ตม.จับชาวจีนลักลอบทำงานจำหน่ายพระเครื่องให้กับกลุ่มทัวร์จีนในวัด

อาชญากรรม12 ก.ย. 2562 • 12:10 น.
ตม.จับชาวจีนลักลอบทำงานจำหน่ายพระเครื่องให้กับกลุ่มทัวร์จีนในวัด
วันที่ 12 ก.ย.62 ที่ สตม.สวนพลู พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ยศพนธ์ จรรยาสถิต รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวนตม.จว.ชลบุรี แถลงข่าวจับกุมกลุ่มชาวจีนลักลอบทำงานจำหน่ายของที่ระลึก พระเครื่อง วัตถุมงคล ให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนภายในวัด พล.ต.ต.อาชยน กล่าว ว่าตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะกลุ่มที่ก่ออาชญากรรมในประเทศต่าง ๆ แล้วใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนกบดาน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ สืบเนื่องจากการสืบสวนทราบว่าในพื้นที่จังหวัดชลบุรีมีกลุ่มชาวจีนเข้ามามีพฤติกรรมลักลอบทำงาน โดยการจำหน่ายของที่ระลึก วัตถุมงคล ภายในวัดในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรี พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวน ตม.จว.ชลบุรี จึงได้ร่วมกันตรวจสอบภายในอาคารเอนกประสงค์วัดเขาบุญมีดาราราม หรือวัดทุ่งคา หมู่ที่ 14 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบกลุ่มชายชาวจีน ทั้งหมดรวม 7 คน กำลังทำงานแนะนำ เพื่อจำหน่ายพระเครื่อง วัตถุมงคล ของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนอยู่ จากการตรวจสอบทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงจับกุมในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 37(1) และ พระราชกำหนดการบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 มาตรา 8” ส่งตัวให้ พงส.สภ.ห้วยใหญ่ ดำเนินคดี และศาลแขวงพัทยาได้พิพากษาปรับคนละ 2,000 บาท หลังจากนั้นได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อมควบคุมตัวเพื่อผลักดันส่งกลับและบันทึกเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้าราชอาณาจักรเรียบร้อยดังกล่าว