ป.รวบอดีตสจ.ดำคนดังเมืองคอนตุ๋นบริษัทร่วมลงทุนอ้างประมูลโครงการจัดซื้อเครื่องถ่ายเอกสารให้โรงเรียน2.500แห่ง
เมื่อวันที่ 15 ส.ค.62 พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุมตัวนายธวัชชัย ทองอ่อน อายุ 46 ปี อดีต สจ.นครศรีธรรมราช อยู่บ้านเลขที่ 70 ม.4 ต.กะเปียด อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.226/62 ในข้อหา ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ในขณะที่ออกเช็คไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ ออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนเงินสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันพึงจะให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็คนั้น และธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น ได้ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านอันดา ถนนคู้คลองสิบ แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปี 2559 นายธวัชชัย ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งเคยเป็นอดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่จะรู้จักกันดีในชื่อ ส.จ.ดำ ได้ชักชวนผู้เสียหายรายหนึ่งเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาออกแบบตกแต่งภายใน ให้นำเงินมาร่วมทุนทำธุรกิจด้วยกัน โดยอ้างว่า บริษัท ศรีพรหม 999 จำกัด ของตนเอง ได้ชนะการประมูลรับเหมาจัดซื้อซื้อเครื่องถ่ายเอกสารของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ที่จะนำไปแจกจ่ายตามโรงเรียนต่างๆ 2,500 โรงเรียน จำนวน 2,500 เครื่อง ในวงเงินประมูลเครื่องละ 100,000 บาท รวมวงเงินทั้งหมด 250,000,000 บาท ซึ่งนายธวัชชัย ยังอ้างอีกว่าตนเองสามารถจัดซื้อเครื่องถ่ายเอกสารได้ในราคาถูก ทำให้จะได้รับกำไรจากส่วนต่างของราคาเครื่องเอกสารตกเครื่องละ 19,445 บาท คิดเป็นเงินกำไรรวมกว่า 48 ล้านบาท พร้อมกับนำเอกสารที่อ้างว่าได้รับมาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงบประมาณ เอกสารใบเสนอราคา และใบสั่งซื้อ มาแสดงให้ดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนด้วยเป็นจำนวน 15 ล้านบาท
ต่อมาผู้เสียหายได้มาทราบในภายหลังว่าบริษัทของนายธวัชชัย ไม่ได้เป็นผู้ชนะการประมูลโครงการดังกล่าว จึงพยายามทวงถามขอเงินลงทุนกลับคืน จนมีการนัดเจรจาตกลงกัน ก่อนที่นายธวัชชัย จะได้สั่งจ่ายเงินลงทุนคืนให้เช็คเงินสด แต่เมื่อผู้เสียหายนำไปขึ้นเงินกลับพบว่าเช็คดังกล่าวไม่สามารถขึ้นเงินได้ จึงเข้าแจ้งความกับทาง สน.หัวหมาก จนมีการออกหมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายธวัชชัย กบดานซ่อนตัวอยู่ที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในพื้นที่ย่านหนองจอก จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์กระทั่งเห็นนายธวัชชัย นั่งรถยนต์หรู ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ท ป้ายแดง ออกมาบริเวณหน้าหมู่บ้าน จึงแสดงตัวเข้าจับกุม
จากการสอบสวน นายธวัชชัย ให้การภาคเสธ โดยรับเพียงว่าได้นำเงินของผู้เสียหายมาลงทุนจริง กระทั่งเมื่อบริษัทของตนไม่ชนะการประมูลจึงได้คืนเงินผ่านเป็นเช็คโดยไม่ทราบว่าเช็คนั้นไม่สามารถขึ้นเงินได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากตรวจสอบประวัติของนายธวัชชัย พบว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป. จับกุมตัวมาแล้ว ครั้งหนึ่ง เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในคดีฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารราชการ หลังหลอกผู้เสียหายซึ่งเป็นนักธุรกิจกลุ่มหนึ่งให้นำเงินมาร่วมลงทุนเป็นเงินจำนวนกว่า 29 ล้านบาท โดยอ้างว่าตนเองได้ชนะการประมูลรับงานจัดซื้อจัดจ้างของโครงการงบอุดหนุนเฉพาะกิจให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีพฤติการณ์คล้ายกับคดีดังกล่าว เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก นำตัวไปดำเนินคดีต่อไป