"ทวี" ระดมจัดทัพที่ปรึกษารัฐมนตรี แบ่งงาน 4 กรอบใหญ่
รมว.ยุติธรรม ประชุมระดมความเห็น จัดทัพที่ปรึกษารัฐมนตรี รับปี 2567 แบ่งงาน 4 กรอบใหญ่ ชูหลักวิชาการ-ยึดหลักกฎหมาย-ยกระดับหลักนิติธรรม-ส่งเสริมหลักคุณธรรม
เมื่อวันที่ 21 ม.ค.67 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมีคณะที่ปรึกษาฯ คณะทำงานรัฐมนตรี ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ สำนักงานรัฐมนตรี เดินทางมาประชุม รวมทั้งร่วมประชุมในระบบออนไลน์ กว่า 50 คน ที่ห้องประชุม ชั้น 3 ทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวระหว่างการประชุมสรุป ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ กระทรวงยุติธรรม มีงานที่ต้องรับผิดชอบรายวัน อาทิ ใช้การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่างเช่น เหตุพลุระเบิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี หรือเหตุช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบกรณีโกดังพลุระเบิด ต.มูโนะ จ.นราธิวาส ที่เป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากภัยพิบัติสาธารณะและการฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย
อีกเรื่องที่อยากจะวางแนวทางการทำงานของกระทรวงยุติธรรม การทำงานของกระทรวงยุติธรรม อยากให้วางกรอบ แบ่งเป็น 4 กรอบใหญ่ คือ 1. มีงานวิชาการ งานศึกษาวิจัยเป็นหลัก ที่ต้องอาศัยการค้นคว้า ศึกษาวิจัย ข้อมูลทางวิชาการมาใช้เป็นหลักในการทำงาน 2. ต้องยึดหลักกฎหมาย 3. หลักนิติธรรม เราจะต้องช่วยกันยกระดับ และเรามีเป้าประสงค์ที่ต้องวางโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นหลักนิติธรรมของประเทศให้ได้ และ 4. หลักคุณธรรม ซึ่งจะต้องมีกฎระเบียบต่าง ๆ ในการปฏิบัติ ทั้งมีข้อปฏิบัติราชการ การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และการแก้ปัญหายาเสพติด สรุปภารกิจแยกได้ คือ การแก้ปัญหาอาชญากรรม กับการพัฒนากระบวนการยุติธรรมและกฏหมาย
“การเปลี่ยนแปลงอยู่ที่คนและผู้มีอำนาจรับผิดชอบ การทำอะไรก็ตามล้วนไม่มีความล้มเหลว แต่สิ่งที่จะล้มเหลว คือ การไม่ได้ทำ” พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้มีการอภิปรายและแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ อาทิ การยกระดับหลักนิติธรรมที่ไทยตกต่ำโดยส่งเสริมผู้บุกเบิกที่มีความมุ่งมั่นให้เกิดพลังเสนอโครงการ หรือหลักสูตร Justice Pioneer กลุ่มเป้าหมาย 24 คน คนในหน่วยในสังกัดยุติธรรม 10 คน อีก 14 คนอาจมาจาก กรรมการสิทธิมนุษยชน ภาคประชาสังคม ตำรวจ อัยการ ศาล องค์กรอิสระ รวมถึงนักสื่อสารมวลชน กำหนดเวลา 6 เดือน เพื่อเป็นผู้บุกเบิกในการยกระดับหลังนิติธรรมของประเทศไทย เรื่องเพื่อพิจารณา การแยกผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดีออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาดให้เป็นไปตามหลักการรัฐธรรมนูญ และการพัฒนางานพฤตินิสัย ทั้งของกรมราชทัณฑ์ ที่มีผู้ต้องขังประมาณ 2.7 แสนคน กรมคุมประพฤติที่มีผู้ถูกคุมประพฤติประมาณ 4 แสนกว่าคน และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
โดยการมีส่วนร่วมของ ‘ชุมชน’ พร้อมความเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหายาเสพติด ที่เปลี่ยนให้กระทรวงยุติธรรมเป็นโอกาสของผู้ก้าวพลาดที่ได้รับพัฒนาศักยภาพอย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้างความเจริญให้สังคมและประเทศชาติ รวมถึงการสื่อสารสาธารณะ การให้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนและสังคม ของกระทรวงยุติธรรม เป็นต้น