ตร.เปิดการจราจรแยกราชประสงค์ตามปกติ จนท.EODนำสุนัขเคลียร์พื้นที่โดยรอบ
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์ ได้ยุติลงในเวลา 22.00 น. โดยแกนนำได้ประกาศนัดชุมนุมกันอีกครั้งในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ เวลา 17.00 น. และนัดชุมนุมกันเวลานี้ทุกวัน โดยทิ้งท้ายด้วยการพร้อมกันเปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือ ร่วมร้องเพลงเพื่อมวลชน และเพลงประเทศกูมี ก่อนจะแยกย้ายเดินทางกันกลับ
แต่เนื่องจากมีผู้ชุมนุมบางถุงยังติดลมอยู่ เมื่อเวลา 23.00 น. จะมีการระดมกำลังตำรวจปราบจราจลออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านประตูทางออกถนนอังรีดูนัง ตั้งแนวพร้อมอุปกรณ์ครบมือ ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนไม่พอใจ เพราะไม่มั่นใจว่าตำรวจอาจเข้ากระชับพื้นที่อีก จึงรวมตัวกันที่แยกเฉลิมเผ่า จากนั้นตำรวจปราบจราจลก็ได้ทรกำลังกลับเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลุ่มผู้ชุมนุมจึงทยอยจำกัดโดยไม่มีการประทะกันแต่อย่างใด
จากนั้นเวลา 24.15 น. ตำรวจจราจรก็ได้เปิดพื้นผิวการจรจร บริเวณโดยรอบสำนักงานกำลังชาติ และ แยกราชประสงค์ทุกทิศทาง รถสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ
ด้านพลตำรวจตรีปิยะ ตะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงถึงสถานการณ์การชุมนุมที่แยกราชประสงค์ที่ผ่านมา
โดยพลตำรวจตรีปิยะ เปิดเผยว่า วันนี้ตำรวจได้ใช้กำลัง 15 กองร้อย หรือ 2,325 นาย ในการดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุม ซึ่งถือว่าสามารถดูแลการชุมให้ผ่านไปได้ด้วยดีไม่เกิดการวุ่นวายหรือกระทบกระทั้ง
ทั้งนี้ พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ฝากถึงประชาชนที่มาร่วมชุมนุมว่า ขอให้คิดให้รอบคอบ เนื่องจากหากมีการกระทำความผิดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจะมีประวัติติดตัวและมีผลกระทบต่อไปในอนาคต โดยประชาขนที่จะนำรถบรรทุกน้ำ อาหาร รถขยายเสียงเข้ามาในพื้นที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายในวันที่ 16 ตุลาคมนี้
ขณะที่ พันตำรวจเอกกฤษณะ ระบุว่า แกนนำที่ถูกควบคุมตัวยังอยู่ที่ 22 คน แบ่งเป็นแกนนำที่ถูกจับกุมตามหมายจับ 4 คน รวมถึงแนวร่วมที่มีความผิดซึ่งหน้าจำนวน 18 คน โดยจะส่งห้องฝากขังดำเนินคดีต่อไป ส่วนกรณีที่มีรายงานว่านายภานุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ระยอง ถูกตำรวจควบคุมตัวนั้นตนยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้
ส่วนการชุมนุมในวันนี้ถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินในสถานการณ์ร้ายแรงและตำรวจได้มีการประกาศเตือนและทราบแล้วว่าเรื่องใดสามารถทำหรือไม่ทำได้ หากมีใครฝ่าฝืนทางพนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป
นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีผู่ชุมนุมบางส่วนได้พังกำแพง sky walk ทางเชื่อมระหว่างห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โรงพยาบาลตำรวจมุ่งหน้าบีทีเอสสยาม การกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดเนื่องจากเป็นการกระทำให้เสียทรัพย์ ร่วมกันทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ทั้งนี้ยังผมผู้ขุมนุมนำกระดาษไปติดกล้องวงจรปิดอีกด้วย จึงมองว่า”อันนี้หรือที่บอกว่าการชุมนุมโดยสงบ” การกระทำความผิดนี้หากทำผิดไปแล้วไม่ว่าแบบใดก็ตามขอให้ประชาชนศึกษาข้อมูลมาให้ดี ๆ เพราะหากถูกดำเนินคดีไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับได้ โดยขอให้ไปศึกษาแกนนำหรือผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้า
ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมกดดันให้มีการปล่อยตัวแกนนำที่ถูกจะบกุมนั้น ต้องดำเนินการตามขั้นเป็นตอนตามกฎหมาย เพราะหากไม่ทำผิดก็จะไม่ถูกดำเนินคดี หลังจากนี้ก็ว่าไปตามกระบวนยุติธรรม
เมื่อเวลา 23.00 น. หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี จำนวนกว่า 10 นาย พร้อมกับสุนัขตำรวจ k-9 เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย หลังกลุ่มผู้ชุมนุมได้แยกย้ายกันออกจากแยกราชประสงค์และบริเวณด้านหน้าสำหนักงานตำรวจชาติ โดยเริ่มเข้าตรวจตั้งแต่แยกอังรีดูนังต์ ผ่านหน้าด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยางมาจนถึงแยกราชประสงค์ รวมไปถึงศาลท้าวมหาพรหม และบนถนนราชดำริ โดยการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด
และในเวลาต่อมาพนักงานทำความสะอาดของสำนักกรุงเทพมหานคร พร้อมกับรถขยะ เข้ามาดำเนินการกวาดเศษขยะ ที่หลงเหลือบนถนนพระราม 1 และถนนราชดำริ อีกยังได้เก็บโบว์และป้ายข้อความ ที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำไปติดไว้ที่บริเวณต้นเสารถไฟฟ้าและป้ายแยกราชประสงค์ ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม
ขณะที่สถานการณ์การชุมนุมสงบลงแล้ว กองร้อยนำหวาน ได้เดินขบวนออกมาจากที่ตั้ง เพื่อขึ้นรถบัสออกจากพื้นที่ทันที เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน ได้มีการตั้งแถวเรียกกำลังพล ก่อนที่จะแยกย้ายขึ้นรถตู้และขับรถออกไปเป็นขบวน
ส่วนหารจราจรบนถนนพระราม 1 ถนนราชดำริและแยกราชประสงค์สามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ 22.30 น. ทำให้ขณะนี้พื้นที่การชุมนุมได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติเป็นที่เรียบร้อย