ปปช.ชี้มูลความผิด "ผกก.โจ้" ร่ำรวยผิดปกติ! จ่อยึดทรัพย์กว่า 1,352 ล้าน

อาชญากรรม14 พ.ย. 2565 • 11:59 น.
ปปช.ชี้มูลความผิด "ผกก.โจ้" ร่ำรวยผิดปกติ! จ่อยึดทรัพย์กว่า 1,352 ล้าน

14 พ.ย.65 -ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวถึงกรณีการชี้มูลความผิด พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ร่ำรวยผิดปกติ ว่า เรื่องนี้มีต้นเหตุมาจากกรณีทำร้ายร่างกายผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยสำนวนนั้นพนักงานสอบสวน ส่งสำนวนร้องทุกข์กล่าวโทษให้ ป.ป.ช. โดย ป.ป.ช.ส่งต่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการแล้วเสร็จ และมีการส่งฟ้องศาลแล้ว แต่เนื่องจากมีประเด็นต่อเนื่อง โดยมีผู้สื่อข่าวขยายผลว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ทำไมถึงมีบ้านหลังใหญ่ พร้อมสระว่ายน้ำ ประมาณ 4 ไร่ และมีการครอบครองรถหรูจำนวนมาก มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท จึงเป็นมูลเหตุหนึ่งที่ ป.ป.ช.หยิบยกว่า มีข้อสงสัยว่าร่ำรวยผิดปกติ สืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หลังจากนั้นมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน พบว่า มีรายการทรัพย์สิน เงินฝากธนาคาร ที่ดินพร้อมบ้านพัก รถยนต์ และเงินที่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์หลายคัน ได้มาไม่สัมพันธ์รายได้ เกินกว่าฐานะ หรือรายได้จากราชการพึงมี จึงเป็นกรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติหรือมีหนี้สินลดลงมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาไม่มีมูล โดยใช้อำนาจจากการปฏิบัติหน้าที่ รวม 1,352 ล้านบาทเศษ ได้แก่

นายนิวัติไชย กล่าวว่า โดยมีรายละเอียดทรัพย์สิน จำนวน 32 รายการ ประกอบด้วย 1.เงินฝากในบัญชีธนาคาร 3 แห่ง จำนวนกว่า 1,243 ล้านบาท 2.บ้าน 2 หลัง พร้อมที่ดินรวม 5 ไร่ มูลค่ากว่า 54 ล้านบาท 3.รถยนต์ จำนวน 15 คัน มูลค่ากว่า 6.1 ล้านบาท 4.หนี้สินจากการผ่อนชำระตามสัญญา เช่าซื้อรถยนต์ 13 คัน ที่ลดลงผิดปกติ เช่น ปอร์เช่ เบนซ์ บีเอ็มดับบลิว โฟล์คสวาเกน เฟอร์รารี เป็นต้น จำนวนกว่า 53 ล้านบาท เนื่องจากเงินนั้นไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่า ได้มาโดยถูกกฎหมายหรือไม่ โดยมีการส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเมื่อวันที่ 11 พ.ย.65 ทราบว่าพนักงานอัยการ ฝ่ายคดีพิเศษ 3 สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ยื่นคำร้องเรื่องดังกล่าวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อขอให้ศาลยึดทรัพย์ดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินแล้ว หากกรณีไม่สามารถบังคับเอากับทรัพย์สินที่รวยผิดปกติได้ ขอให้ศาลบังคับเอาแก่ทรัพย์สินอื่นกับผู้ถูกกล่าวหาได้ ภายในระยะเวลา 10 ปี เนื่องจากอาจมีการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สิน

 

นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติแจ้งผลพิจารณาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยถือว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ด้วยตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. ด้วย ส่วนกรณีการเบิกจ่ายเงินสินบนนำจับจากกรมศุลกากร ในการจับรถยนต์หรูที่ลักลอกนำเข้าไทยนั้น ปรากฏว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ โดยปรากฏชื่อเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่นั้น ป.ป.ช.ดำเนินการรับเรื่องไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้วว่า เป็นการจับกุม