จ่อดำเนินคดีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้าข่ายเป็นความผิดกฏหมาย
วันที่ 25 มิ.ย. 64 ที่ บช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น./โฆษก บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงข่าวสรุปสถานการณ์การชุมนุมเห็นต่างทางการเมืองของกลุ่มต่าง ๆ เมื่อวันที่ 24 มิย.64 ว่า กรณีที่มีการชุมนุมของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564 ซึ่งมีการจัดกิจกรรมชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้นมีกลุ่มผู้ชุมนุมที่สำคัญดังนี้กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้ โดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ,กลุ่มราษฎร โดยนายอานนท์ นำภา และกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยนายพริษฐ์ ชิวรักษ์ ได้นัดหมายทำกิจกรรมจุดเทียน เริ่มเวลา 15.30 น. บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อรำลึกเหตุการณ์ 25 มิ.ย. 2475
จากนั้นได้เคลื่อนขบวนไปรัฐสภา บริเวณแยกเกียกกาย ทำกิจกรรมปราศรัย เวลา 12.40-16.00 น. และประกาศยุติการชุมนุม และให้ผู้ชุมนุมไปรวมกันที่ สกายวอล์ค แยกปทุมวันตั้งแต่เวลา 17.00 - 20.30 น. จึงประกาศยุติการชุมนุม และกลุ่มไทยไม่ทน หรือสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย โดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้นัดรวมพลที่บริเวณสะพานผ่านฟ้า และทำกิจกรรมปราศรัย เวลา 16.00 น. จากนั้นได้เคลื่อนขบวนมาบริเวณหน้าโรงเรียนราชวินิจ ถ.พิษณุโลก และทำการปราศรัยจนถึงเวลา 19.45 น. จึงได้ประกาศยุติการชุมนุม ส่วนกลุ่มประชาชนคนไทย โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา ได้นัดรวมพลที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ ในเวลา 14.00 น. และเคลื่อนขบวนมาทำการปราศรัยอยู่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จนถึงเวลาประมาณ 20.30 น. ได้ประกาศยุติการชุมนุม
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการกระทำเข้าข่ายเป็นความผิดต่อกฎหมายดังนี้จัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการแพโรคโดยฝ่าฝืนข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ,การจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพรโรค มีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 20,000บาท และตั้งวาง หรือกองวัตถุใดๆ บนพื้นถนน เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท,กีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท,ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 200 บาท
โดยสถานีตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมดังกล่าว ได้แก่ สน.ชนะสงคราม,สน.นางเลิ้ง, สน.พญาไท, สน.สามเสน, สน.บางซื่อ , สน.สำราญราษฎร์, ส..เตาปูน, ส..บางโพและ สน.ปทุมวัน ซึ่งทาง บช.. ได้สั่งการให้ทำการพิสูจน์ทราบบุคคลว่าเป็นผู้ใดบ้าง และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป