จับกุมเครือข่ายข้ามชาติตั้งบริษัท หลอกขายหน้ากากอนามัยให้ชาวต่างชาติ เสียหายกว่า 12 ล้านบาท

อาชญากรรม3 ก.ย. 2563 • 13:32 น.
จับกุมเครือข่ายข้ามชาติตั้งบริษัท หลอกขายหน้ากากอนามัยให้ชาวต่างชาติ เสียหายกว่า 12 ล้านบาท
วันที่ 3 ก.ย.63 ที่ ศปอส.ตร. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส.บช.ปส./หัวหน้าชุดประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลฯ แถลงข่าวการจับกุมนายวิเทียน อะจองคอม อนุโบเด็ม หรือ VITIEN AJONGKOM ANUBODEM อายุ 33 ปี สัญชาติแคเมอรูน ตามหมายจับ ที่ จ.106/2563 ลง 27 ส.ค.2563 ,น.ส.ชวัลกร หรือคาร่า อนุโบเด็ม อายุ 23 ปี สัญชาติไทย ตามหมายจับ ที่ จ.105/2563 ลง 27 ส.ค.2563 ,นางวารุณี ประทุมทิพย์ อายุ 51 ปี สัญชาติไทย ตามหมายจับ ที่ จ.102/2563 ลง 27 ส.ค.2563 ,นางสาวอาทิตาหรือนุ่น พันธฤทธิ์ อายุ 22 ปี สัญชาติไทย ตามหมายจับ ที่ จ.101/2563 ลง 27 ส.ค.2563 ,นายเซฟโฟ คองกาเด้น ยานนิค จูเนียร์ หรือ Mr.Chefor Ndongapen Yannick Junior อายุ 27 ปี สัญชาติแคเมอรูน ตามหมายจับ ที่ จ.104/2563 ลง 27 ส.ค.2563 ,นางสาวซูซาน เมนเค็มเน็ง อายุ 30 ปี สัญชาติ แคเมอรูน จับกุมข้อหาเป็น “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการสิ้นสุด”และ นายฟลอเบิต อะจองคอม อยามู(MRFLOBERT AYAMUH) สัญชาติแคเมอรูน รายงานความประพฤติยกเลิกการประกันตัว ไปยังห้องกักตัว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สวนพลู) เหตุมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย รวม จับกุมผู้ต้องหา รวม 7 ราย 5 หมายจับ ตรวจยึดของกลางและทรัพย์สิน อาทิเช่น คอมพิวเตอร์,โทรศัพท์มือถือ ,โน๊ตบุ๊ค ,สมุดบัญชีธนาคาร ,บัตร ATM ,หน้ากากอนามัย ,เครื่องวัดอุณหภูมิ ,ถุงมืออนามัย ,รถยนต์,เงินสด จำนวน 6,141,000 บาท จำนวนกว่า 150 รายการ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ดำเนินคดีตามกฎหมาย พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่าจากสถานการณ์ปัญหาไวรัสโควิด 19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วโลก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลแต่ละประเทศต้องกำหนดมาตรการในการป้องกันการติดต่อของไวรัสโควิด 19 ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวมีสินค้าบางประเภทเป็นที่ต้องการของประชาชนต้องการ และขาดแคลน เช่น หน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น อันเป็นช่องว่างให้กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาส เสนอจำหน่ายสินค้าผ่านทางออนไลน์ ในราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป ต่อมาได้มีผู้เสียหายเป็นชาวเกาหลีใต้ และชาวฮ่องกง จำนวน 3 ราย ได้ติดต่อซื้อขายสินค้าประเภทหน้ากากอนามัย และเครื่องวัดอุณหภูมิผ่านทางออนไลน์/ข้ามประเทศ แล้วถูกหลอกลวงเสียหาย จำนวนเงินกว่า 400,000 ดอลล่าร์สหรัฐ(12 ล้านบาท) ผู้เสียหายชาวเกาหลีใต้และฮ่องกง จึงแจ้งความร้องทุกข์ผ่านตำรวจสากลกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และตำรวจสากลฮ่องกง ส่งเรื่องมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ผอ.ศปอส.ตร.)สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา รอง ผบช.สทส./รอง หน.ฝ่ายเทคนิคสืบสวน ศปอส.ตร.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ข่าวกรอง บช.ปส./หน.ชุดเทคนิคสืบสวน 2 ศปอส.ตร. ,พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ขนาดนิด รอง ผบก.จต.8/หน.ชุดสอบสวน เฉพาะทาง ศปอส.ตร. ,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม. ประสานงานกับ พล.ต.ต.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผบก.ตท. และ พ.ต.อ.สุระพันธุ์ ไทยประเสริฐ รอง ผบก.ตท. และประสานงานกับตำรวจสากลกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ Mr.JUNGMI CHO CONSUL[Police attache] และ Mr.BYEONGJUN KIM ASS.CONSUL[Police attache] จึงได้วางแผนสืบสวนสอบสวนติดติดตามผู้ต้องหากลุ่มผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสืบสวนเครือข่ายผู้กระทำความผิดดังกล่าวเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ใช้ช่องทางติดต่อสื่อสารผ่านทางออนไลน์ โดยอ้างชื่อเว็บไซต์ www.globalsource.com ,อาลีบาบา ALIBABA ได้โพสต์ข้อความและจัดทำเว็บไชต์หลอกขายสินค้าหน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตติดต่อเสนอขายสินค้าระหว่างประเทศ โดยกลุ่มคนร้าย ได้ตั้งบริษัท Timbermate และร้านค้าชื่อ “ECHO SPORT” ในประเทศไทย เพื่อจัดจำหน่าย หน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ หลอกขายสินค้าให้ชาวต่างชาติและรับโอนเงินค่าสินค้า มีผู้เสียหายเป็นชาวเกาหลีใต้ 1 ราย ชาวฮ่องกง 2 ราย ร้องทุกข์ผ่านกองการต่างประเทศ (ตท./INTERPOL) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลค่าความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย.2563 ชุดสืบสวนสอบสวน โดย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ข่าวกรอง บช.ปส. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม. ,พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ขนาดนิด รอง ผบก.จต.8/หน.ชุดสอบสวนเฉพาะทาง ศปอส.ตร. ,พ.ต.อ.อภิชาติ อภิชานนท์ ผกก.ฝอ.8 บก.อก.บช.ก. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุด ศปอส.ตร. ได้ประสานงานกับ บก.สส.ภ.4 ,กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น ,กก.สส.กาฬสินธุ์ และ สภ.เมืองมหาสารคาม และได้ทำการลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ,มหาสารคาม และ กาฬสินธุ์ เพื่อสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติชาวผิวสีและกลุ่มหญิงไทย จำนวน 6 ราย/หมายจับ เป็นชายผิวสี สัญชาติแคเมอรูน 3 ราย/หมาย หญิงไทย 3 ราย/หมาย ในตามความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน หรือฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น ,โดยทุจริต หรือโดยการหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ซึ่งหลบหนีอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดดังกล่าว จึงขอหมายค้นจากศาลอาญา จำนวน 9 จุด จากการสืบสวนจนสามารถจับกุมกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ และกรรมการผู้จัดการบริษัท Timbermate รวมจำนวน 7 ราย ดังกล่าว ฝากไปยังพี่น้องประชาชน ที่พบเห็นการประชาสัมพันธ์ในลักษณะดังกล่าว หรือถูกหลอกลวงจากบริษัทดังกล่าว สามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วนของ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ที่สายด่วนหมายเลข 1155 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง