐานะฝ่ายตรวจสอบรัฐบาล ตรวจสอบการทำงานของข้าราชการฝ่ายประจำซึ่งเป็นหน้าที่หลักตามกรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ยืนยันว่าไม่ได้หิวแสง ไม่ได้ไปแสวงหา แต่ที่ผ่านมานางภนิดามายื่นเรื่องเอง ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ต้องกังวลถึงการทำหน้าที่ของกมธ.ว่าจะไปกระทบต่อรูปคดี เพราะความจริงเรื่องคดีควรจะคลี่คลาย และขอให้ร่วมมือกันทุกหน่วยงานทำงานด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม และถูกต้อง ด้าน พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส.ว.ในฐานะกรรมาธิการ(กมธ.)สิทธิมนุษยชนฯ และอดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงกรณีให้กมธ.ถอนเรื่องการพิจารณาคำร้องการเสียชีวิตของแตงโม ว่า คิดว่าเป้าประสงค์หลักคงไม่ใช่กมธ. แต่เป็นตนเองมากกว่า เพราะนางภนิดาคงไม่ต้องการให้ตนเข้าไปยุ่งเกี่ยวในคดี หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมองว่ากมธ.เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการทำคดี ซึ่งตนคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจคงไม่เข้าใจบทบาททำงานของกมธ. เนื่องจากเรื่องนี้กมธ.สามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว เพราะกระทบสิทธิ์ของประชาชน พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ส่วนคำแนะนำของนายสมชายในฐานะประธานกมธ.ที่ให้นำทั้ง 5 คนบนเรือเข้าเครื่องจับเท็จนั้นก็ไม่ได้มีอะไรเป็นอย่างอื่น ตนเข้าใจนางภนิดา แต่ก็ห่วงแตงโมซึ่งเป็นผู้เสียชีวิต เหมือนถูกปู้ยี่ปู้ยำ ดึงเรื่องไปมา แทนที่จะมุ่งให้เกิดความจริงกระจ่าง อย่างไรก็ตามกมธ.จะยังคงเดินหน้าทำเรื่องนี้ต่อไป เพราะที่ทำตั้งแต่ต้น นางภนิดาต้องการให้ตนเข้าไปดูเรื่องของการชันสูตรศพ "ส่วนตัวห่วงนางภนิดาที่ไม่ได้รับรู้อะไรด้วยตนเอง ฟังผ่านหูจากคำบอกเล่าของคนอื่น ซึ่งหากเป็นแบบนี้สังคมถือว่าอันตราย เพราะหากฟังคนอื่น ไม่ได้รับรู้ด้วยตัวเอง แต่ตัดสินใจทำอะไรลงไปแบบนี้น่าห่วง กมธ.อยากให้ญาติเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณา แต่ที่ผ่านมาทำเท่าไหร่นางภนิดาก็ไม่ยอมมา ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลก" พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าว ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายไตรยฤทธ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย คณะแพทย์จากสถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม แถลงแนวทางวางแผนการสืบสวนสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีรพงศ์ "แตงโม" เนื่องจาก น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา และว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา มายื่นพิจารณาให้รับเป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา โดย นายไตรยฤทธ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนเข้ามาให้ดีเอสไอตรวจสอบพยานหลักฐานข้อเท็จจริง เพราะคดีมีความซับซ้อน อาจมีผู้มีอิทธิพลเข้าไปยุ่งเกี่ยวพยานหลักฐาน หรือเบี่ยงเบนการชันสูตรการเสียชีวิต ทั้งที่ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่นชัดนั้น ซึ่งตามกฎหมายประชาชนทั่วไป นิติบุคคล สามารถร้องเรียนได้ โดยดีเอสไอมีคำสั่งให้ตั้งเป็นเลขสืบสวน มอบหมาย พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนเพื่อรวบรวมหลักฐาน เสนอเข้าคณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณา "การประชุมครั้งแรกในวันนี้ ดีเอสไอเชิญผู้แทนแพทย์จาก 2 หน่วยงาน ซึ่งเป็นผู้เริ่มผ่าศพครั้งแรกและครั้งที่สองมาให้ข้อเท็จจริง เป็นคณะอนุกรรมการพิจารณาเพื่อประกอบสำนวน คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือนเม.ย.นี้ ก่อนส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มี นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ สรุปว่ารับเป็นคดีพิเศษหรือไม่" ส่วนกรณีที่นางภนิดาคุณแม่ของแตงโมไม่ต้องการให้เป็นคดีพิเศษนั้น นายไตรยฤทธ์ กล่าวว่า หากเป็นคดีอาญาแผ่นดินต้องพิจารณาตามขั้นตอน เพราะอาจเข้า 5 เงื่อนไขเช่น คดีมีความซับซ้อน , เป็นที่สนใจของสังคม , กระทบต่อความมั่นคง , เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และเกี่ยวข้องผู้มีอิทธิพลหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ก็สามารถรับเป็นคดีพิเศษได้