เพื่อนสนิทยอมรับทำร้าย 'เจ้าของร้านข้าวหมูแดง' แต่ปฏิเสธไม่ได้เอาสร้อยทอง-จุดไฟเผาร้าน
จากเหตุเพลิงไหม้ร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบ ชื่อแมสเซนเจอร์ เลขที่ 363/1 ริมถนนราชพฤกษ์ ก่อนเบี่ยงขึ้นทางต่างระดับวุฒากาศ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กทม.ทำให้นายอนันต์ แสงอุไร อายุ 66 ปี เจ้าของร้านเสียชีวิตในกองเพลิง เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 21 ก.ค. และต่อมา น.ส.ยุพาพัชร์ อธิคมสิริกุล อายุ 38 ปี ลูกสาวได้ออกมาร้องเรียน หลังพบว่าผลการตรวจพ่อเสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา10.30 น. วันที่ 28 ก.ค.63 ที่สน.บางขุนเทียน ภายหลัง พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น./ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 ได้ควบคุมตัวนายอำพล(สงวนนามสกูล) หรืออู้ อายุ 58 ปี ผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ โดยใช้เวลานานหลายชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญญาติมาช่วยเกลี้ยกล่อมจนยอมให้การว่า ตนเองลงมือทำร้ายร่างกายผู้ตายจริง แต่ไม่ได้เป็นผู้เผาบ้านและเอาสร้อยคอทองคำของผู้ตายไป
นายอำพล ให้การต่อว่า ตนรู้จักกับผู้ตายมานานกว่า20ปี ในวันเกิดเหตุตนได้นั่งวิน จยย.มาที่บ้านผู้ตาย เพื่อมาทวงพระเครื่อง จำนวน 30 องค์ ที่นำมาจำนำไว้ ซึ่งมีพระสมเด็จ กับพระวัดนาคปรก โดยมาจำนำกับผู้ตายและให้ราคาเพียง 5,000บาทเท่านั้น ตนจึงตัดสินใจมาไถ่คืน แต่ขณะพูดคุยผู้ตายกลับใช้คำพูดจาไม่ดีชวนหาเรื่อง จึงทะเลาะกันและเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย ตนจึงผลักผู้ตายล้มลงหน้าประตูบ้าน จากนั้นตนก็ลงไปปลุกปล้ำบีบคอจนผู้ตายมีอาการสะอึกแน่นิ่งไป ตนจึงลากผู้ตายเข้าไปในบ้าน จากนั้นตนก็เดินกลับที่พัก
นายอำพล ให้ท้ายว่า ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้น่าจะเกิดจากการต่อสู้กัน แล้วไปโดนเตาถ่านที่อุ่นอาหารล้มกระเด็นจึงทำให้เกิดเพลิงไหม้ ส่วนสร้อยคอทองคำและจี้พระเครื่องตนไม่ได้เอาไป ทั้งนี้คาดว่าช่วงปลุกปล้ำกันทองอาจจะเกิดขาดหายไปขณะนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ประสานเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย เดินทางไปสูบน้ำที่ร้านจุดเกิดเหตุไฟไหม้ เพื่อตรวจหาสร้อยคอทองคำที่หายไปและหลักฐานอื่นๆ อีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป