บิ๊กหิน ลั่นห้ามหน่วยสอบช่วยปมเบี้ยเลี้ยงโควิด19 พบ 41 แห่งมีระดับ ผบก - ผบ.หมู่เกี่ยวข้อง 97 ราย

อาชญากรรม1 ธ.ค. 2563 • 04:40 น.
บิ๊กหิน ลั่นห้ามหน่วยสอบช่วยปมเบี้ยเลี้ยงโควิด19 พบ 41 แห่งมีระดับ ผบก - ผบ.หมู่เกี่ยวข้อง 97 ราย
จากกรณีปมข่าวกระแสโซเชียลกล่าวหาว่ามีการทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด 19 ซึ่งทางรัฐบาลได้จัดสรรเบี้ยเลี้ยงโควิด 19 เพื่อตอบแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ร่วมปฏิบัติงานด้านการสกัดกั้นการแพร่ระบาดในช่วงวิกฤติ ตั้งแต่ 27 มี.ค - 30 มิ.ย.2563 จำนวนกว่า 2,521 ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช.เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงจากจเรตำรวจ ควบคู่กับการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกกองบัญชาการ ซึ่ง พล.ต.อ.วิสนุฯ ได้เรียกประชุมพร้อมมีหนังสือสั่งการเร่งรัด ให้ทุก บช. รายงานผลการตรวจสอบทุกวันที่ 15 ของเดือน และขีดเส้นให้ได้ข้อยุติทุก บช.ภายใน 30 พ.ย.2563 หาก บช.ใดตรวจสอบหน่วยในสังกัดที่ถูกร้องเรียนแล้วไม่พบการทุจริต จะให้ สตส.ซึ่งเป็นหน่วยตรวจสอบภายใน ไปทำการตรวจอีกชั้นหนึ่ง  วันที่ 1 ธ.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช.เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ย.63 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เป็นประธาน พร้อมด้วย พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช. พล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุขศรี รอง จตช. พล.ต.ท.เชษฏา โกมลวรรธนะ จตร.(หน.) พล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบช.สตส เรียกประชุมผ่านระบบทางไกล VDO conference กับ  รอง ผบช.ที่ทำหน้าที่จเรตำรวจของ บช.น.ตำรวจภูธรภาค 1-9 ซึ่งมีประเด็นหน่วยในสังกัดต้องถูกตรวจสอบปมเบี้ยเลี้ยงโควิด เพื่อติดตามผลการดำเนินการทางวินัย  พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร. ได้ย้ำในที่ประชุมเกี่ยวกับเรื่องเบี้ยเลี้ยงเป็นขวัญกำลังใจของตำรวจผู้น้อย  ซึ่งการตรวจสอบต้องยึดหลัก 3 ข้อ คือ ข้อ1. ต้องเยียวยาและคืนความชอบธรรมให้ตำรวจผู้ได้รับความเสียหายอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ข้อ 2. ต้องยึดหลักถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย รวมถึงมาตรฐานการลงโทษ และ เป็นไปตามกรอบเวลาที่ไม่ล่าช้า และ ข้อ 3. ผลตรวจสอบต้องเป็นที่พอใจ โดยเฉพาะ ตำรวจที่เสียหาย ตำรวจโดยรวม ตลอดจนตอบสังคมภายนอกได้  โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ ผบ.ตร ได้เน้นย้ำเกี่ยวกับผลการตรวจสอบเบื้องต้น ซึ่งพบว่ามีหลายหน่วยมีมูลว่ากระทำผิดจริง จึงต้องมีผู้รับผิดชอบ ถูกลงโทษ ไม่ว่าจะระดับใด แม้จะต้องถูกไล่ออกก็ต้องยอม เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คงอยู่ได้ ไม่เป็นมวยล้ม  ที่ผ่านมาได้นำข้อมูลผลการตรวจสอบเบื้องต้นของ จตช.ไปใช้ในพิจารณาโยกย้ายผู้บังคับบัญชาระดับ รอง ผบก - ผกก.ที่เกี่ยวข้องแล้ว นอกจากนี้ได้ฝากให้ ตน ในฐานะจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.)ดำเนิการติดตามผลการตรวจสอบให้เรียบร้อย หากหน่วยใดถูกร้องเรียน แต่ผลการตรวจสอบยังมีความเห็นให้ยุติ จาก  จะให้ สตส.ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพื่อดูว่ามีการทำหลักฐานบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือ ไปกดดันผู้ใต้บังคับบัญชาหรือไม่ หากพบว่ามีการช่วยเหลือกัน หรือ ตรวจสอบแบบประวิงเวลา ผู้ตรวจสอบของ บช.และ บก.ในพื้นที่จะต้องถูกลงโทษด้วย พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวอีกว่า ได้สั่งทุก บช.ลงติดตาม และเร่งรัดการดำเนินการทางวินัย  ซึ่งขณะนี้ ได้รับรายงานจาก กองวินัยว่า มีหน่วยในสังกัด ภ.1-9 ถูกดำเนินการทางวินัย ในชั้น ถูกตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ระดับ กก.และ สถานีตำรวจ รวม 41 หน่วย มีข้าราชการตำรวจตั้งแต่ระดับ ผบก - ผบ.หมู่ ที่เกี่ยวข้อง 97 นาย ซึ่ง พล.ต.ท.ชยพล ผบช.สตส.จะจัดทีมลงตรวจสอบหน่วยที่รายงานผลยุติอีกครั้ง ในเดือน ธ.ค.2563 นี้ โดยได้กำหนดเวลา 10 วัน ต้องทราบผล เพื่อรายงาน ผบ.ตร ต่อไป